Columnist

วิ่งแบบไหนบั่นทอนทำลายสุขภาพ( จิต )

9 มกราคม 2020 เวลา 13:23
วิ่งแบบไหนบั่นทอนทำลายสุขภาพ( จิต )
เปิดอ่าน 384
อสนีบาต

วิ่งเพื่อการกุศลก่อประโยชน์สังคมชาติมากมายน่าเสียดายคนกลุ่มหนึ่งใช้การวิ่งผิดวัตถุประสงค์

           

เป็นอะไรที่รับลูกกันอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย  โดยเมื่อวันที่ 8 ม.ค.63  อดีตส.ส. นอกสภา ที่กำลังเดินสายขึ้นแก้ต่างคดียุบพรรค อย่าง ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  ออกมาโพสต์ข้อความล่าสุด พร้อมจะเดินทางไปพบตำรวจตามหมายเรียกในคดีชุมนุมที่ลานสกายวอล์คโดยไม่ขออนุญาต ตามพ.ร.บ.การชุมนุมฯ  ณ สน.ปทุมวัน ในวันที่ 10 ม.ค.นี้อย่างแน่นอน

 

ช่างประจวบเหมาะเสียเหลือเกิ้น เพราะในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน จะมีการจัดกิจกรรม “วิ่ง ไล่ ลุง “ ที่สวนรถไฟ จตุจักร ในวันที่ 12 ม.ค. หรือห่างจากวันที่ “ธนาธร”  ประกาศบอกแฟนคลับอนาคตใหม่ จะไปสน.ปทุมวัน เพียงแค่หนึ่งวัน และยังเป็นการตอกย้ำคำมั่นสัญญาบนลานสกายวอล์คตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาว่า เขาและคณะจะกลับมาพบกับทุกคนอีกครั้งในเดือนมกราคม 2563  

          

เพิ่มเติมเข้าไปอีกดูเป็นห้วงเวลาต่อเนื่องของการเคลื่อนไหวทางการเมืองในสภา โดยส.ส.จากพรรคฝ่ายค้าน เปิดอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563  ในวาระสองและสามตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ด้วยการจับจ้องโจมตีงบกระทรวงกลาโหมเป็นพิเศษ

           

 


 

ไม่ว่านักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาจะอ้างถึงบทบาทหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นในสภา หรือจะเป็นความสุขสนุกของ”คนรุ่นใหม่”ที่สร้างคลิปภาพยนต์สั้น ” ทิ้งนกหวีด แล้วออกมาวิ่งไล่ลุง “ หรือจะ วิ่งไปแหกปากไปด้วยว่า “เผด็จการออกไป  ประชาธิปไตยคืนมา”  เหมือนกับวันที่ ธนาธร ปราศรัยลานสกายวอล์คให้ทุกคนพูดพร้อมกัน  ตรงนี้ก็ว่ากันไปตามสิทธิเสรีภาพ ความเชื่อ ตามยุคสมัยรักใครชอบใครอย่างบ้าคลั่ง 

            

แต่กับความพยายามเดินสายปลุกกระแสก่อนใกล้ถึงวัน “วิ่ง ไล่ ลุง”  ตั้งแต่ การส่งตัวแทนไปเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และครม. ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หรือเมื่อวานนี้ เดินทางไป บก.ทบ. ด้วยการเชิญ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  ผบ.ทบ. ต่อเนื่องถึงวันนี้ เดินทางไปสภา เชื้อเชิญ ชวน หลีกภัย ประธานสภา ให้มาร่วมวิ่งกันด้วย

 

แม้อ้างว่า การเชิญ “บิ๊กแดง” ร่วมวิ่ง เพราะท่านชอบออกกำลังกายก็คงไม่มีใครเชื่อ ทำนองกลับกัน ในยามที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ร่วมกันจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อการกุศลสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะไม่ยักเห็น “ขบวนการไล่ลุง” ร่วมวิ่งออกกำลังกาย กับ” บิ๊กแดง” หรือ จะขอร่วมวิ่งในโครงการที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่

        


 

แต่การออกมาวิ่งเฉพาะอีเว้นท์สร้างความต่อเนื่องกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคฝ่ายแค้น แล้วไปเชิญ บุคคลที่ตนเองเคยกระดกลิ้นตีตรา”เป็นเผด็จการ” ทั้งที่อยู่ร่วมชาติเดียวกันแท้ๆ  มันจึงเป็นอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลนักกับการเอ่ยอ้างส่งหนังสือเชิญ “บิ๊กแดง” มาร่วมวิ่งเพราะต้องการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 

           

น่าสะอึกมากกว่านั้น ในวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังอยู่ในช่วงของการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ต้องประกอบพิธีทางศาสนาแสดงความไว้อาลัย แต่กลุ่มคนที่ไม่แน่ใจว่าได้ปลูกฝังการเคารพจารีตประเพณี มีกาลเทศะมากน้อยเพียงใดจึงไม่ได้รู้สึกรู้สาเดินหน้าตั้งยื่นหนังสือเชิญให้มาร่วมวิ่งในกิจกรรมทางการเมืองที่ตนเองต้องการ

          

แม้ออกมาให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า ชาวคณะจัดงานวิ่งไล่ลุงมีความเสียใจกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่สูญเสียคนในครอบครัว การมาครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนามาซ้ำเติมก็ตาม  

      

… อสนีบาต …ไม่จำเป็นต้องขอตำหนิติเตียนให้มากกว่านี้ เพราะในโลกโซเชียลมีเดีย ต่างออกมาแสดงความเห็น อบรมสั่งสอน คนที่จะเติบโตเป็นอนาคตของชาติ เผื่อจะมีสติรู้จักแยกแยะความผิดชอบชั่วดีได้บ้าง   เพราะตรงนี้ก็ไม่ต่างกับพวกที่กำลังสร้างกลุ่มก้อนเป็น”ลัทธิชังชาติ” ด้วยการแหกกฎระเบียบ กติกา มารยาทของบ้านนี้เมืองนี้ ส่งคนไปแทรกซึม ตามสถาบันการศึกษา ตั้งแต่ระดับโรงเรียนประถม- มัธยม

             

ลำพังการอ้างว่า มารณรงค์การเลิกเกณฑ์ทหารแย่แล้ว แต่นี่กลับไปใช้เอกสารราชการแอบอ้างจัด “วิ่ง ไล่ ลุง “ ในโรงเรียนต่างๆตามต่างจังหวัดเพื่อหวังให้เห็นถึงพลังคนรุ่นใหม่ระดับเด็กเยาวชน ออกมาร่วมขับไล่รัฐบาล สร้างความอุบาทว์ดีแท้  

             

เพิ่งได้พบได้เห็นยุคนี้พ.ศ.นี้หล่ะครับ ที่มีกลุ่มคนประเภทนี้กำเนิดเกิดมาด้วยการสรรหาวิธีทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ปลุกกระแสต่อต้าน อย่างไร้สามัญสำนึก ไร้วุฒิภาวะ ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายแต่จะทำลายสุขภาพจิตซะมากกว่า  

           

จบด้วยคำกล่าว ของ “ลุงตู่” ที่กำลังใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ด้วยการไม่เห็นด้วยกับ การ “วิ่ง ไล่ ลุง” หรือ “เดินเชียร์ลุง”

             

ผมไม่เห็นประโยชน์จะเกิดขึ้น ไม่ว่าสนับสนุนผมหรือสนับสนุนใครก็ตามหรือต่อต้านผม มันเกิดประโยชน์กับใครบ้าง มันก็มีคนจำนวนหนึ่งที่ออกมาทำเรื่องแบบนี้ พัน สองพัน หมื่นนึง แต่คนที่เสียประโยชน์คือ 60 ล้านคน… “  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเมื่อวันที่ 6 ม.ค.63

  



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน