Columnist

3 สิ่งควรทำในสงครามไวรัส

30 มกราคม 2020 เวลา 10:25
3 สิ่งควรทำในสงครามไวรัส
เปิดอ่าน 1,791
คิดทวนกระแส
สถิตย์ ธรรม

เหมือนพวกเรากำลังเข้าไปเผชิญสงครามไวรัสที่ต้องต่อสู้ปกป้องชีวิตตนเองให้อยู่รอด

ถึงตอนนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ยังคงเป็นประเด็นสร้างความหวาดหวั่นไปทั่วโลก 

      

อัพเดทสถานการณ์สักหน่อยนะครับ โดยขออ้างอิงจากPeople's Daily  สื่อจีนรายงานเมื่อวันที่ 29 ม.ค. เวลา 9.30 น.  มีผู้ติดเชื้อทั่วจีน 5,999 ราย, อาการหนัก 1,239ราย, เสียชีวิต 132ราย  และต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีก 9,239 ราย  เห็นได้ว่าการแพร่ระบาดในพื้นที่อู่ฮั่นยังเพิ่มสูงขึ้น 

         

คราวนี้ในสังคมโซเชียลมีเดีย ส่วนใหญ่ติดตามความเคลื่อนไหวของสถิติตัวเลข ผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต มากกว่าหาข้อมูลเพิ่มเติมในแง่ของการป้องกันรักษา ยิ่งสังคมโซเชียลชาวไทยส่วนหนึ่งละเลงความเห็นชนิดขาดจิตสำนึกสาธารณะ ปล่อยข่าวปลอม สร้างข่าวเท็จให้โรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐต้องออกแถลงชี้แจงเป็นรายวัน หนักกว่านั้นหยิบโยงไปเกี่ยวกับเรื่องการเมืองให้เกิดความแตกแยกเกลียดชัง

      

เหตุที่กล่าวแบบนี้ เห็นและสัมผัสมาตั้งแต่เกิดเหตุเภทภัยต่างๆ ขบวนการสร้างข่าวเท็จไม่เคยเลิกรา ถ้าจะว่าไปจิตใจคนพวกนี้อำมหิตน่าดู ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตัวเองคงไม่รู้สึก ไม่ว่าจะเป็นกรณีภัยแล้ง -ฝุ่นพิษมาถึง ไวรัสโคโรนา รัฐบาลต้องตกเป็นจำเลยก่อนใครเพื่อน ว่าไม่ได้แก้ปัญหาอะไรให้พี่น้องประชาชนเลย

 


 

ทั้งๆที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่ได้หยุดพัก แทนที่จะให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ขนาดเมื่อวานนี้  ทางการญี่ปุ่นและสหรัฐ ส่งเครื่องบินไปรับพลเมืองของเขาในอู่ฮั่นเป็นสองชาติแรกๆ มิวายรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ถูกตั้งคำถามเชิงบ่นๆ”มัวทำอะไรอยู่” ครั้นนายกฯและหน่วยงานรัฐออกมาชี้แจงปากเปียกปากแฉะ มิทราบว่า บรรดากองแช่งทั้งหลายสดับตรับฟังเพื่อนำมาพิจารณาถึงข้อขัดข้องของไทยที่ไม่สามารถนำคนไทยในอู่ฮั่นกลับมาได้หรือไม่  

        

ท่านนายกฯ กล่าวไว้อย่างนี้ครับ “ ตอนนี้กำลังเตรียมแผนอยู่ เนื่องจากถ้าเราใช้เครื่องบินของทหารไปรับ บางอย่างอาจจะมีปัญหา และต้องดูว่าเขาพร้อมจะให้ส่งกลับหรือยัง ซึ่งอยู่ในกระบวนคัดกรองของเรา ถ้าผ่านแล้วพากลับมาได้ อาจจะต้องใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำ เพราะต้องเป็นข้อตกลงกัน หลายอย่างไม่ง่ายนัก ถ้าคนไทยยังไม่ปลอดภัยเขาคงไม่ให้กลับ เราต้องมีการเตรียมการในเรื่องเหล่านี้ ขอให้ฟังชี้แจงจากคณะกรรมการฯ ด้วย”

         

สังคมที่ถูกแปรเปลี่ยนไม่ฟังกัน ไม่ยอมรับกัน โดยหยิบโยงให้เป็นประเด็นทางการเมืองทั้งหมด ไม่สามารถทำให้ทุกคนหันมาร่วมไม้ร่วมมือแก้ไขให้สถานการณ์ต่างๆให้คลายความวุ่นวายสับสนได้  

        

หรือกรณีที่คุณหมอหลายท่านนำเสนอข้อมูลไว้ เช่น นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัส วิทยา คลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ข้อความสถานการณ์ แพร่ระบาดโรคปอดบวมอู่ฮั่น ไว้อย่างน่าสนใจ

 


 

ท่าน บอกว่า “ ความรุนแรงของโรคนี้น้อย เมื่อเปรียบเทียบกับ SARS และ MERS อัตราตายของโรคนี้ ถ้าดูจำนวนเปอร์เซ็นต์จะมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เชื่อว่าน่าจะน้อยกว่า 1%  หรืออาจจะอยู่ที่ 1 ในพัน จากผู้ป่วยที่เป็นนอกประเทศจีน กว่า 100 คนไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเลย เพราะการวินิจฉัยจะทำได้ดีและรวดเร็วขึ้น… ตัวเลขอัตราการตาย จะค่อยๆลดลงเหมือนการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ในปี 2009…”

          

“เราต้องยอมรับความจริง โรคนี้ระบาดแน่ในประเทศไทยและทุกประเทศ แต่ควรมีมาตรการให้ระบาดช้าที่สุดเพื่อรอองค์ความรู้ใหม่ และข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับโรคนี้  การระบาดเมื่อประชากรเป็นแล้วมีภูมิถึงระดับหนึ่ง โรคก็จะสงบ…”

        

อยากให้ทุกท่านอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งใน เวปไซต์เนชั่นสุดสัปดาห์ออนไลน์ ก็ได้นะครับ  จะได้ทำความเข้าใจต่อสถานการณ์เชื้อร้ายที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ดีกว่าสร้างวาทกรรมโจมตีกันไปมา  

        

ท่ามกลางสงครามไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่โรคซาร์ส  เมิร์ส มาถึงไวรัสโคโรนา เหมือนเรากำลังเข้าไปเผชิญสงครามที่ต้องต่อสู้ปกป้องเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด ฉนั้นพึงควรกระทำ 3  อย่างหลักๆครับ   

       

1.ตั้งสติ ตระหนักรู้แต่ไม่ตระหนกเตลิดเปิดเปิง หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของท่านให้แข็งแรง  2. ติดตามข้อมูลข่าวสารจากสื่อที่น่าเชื่อถือมีแหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ  และ 3. ให้กำลังใจซึ่งกันและกันไม่ปิดกั้นรังเกียจ ยามยากเราจะเห็นมิตรแท้มีใครบ้าง   ในเมื่อรับรู้กันอยู่ว่า โลกใบนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน