Columnist

ความร้อนแรงกำลังเดือดจากภายในสภา

14 พฤศจิกายน 2019 เวลา 13:14 น.

เปิดอ่าน 456
อสนีบาต

การทำงานของกมธ.ป.ป.ช.หากยังอยู่ในสภาพไม่ลงรอยอย่างนี้ต่อไป ดูท่าจะทำงานด้วยกันลำบาก

 

สถานที่ตั้งอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย ยามนี้ แม้จะติดเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ปล่อยแอร์เย็นฉ่ำหลายตัว  แต่ทว่าภายในห้องกรรมาธิการแต่ละคณะดูรุ่มร้อนยังไงชอบกล   

 

ร้อนระดับที่ ชวน หลีกภัย  ประธานสภาฯ ต้องออกมาอบรมสั่งสอน เมื่อตอนสายวันนี้( 14 พ.ย.62 )  " สภาไม่ใช่สถานที่ไว้ทะเลาะกัน "  

 

บรรยากาศคุกรุ่น เริ่มมีมาเป็นระยะๆนับตั้งแต่เปิดการประชุมสภาสมัยสามัญ  เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน และทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ กรมอุตุนิยมวิทยา อุตส่าห์รายงานว่า ประเทศไทยจะมีอากาศหนาวเย็นแต่ดูท่าไม่อาจทำให้จิตใจท่านผู้แทนฯเย็นลงแม้แต่น้อย 

 

อย่างเมื่อไม่กี่วันมานี้    สุทิน คลังแสง  ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านแถลงถึงความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอีกรอบว่า จะยื่นญัตติภายในสิ้นเดือนพ.ย. หรือไม่เกินวันที่ 5 ธ.ค. 62  โดยบอกเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ประชาชนส่งข้อมูลและหลักฐานมามากขึ้น ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างส.ส.และประชาชนเพื่อตรวจสอบรัฐบาล

            

ฝ่ายรัฐบาลโดย ธนกร วังบุญคงชนะ  โฆษกพรรคพลังประชารัฐ  ตอบโต้ว่า  ฝ่ายค้านยื่นญัตติเร็วเกินไปมั้ย ถึงแม้เป็นสิทธิทำได้ เป็นหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล แต่เนื่องจากรัฐบาลทำงานได้แค่ 4 เดือนเอง  ร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 63 ก็ยังไม่ออกมาบังคับใช้   อีกอย่างการอ้างว่า สังคมต้องการให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อยากถามว่าสังคมไหน สังคมของคุณสุทิน แห่งพรรคเพื่อไทยอ๊ะเปล่า?!? 

              

ประเด็น รัฐบาล”ลุงตู่” ทำงานได้แค่สี่เดือน ตรงนี้อาจทำให้ฝ่ายค้านถูกย้อนถามเหมือนกัน  แล้วสี่เดือนของส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง นอกจากเห็นส.ส.สอบตก เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์  นั่งยิ้มแป้นถ่ายรูปขณะลงพื้นที่เกี่ยวข้าว โพสต์เฟสบุ๊ค เรียกร้องให้รัฐบาลเหลียวแลปัญหาราคาข้าวตกต่ำ

             

เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เห็นจะมีอยู่แค่เรื่องสองเรื่อง คือ  ผลักดันญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ  วันดีคืนดีกระบอกเสียงพรรคเพื่อไทยออกมาแถลงกดดันว่า  มีการสมคบคิดระหว่างฝ่ายรัฐบาลและสว.ต้องการยื้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญบ้างหล่ะ  บ้างขอให้เลื่อนญัตติขึ้นมาโดยเร็ว

            

กระทั่ง ชวน หลีกภัย ประธานสภา ต้องออกมาแจง เป็นไปตามวาระปกติ ไม่ใช่ทำตามอำเภอใจของใครบางคน  …โดยเฉพาะประโยคหลัง คงทราบว่าหมายถึงใคร ฝ่ายไหน

              

อีกอย่าง ชวน บอกชัดเจน ญัตติแก้ไขรธน.จัดลำดับเข้าสู่การพิจารณาของสภาสัปดาห์หน้า  ทำให้ตั้งปุจจฉาถึงฝ่ายค้านจะไล่บี้อะไรนักหนา หรือเป็นเพราะไม่มีอะไรทำจึงต้องการสร้างประเด็นความเคลื่อนไหวให้เกิดขึ้นบนหน้าสื่อ 

             

อีกประการ อุตส่าห์มีกลไกในสภาผ่านคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ โดยกำหนดสัดส่วนให้ ส.ส.ฝ่ายค้านเป็นประธานกมธ. แทนที่นำปัญหาเกี่ยวข้องกับความทุกข์ร้อนประชาชนมาเป็นวาระแรกๆ เพื่อเป็นปากเป็นเสียงส่งต่อไปยังผู้มีอำนาจรัฐช่วยแก้ไข   ปรากฎว่ากับใช้ความเป็นกมธ. ดันเรื่องดิสเครดิตรัฐบาลเป็นหลัก 

              

 

 

เช่นเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 13 พ.ย.62   คณะกรรมาธิการปราบปรามการทุจริตมิชอบ ซึ่งมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส เป็นประธาน เปิดประชุมต้อนรับกมธ.น้องใหม่  ปารีณา ไกรคุปต์ และ สิระ เจนจาคะ ที่เข้ามาแทน ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐที่ขอลาออกเนื่องจากไม่อาจทนต่อประธานกมธ. ต่อการแสดงบทบาทหน้าที่กมธ.ฯไม่ถูกเรื่องถูกราว

            

กมธ.ฯชุดนี้ มีหน้าที่พิจารณาประเด็นการทุจริตคอร์รัปชันแต่ตะบี้ตะบันตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กรณีถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนอยู่ท่าเดียว ซึ่งปมปัญหาดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว  

 

ในที่สุดเป็นไปตามคาดการณ์  “น้องเอ๋”  เปิดศึกปะทะคารมเดือดกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จนได้

           

ฝ่ายปารีณา เตือน “ส.ส.รุ่นพ่อ” ที่ยังวนเวียนอยู่กับการเชิญ “ลุงตู่” มาชี้แจงปมถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนอยู่นั่นหล่ะ  เธอบอก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ “ระวังจะติดคุก”   ฝ่ายลุงเสรีพิศุทธ์ สวนกลับส.ส.รุ่นหลาน ว่า “ คุณขู่ผมเหรอ  จบอะไรมา” 

 

พฤติกรรมอำนาจนิยมเข้าสิง ประมาณว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นอดีตผบ.ตร.ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน อ่านกฎหมายรู้ดูกฎหมายเป็นกว่าผู้ร่วมกมธ.  

 

บรรยากาศการทำงานของกมธ.ชุดนี้ หากยังอยู่ในสภาพความไม่ลงรอยกันอย่างนี้ต่อไป ดูท่าจะทำงานด้วยกันลำบาก 

 

ล่าสุด สิระ เจนจาคะ ซึ่งอยู่ในกมธ.ชุดนี้ ก็จะเสนอปลดท่านประธานเสรีพิศุทธ์  ในวันที่  20 พ.ย.นี้   ฝ่ายพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สวนกลับมาอีก ปลดได้ยังไง เขาเป็นประธานมาจากเสียงส่วนใหญ่ที่โหวตเลือก     .... ดูแล้วก็ปวดตับดีแท้ 

 

มิใช่แค่ กมธ.ป.ป.ช.   ก่อนหน้านั้น กรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน  ที่มีปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นประธาน ซึ่งตอนนั้นก็มี สิระ เจนจาคะ ร่วมด้วย เคยปะทะคารมกับ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้ามาชี้แจงต่อกมธ.ชุดนี้มาแล้ว  

 

แม้กระทั่ง เมื่อครั้งกมธ.ฯ ลงพื้นที่ภาคใต้ ติดตามรับฟังปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ จากนั้นออกมาแถลงดิสเครดิตการทำงานของทหาร กระทั่ง โฆษกทัพภาค 4 ต้องออกมาตอบโต้  ปิยบุตรและคณะไม่ควรจะเล่นการเมืองเกินไป แบบว่าเช้ามาชื่นชมตกเย็นด่ายับ 

         

เมื่อเห็นวิธีการทำงานของส.ส.ฝ่ายค้านช่างน่าละเหี่ยใจจริงๆ  ทำให้มองข้ามช็อตไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล  ยิ่งประธานวิปฝ่ายค้านบอกจะเก็บเกี่ยวข้อมูลจาก กมธ.มาอภิปรายด้วย

 

ทำให้พอเห็นภาพลางๆของสมรภูมิซักฟอกครั้งนี้ หนีไม่พ้นใช้เวทีสภาย้อนเวลาเล่าเรื่องเก่าฉายหนังซ้ำ หาเรื่องทะเลาะกันไปมา ให้ประชาชนรับชมกันอีกครั้ง