Columnist

ศึกซักฟอกอลเวง  สารพัดคำหลอกด่านอกสภา

6 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 8:15
ศึกซักฟอกอลเวง  สารพัดคำหลอกด่านอกสภา
เปิดอ่าน 1,071
คิดทวนกระแส
สถิตย์ ธรรม

บรรดาถ้อยคำ"ต่ำตม" ซึ่งปรากฎอยู่ในญัตติอภิปรายย่อมสะท้อนถึงพฤติกรรมผู้ยกร่างญัตติเช่นกัน

ต่างบ้านต่างเมืองกำลังเผชิญสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาด  ทำให้เห็นทุกฝ่ายผนึกกำลังความร่วมมือในการคิดค้นวิจัยหาสูตรยา สร้างภูมิคุ้มกันให้พี่น้องประชาชนได้ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ มีการแสดงถึงการให้กำลังใจซึ่งกันและกันปรารถนาให้เหตุร้ายผ่านพ้นไปด้วยดี

ทว่า ตัดภาพกลับมาบ้านเราสิครับ  โดยเฉพาะฟาก”นักการเมืองไทย” คงสาละวนอยู่กับ”ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ที่ยังไม่สะเด็ดน้ำอยู่เลย  เพราะนับตั้งแต่การเปิดสภาเมื่อปีที่แล้ว ระหว่างการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จนมีการลงมติเป็นที่เรียบร้อย

ตอนนั้น ประธานวิปฝ่ายค้านไปจนถึงท่านผู้แทนค่ายส้มหวาน ทิ้งท้ายในสภาคนละหมัดสองหมัด บอกว่า การอภิปรายในสภาที่ผ่านมาแค่วอมร์มอัพโดยหมัดน็อคของจริงขอให้รอการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยจะฉายหนังซ้ำว่าด้วยท่านผู้นำในร่างหัวหน้าคสช.ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งโดยมิชอบอีกรอบ

 


ดูเป็นอะไรที่ป่าวประกาศกันไว้ตั้งแต่ปีกระโน้น แต่ไหงเกิดรายการชักเข้าชักออก เอาแน่เอานอนไม่ได้สักที จากปลายปีที่แล้วลากมาถึงวานนี้ ต้องมานั่งถกวันอภิปรายกันอีกรอบ มีผู้นำฝ่ายค้าน ประธานวิปรัฐบาล ตัวแทนครม.  โดยมีท่านประธานสภา ชวน หลีกภัย  นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน

ผลการหารือ ก็ยังเป็นการยื่นเงื่อนไขต่อรองกันอยู่  หะแรกฝ่ายค้านขอกำหนดวันอภิปรายระหว่างวันที่ 19 – 21  ก.พ. ฝ่ายรัฐบาลก็บอกว่าช่วงเวลาดังกล่าวมีรัฐมนตรีติดภารกิจราชการ

  เช่น ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ หนึ่งในบัญชีดำของฝ่ายค้าน ท่านก็ติดราชการต่างประเทศในช่วงวันเวลาดังกล่าว จึงเสนอให้เลื่อนไปอภิปรายระหว่างวันที่ 25 -27 ก.พ.

ฝ่ายค้านก็ยังไม่ยอมอีกขอขยายเพิ่มเป็นวันที่ 24 -27 ก.พ. แล้วไปลงมติไม่ไว้วางใจในวันที่ 28 ก.พ.  โดยให้เหตุผลว่ามีผู้แทนพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อคิวขออภิปรายยาวเป็นหางว่าว เลยต้องขอวันอภิปรายมากหน่อย

การกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.ไปถึงวันไหน

แม้อยากได้คืบจะเอาศอก อยากได้ศอกจะเอาวา ยังไงต้องหาทางจบได้แล้วนะครับ เพราะอย่าลืมว่า พระราชฤษฏีกาปิดประชุมสภาสมัยสามัญครั้งที่ 2 กำหนดออกมาแล้วเป็นวันที่ 28 ก.พ.  

 ฉนั้นโปรโมชั่นตามเทศกาล”เปิดวาวล์น้ำลายให้ออกมาพ่นๆจนท่วมสภา” จัดให้ท่านผู้แทนได้ไม่เกินวันที่ 28 ก.พ.นี้เท่านั้น  จากนั้นเป็นช่วงพักยกลงพื้นที่ประชาชนบ้าง

 


แค่การเคาะวันอภิปรายยังมึนตึ๊บ มิพักกล่าวถึงการตั้งญัตติอภิปราย  แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมมาก่อนแล้ว  มีการหารือครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนจะมีแค่พรรคเพื่อไทยที่ดูเป็นตัวตั้งตัวตีอยู่พรรคเดียว มิใช่พรรคอื่นเกรงใจในความเป็นพรรคแกนนำหรอกครับ  แต่ปรากฎว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมดไม่มีความเป็นเอกภาพ

นอกจากพรรคการเมืองที่อยู่ในลักษณะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อย่างพรรคเศรษฐกิจใหม่ สมาชิกส่วนใหญ่ประกาศจุดยืนไม่เป็นฝ่ายค้านปล่อยให้มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์  เล่นเกมแทงกั๊กเหยียบเรือสองแคมอยู่คนเดียว 

ยังมีพรรคที่มีหัวหน้าเป็นผู้แทนนอกสภา ถนัดเล่นเกมการเมืองข้างถนนปลุกระดมมวลชนไปวันๆ อีกอย่างเป็นไปตามสไตล์พรรคอีโก้สูงสรรหาหาเรื่องหาเรื่องราวร้องทุกข์จากเครือข่ายมวลชนเคลื่อนไหวสร้างประเด็นมายัดใส่ในที่ประชุมกรรมาธิการแต่ละคณะที่พรรคตนมีโควต้าอยู่

 ด้วยการใช้เป็นเวทีสร้างข่าวถล่มโจมตีรัฐบาลใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งดูเป็นวิธีอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบปัจจุบันทันด่วน โดยไม่ต้องไปรอหารือร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายค้านอื่นๆ 

ไม่แปลกหรอก ที่เนื้อหาญัตติอภิปราย 6 รมต.  ซึ่งถูก”คนเกาะรั้วสภา” เข้ามายกร่าง ด้วยการสรรหาวาทกรรมระดับเฮชสปีด ตราหน้า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม “  เป็นผู้ไม่ยึดมั่นต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ล้มล้างรัฐธรรมนูญ  เป็นผู้นำประเทศที่กร่างเถื่อน มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู …”(เนื้อหาส่วนหนึ่งในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ)  

นี่ยังไม่ถึงวันอภิปรายมีการเรียกร้องให้ปรับแก้ไขเนื้อหาญัตติกันแล้ว เพราะมองว่ามีถ้อยคำเป็นคำเท็จ เหมือนญัตติหลอกด่าตามประสานักเลงหัวไม้บ้านริมคลอง

ถึงวันอภิปรายในสภาประท้วงกันน่าดู แล้วประชาชีอย่างเราท่าน จะหาสาระข้อเท็จจริงผ่านการตรวจสอบพฤติกรรมรมต.โดยท่านผู้แทนฝ่ายค้านได้อย่างไรเล่า



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน