Columnist

ไม่ใช่ครั้งแรกที่"ปิยบุตร" แสดงต่อพรรคร่วมฝ่ายค้าน

29 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 18:28
ไม่ใช่ครั้งแรกที่"ปิยบุตร" แสดงต่อพรรคร่วมฝ่ายค้าน
เปิดอ่าน 9,726
อสนีบาต

"การเมืองไม่มีมิตรมีแต่ศัตรูถาวร" คือสัจธรรมการเมืองของ"ปิยบุตร"ผู้ประกาศตนเป็นปีศาจ

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสร็จสิ้นไปแล้ว ด้วยผลการลงมติให้ความไว้วางใจ”ผู้นำรัฐบาล” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ 5 รัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ  วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ  และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  รมช.เกษตรและสหกรณื  ด้วยคะแนนเสียงเป็นไปตามคาด

…เป็นไปตามคาดชนิดรับรู้ล่วงหน้า ด้วยจำนวนเสียงรัฐบาลที่มีการสะสมเพิ่มขึ้น ทั้งที่ในอดีตถูกจับตามองอย่างน่าลุ้นระลึกทุกช็อตทุกนาทีจากความเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นรัฐนาวาล่องฉิวบนพื้นน้ำอย่างไร้กังวล

…เป็นไปตามคาด ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงทำให้กลไกภายในพรรคเกิดอาการเครื่องรวน  65  ส.ส. อนาคตใหม่ ตกอยู่ในสภาพผึ้งแตกรัง หาสังกัดพรรคการเมือง ต่างเฮโลเข้ามาอยู่ในพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล งานนี้ไม่ต้องถึงขั้นเสียบบัตรแทนกัน แต่ประสงค์เอ่ยนามเห็นตัวเป็นๆ  10 ส.ส.อดีตอนค.ลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีทุกคน   

… ยังมีฝ่ายค้านร่วมหนุน 6 คน จากพรรคเสรีรวมไทยภายใต้การนำของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ที่ได้แต่กอดข้อมูล “ลุงตู่” เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่งไม่ครบถ้วน นำมาฉายซ้ำในสภาอีกรอบแต่ไม่เป็นผล 

...ตามมาด้วยจำนวนเสียงจากเพื่อไทย และพรรคประชาชาติ  เท่านั้นไม่พอ  รอ. ธรรมนัส โหวตให้ตนเอง ส่วน “สหายแสง”  รองประธานสภาแหวกม่านประเพณีกดให้รัฐบาล

… ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นหนึ่งในหน้าที่อันสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะฝ่ายค้านในการทำหน้าที่ตรวจสอบพฤติกรรมการทำงานของรัฐบาล แต่อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ ตั้งแต่เริ่มต้น พรรคฝ่ายค้านหาได้มีความพร้อมในการตรวจสอบรัฐบาล

…ทั้งที่วิปรัฐบาลเปิดทางให้อภิปรายได้ถึงสี่วันสี่คืน แต่ปรากฎว่า เหล่าขุนพลฝีมือปากกล้าฝ่ายค้านที่อุตสาห์ปลุกขวัญก่อนลงทำศึก ด้วยการสร้างคำให้เกรงขาม “เปิดยุทธการอรุณรุ่ง“แต่ครั้นลงสนาม ไหงกลายเป็นอรุณร่วงไปได้  

… ทั้งเนื้อหาการตรวจสอบ”ลุงตู่” ไปถึงห้ารมต. จึงมีแต่เรื่องซ้ำๆตามที่เคยได้ยินได้ฟังในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล บางเรื่องพร่ำเพ้อพรรณาใส่วาทกรรมหวือหวาท้าตีท้าต่อยขู่ให้ไปดวลปืนกันหน้าวัดพระแก้วซะงั้น ซึ่งไม่ได้เป็นสาระสำคัญในการตรวจสอบ 

 


…  การอภิปรายบางเรื่อง เช่น กรณีกองทัพสร้างปฏิบัติการไอโอ  ซึ่งก็ล้วนเป็นข้อมูลเอกสารที่ได้มาจากการประชุมอนุกรรมาธิการงบประมาณ แจกแจงการทำงานของกอ.รมน.ในการสร้างความสงบสันติสุขให้กับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  ทว่าผู้อภิปรายจากอดีตอนาคตใหม่อย่าง วิโรจน์  ลักขณาอดิศร  กำลังถูกย้อนศรในไม่ช้า!!!

… อสนีบาต… สืบทราบมาจากสำนักข่าวใต้ถุนตึกไทยคู่ฟ้า ได้ติดตามรวบรวมข้อมูล คณะทำงานที่ปั่นกระแสข่าวสร้างภาพลักษณ์ทางการเมือง โดยการสร้างข่าวให้ข้อมูลปลูกฝังแนวความคิดผิดๆต่อผู้เสพโซเชียล ตรงนี้ขอจับตาดูต่อไปแล้วกัน

... อ้า! ขอแถมอีกหน่อย  บรรดาการสร้างข้อความดูหมิ่นเหม่ กระทบสถาบันเบื้องสูง  พร้อมกับให้คณะทำงานเผยแพร่อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจนลุกลามไปถึงกลุ่มผู้ชุมนุมนิสิตนักศึกษา นำไปเผยแพร่ต่อขณะนี้  ขอเตือนด้วยความหวังดี จงหยุดการกระทำผิดกฎหมายเสียเถิด ก่อนที่พายุใหญ่จะมา 

 ถ้ายังขืนนำประเด็นนี้ไปปราศรัย ไปยืนชูป้ายออกสื่อสารมวลชน ตีแผ่ไปทั่วโลก  นี่ไม่ใช้แล้ว กับสิ่งที่บอกว่า ความสวยงามตามระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นความอัปเฉา ที่ผู้พบเห็นได้แต่เศร้าใจ ทำไมทำกันได้ขนาดนี้  อสนีบาต ไม่ขอนำภาพ ข้อความดังกล่าวมาเผยแพร่ต่อ เชื่อว่า หลายท่านคงได้หาอ่านตามสื่อโซเชียล โดยเฉพาะโซเชียลไอโอ ที่ขบวนการเหล่านี้กำลังกระทำอยู่ และหวังว่า เจ้าหน้าที่บ้านเมือง สมควรบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ   


…. ต่อควันหลงอภิปรายอีกนิด ประเด็นการช่วยเหลือบริษัทฟิลิป มอร์ริส ในคดีนำเข้าบุหรี่ หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรและสำแดงเท็จ  ทำนองว่าเป็นผลงานการปลุกปั้นของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมนอกสภา ที่อ้างว่าข้อมูลแน่นหวังน็อค ดอน ปรมัตถ์วินัย  รมว.ต่างประเทศ แต่ดูจากรสชาดการอภิปรายเหมือนกำลังทานข้าวกับแกงจืดวุ้นเส้น ชนิดจืดสนิทไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

…กรณีดังกล่าว เป็นประเด็นเดิมๆ ที่เกี่ยวพันกับการบริหารประเทศของรัฐบาลในอดีต  โดย กระทรวงการต่างประเทศเป็นเพียงปลายทาง มีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศในแง่ที่เป็นบริษัทต่างชาติ รวมถึงพันธกรณีของไทยใน WTO ซึ่งเป็นเป็นเรื่องปกติที่กระทรวงการต่างประเทศต้องให้ความเห็นจากข้อเสนอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเอง      

…ตบท้าย นอกจากความไม่พร้อมของการเตรียมข้อมูลอภิปราย ก็ยังได้เห็นความไม่พอใจของ ปิยบุตร แสงกนกุล อดีตเลขาอนาคตใหม่ เนื่องจากลูกพรรคไม่ได้สิทธิอภิปราย จึงทิ้งระเบิดใส่พรรคเพื่อไทยไม่เป็นไปตามข้อตกลง พร้อมกับกล่าวหากันแบบไม่ไว้หน้า เพื่อไทยกำลังเล่นเกมมวยล้มต้มคน 

....การประจานพรรคพวกในสังคมการเมืองแบบนี้ ค่อนข้างจะอยู่ยากหรือจะได้รับความร่วมมมือในครั้งต่อๆไป ต่อให้สัจธรรมที่ว่า "การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร "  แต่พฤติกรรมระดับ"ปิยบุตร" คงเป็นไปตามสัจธรรมของตนเองคือ " การเมืองที่ไม่มีมิตรแท้มิตรเทียม มีแต่ศัตรูถาวร" 

.... ไม่แปลกที่จะมีผู้ได้รับความเสียหายออกมาสวนกลับ อย่างเช่น วัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ด้วยการบอกให้ปิยบุตรตั้งสติ

..."ข้อกล่าวหาว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อไม่อภิปรายใครจึงเป็นการกล่าวหาลอยๆ ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย วิธีการแบบนี้ผมไม่คุ้นเพราะไม่เคยระแวงหรือกล่าวหาเพื่อนโดยไม่มีหลักฐาน..." ข้อความของวัฒนา เมืองสุข ตอบโต้ ปิยบุตร ผ่านทางเพจส่วนตนเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 63 

ก็ขอเพิ่มอีกสักหน่อย สิ่งที่"ปิยบุตร" กระทำกับสังคมการเมืองแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก หากแต่ย้อนกลับไปดูการทำหน้าที่เลขาธิการพรรคอนค. ที่ดองเรื่อง การขับ "4 ส.ส.พรรค"ดูก็ได้ หรือจะติดตามอ่านมุมมองข้อคิดเห็นจากศิษย์เก่าพรรคอนาคตใหม่หลายต่อหลายคนเป็นเครื่องพิสูจน์กันได้ว่า ใครนำพาพรรคการเมืองที่จะเป็นอนาคตใหม่ตกลงเหวลึก  

เส้นทางการเมืองของอาจารย์นักกฎหมายที่มีเป้าหมายมากกว่าการเป็นส.ส.  และประกาศตนขอเป็นปีศาจข้างถนน  ดูจะเป็นตอนจบทางการเมืองที่ไม่สวยนัก 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน