Columnist

“ลุงตู่” เอาอยู่ไหม

14 มีนาคม 2020 เวลา 19:15
“ลุงตู่” เอาอยู่ไหม
เปิดอ่าน 2,921
อสนีบาต

เกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์แพร่ระบาดใกล้สุกงอม โดยที่ประชาชนเริ่มไม่มั่นใจรัฐบาลจะ"เอาอยู่" 

“ไม่ตระหนกแต่ต้องตระหนัก” ต้องมีสติยืนหยัดต่อสถานการณ์โรคร้ายไวรัสโควิด-19 ที่กำลังลุกลามแพร่ระบาดชนิดได้รับข้อมูลการติดเชื้อรายวันกระจายไปในหลายพื้นที่  

…เเม้จีนจะประกาศคุมสถานการณ์ได้เเล้ว เเต่หลายชาติบนแผนที่โลกกำลังเกิดการแพร่กระจายเชื้อเพิ่มยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อ เสียชีวิตมากขึ้น  ฟากยุโรปอย่างอิตาลีเริ่มวิกฤติ  จีนต้องส่งบุคคลากรแพทย์เข้าสนับสนุน เพราะมีนายแพทย์ไม่เพียงพอต่อการรักษา  

…..ด้านประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์  ตัดสินใจประกาศให้ประเทศสหรัฐอเมริกา อยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน  (National Emergency) อย่างเป็นทางการแล้วพร้อมเรียกร้องสร้างความมั่นใจว่าพลเมืองชาวอเมริกันทุกคนที่มีอาการเข้าข่าย จะได้รับได้การตรวจเชื้อทุกคน และจะฝ่าพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ 

…..ขณะที่ผู้นำประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง สิงคโปร์ นายลี เซียน ลุง  ออกมาบอกกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาโรคระบาดนี้ จะอยู่กับเราไปอีกนาน อาจจะหนึ่งปีหรืออาจจะยาวนานกว่านั้น เราจะให้การดูแลรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยหนักก่อน แต่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

…..เมื่อหันกลับมาที่ประเทศไทย รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพิ่งออกสาสน์นายกฯถึงประชาชน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนไม่ค่อยมีประชาชนให้ความสนใจ ท่ามกลางคำถามเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์ที่การแพร่ระบาดกำลังใกล้สุกงอม โดยที่ประชาชนเริ่มไม่มีความมั่นใจว่ารัฐบาลจะ"เอาอยู่" 

 ….สภาพการณ์ประเทศไทยนั้น เป็นไปแบบเรื่อยๆมาเรียงๆ ตามสไตล์การบริหารราชการเเผ่นดินของ ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จนทำให้หลายคนเริ่มออกอาการหงุดหงิด

…อย่างการกักตุนหน้ากากอนามัยเเละโพสต์ขายในราคาสุดเอื้อมบนสังคมออนไลน์ไหลลื่นเเละเพิ่มจำนวนผู้ค้ารายวัน ส่วนราชการที่ทำหน้าที่ตรวจสอบต้องอย่าหยุดจับขืนปล่อยให้การเย้ยฟ้าท้าดินยังระบาดเนืองๆเยี่ยงนี้ ใครเล่าจะกลัวกฎหมาย เนื่องจากเงินตราที่มากมายย่อมล่อใจผู้ขายยิ่ง ส่วนผู้ซื้อนั้น เมื่อหาของที่ถูกกฎหมายไม่ได้ ตลาดมืดเเละโลกออนไลน์ที่มีเกลื่อนเมืองเเม่ราคาสุดเอื้อม เเต่หลายคนยอมจ่ายเพราะสุขภาพของเเต่ละคนราคามิอาจประเมินได้

…ปมปัญหาหน้ากากอนามัย ยังทำให้การให้ข้อมูลสับสนคลาดเคลื่อน ทำเอาอธิบดีกรมการค้าภายในต้องแจ้งความดำเนินคดีกับโฆษกกรมศุลกากรเรื่องตัวเลขส่งออกหน้ากากอนามัย  ยิ่งทำให้นึกถึงศูนย์ข้อมูลโควิด-19  ตามที่ “ลุงตู่” ลงนามแต่งตั้ง ควรเป็นเจ้าภาพรวบรวมข้อมูลจำนวนหน้ากาก บอกสังคมให้ชัดเจน ดีกว่าให้แต่ละฝ่ายจับเอาประเด็นนี้ ไปโพทนาตีความมั่วไปหมด

…นอกจากปัญหาการกระจายหน้ากาก การบริหารภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน …อสนีบาต… ขอกล่าวเองเพราะรัฐบาลยังไม่ยกระดับให้เป็นฉุกเฉิน ต้องมีการเตรียมพร้อมรับมือทันท่วงที ไม่ใช่ออกคำสั่งชักเข้าชักออกแบบเลื่อนลิ้นชักโต๊ะหาเอกสารไม่เจอ

 


…. วันนี้ ออกคำสั่งจะยกเลิก วีซ่า สกัดต่างชาติประเทศเสี่ยงเข้าไทย ต่อมาแจ้งขอทบทวน วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประกาศว่า ไฟเขียวพร้อมบังคับใช้วันรุ่งขึ้น คนรับสารงุนงงเอาไงกันแน่ เหมือนกับ ที่ “บิ๊กป๊อก “ ประกาศ ให้ปิดศูนย์ผีน้อย ที่สัตหีบ ครั้นวันรุ่งขึ้น ออกมายอมรับ สื่อสารผิดพลาดยังไม่ปิดศูนย์ พร้อมกับยกมือขอโทษ โอ้ว! ยังไงก็ใช้บทเรียนดังกล่าวกลับไปตั้งหลักใหม่กันอีกรอบพร้อมที่จะเผชิญสถานการณ์ใหญ่กว่านี้ นั่นคือวันที่ประกาศยกระดับ 3

…. มาว่ากันกรณีควบคุมบุคคลกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เพ่นพ่านไปทั่วทิศยังอ่อนเชิงนัก จนมีข่าวนักท่องราตรีติดเชื้อจากการดื่ม/สูบ/สังสรรค์ในสถานบันเทิงย่านทองหล่อ กลางเมืองหลวงเเบบนี้ ขวัญผวากันทั้งเมือง เท่านั้นไม่พอวันต่อมา ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข แถลงซ้ำเมื่อวันที่ 13 มี.ค.63  พบการติดเชื้อแบบกลุ่มเพิ่ม ก็มาจากวงบันเทิงกลุ่มเดียวกันนั่นหล่ะอีกสามราย บวกกับ กรณี  นักท่องเที่ยวที่ไปทำสวยจากเกาหลีกับมาแพร่ระบาดให้กับเพื่อนอีกสองคน สิริรวมแล้วการติดเชื้อแบบกลุ่มทั้งสองเหตุการณ์เพิ่มขึ้นรวม 17 ราย และสถานการณ์การติดเชื้อแบบกลุ่มน่าจะมากขึ้นตามลำดับ

....นี่ยังไม่นับรวมกรณีสาธารณสุข รายงานเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ยืนยันดารานักแสดง แมทธิว ดีน ติดเชื้อ และพบผู้ป่วยรายอื่นเพิ่มขึ้นอีก 

….ยกตัวอย่างเเค่นี้ก็หนักเเล้วสำหรับรัฐบาล เนื่องจากหลากหลายปัญหากำลังถมทับ จากภัยเเล้ง ภัยเศรษฐกิจ ไวรัสมรณะ จะหลอมรวมเป็นมหาภัย  ไหนจะมีภัยรายวันหลากรูปเเบบปูดออกมา รวมทั้งภัยจากเฟคนิวส์เเละการไอโอเพื่อปั่นหัวคนในสังคมให้ตระหนกตกใจเเบบรายนาที  ขึ้นอยู่กับ “ลุงตู่” จะประคองสถานการณ์ไปได้ขนาดไหน แก้ทีละเปลาะหากผ่านมรสุมรุมกินโต๊ะไปได้ต้องยกนิ้วให้   

 


 .…ทิ้งท้ายสักหน่อยมีของฝากจากเมืองพิษณุโลก อาจทำให้”ลุงตู่”ปวดใจอีกดอก คือหลายคนในอ.เมือง พิษณุโลกบ่นว่า”บิ๊กตำรวจ”นายหนึ่งที่เพิ่งมาอยู่เมืองพิษณุโลกพยายามขยับสิ่งมิดีมิงามหลายเรื่องที่หมิ่นผิดกฎหมายเพื่อหาประโยชน์โดยมิชอบเเละยังอ้างบารมีผู้ใหญ่ในพื้นที่คุ้มตัวเอง

 ….สืบทราบมาจากหลายกระเเส “บิ๊กตำรวจ”นายนี้ อ้างผู้ใหญ่สั่งมาให้ลุยหารายได้พิเศษเเบบผิดกติกาเเละตัวเองเข้าใกล้ผู้ใหญ่ได้  จึงมิเกรงความผิดที่กำลังก่อ ทั้งๆที่ผู้ใหญ่คนนั้นมิทราบเรื่องของตำรวจนายนี้เลย  ดังนั้นชาวเมืองสองเเควขอร้องให้ช่วยกระจายข้อร้องเรียนพฤติกรรมนายนี้ไปถึงทำเนียบรัฐบาลเเละผบ.ตร.ให้สะสางเป็นการด่วน เพื่อมิให้ปัญหาชาวประชาเพิ่มพูนขึ้นมาอีก ไม่เช่นนั้นคะเเนนของ”รัฐบาลลุงตู่”จะลดลงอีกเเบบไม่รู้ตัวว่าปล่อยปละละเลยให้เจ้าหน้าที่รัฐหากินในทางมิชอบ



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน