Columnist

ปล่อยให้นักการเมืองจูงจมูกวิ่งตามกันไป

24 ธันวาคม 2019 เวลา 7:45
ปล่อยให้นักการเมืองจูงจมูกวิ่งตามกันไป
เปิดอ่าน 1,803
อสนีบาต

ถึงตรงนี้ จะบอกว่า กิจกรรม “วิ่ง ไล่ ลุง”  ไม่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องก็คงไม่มีใครเชื่อ

 

ติดตามพัฒนาการของน้องๆ ผู้ริ่เริ่มจัดกิจกรรม “วิ่ง ไล่ ลุง” ทำให้เห็นความเชื่อมโยงในทางการเมืองมากขึ้นทุกขณะ  เป็นความเชื่อมโยงที่ได้รับการปลูกฝังแนวความคิดผ่านนักการเมือง ทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่  

              

หะแรก ไอเดีย กิจกรรม"วิ่งไล่ลุง" บังเกิดขึ้นจาก “บอล” ธนวัฒน์ วงศ์ไชย  ซึ่งเขาเคยเป็นอดีตแกนนำนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   เคยเป็นสมาชิกสภานิสิตจุฬาฯที่ลงคะแนนเลือก เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ขึ้นเป็นประธานสภานิสิตฯ

             

สารพัดที่จะเป็น  ตั้งแต่ร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งต่อต้านคสช.  ร่วมกลุ่มจ่านิว  ร่วมมือกับ “พริษฐ์ ชีวารักษ์” หรือ “เพนกวิน” นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อตั้งสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย โดยอ้างว่าเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมและเคลื่อนไหวของนักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ

             

วันดีคืนดีโผล่ร่วมกิจกรรม “เพื่อไทยพลัส”  อันเป็นการสร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย พรรคที่มีนายใหญ่แห่งดูไบเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างไม่เป็นทางการเพราะถ้าเป็นทางการเดี๋ยวจะโดนคดียุบพรรคอีก (อันนี้จะซวยหนักมาก  ฮา…. )  

           

ระยะหลัง เดินสายเข้าออกอาคารรัฐสภา  ย่านเกียกกาย  ประหนึ่งเป็นการเคลื่อนไหวสอดประสาน กับส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ผ่านการยื่นหนังสือร้องเรียน กรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุกคามแทรกแซงสิทธิเสรีภาพ โดยอ้างว่าไม่ได้รับอนุญาตให้จัดงานแถลงข่าว กิจกรรม “วิ่ง ไล่ ลุง “ นั่นเอง   

           

 


 

เป็นอะไรที่ทำให้ “บอลแอนด์เดอะแก๊งค์”  ปรากฎภาพตามหน้าสื่อบ่อยขึ้น  ทั้งการยื่นหนังสือผ่าน “ช่อ”  พรรณิการ์  วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่  ว่าถูกเจ้าหน้าที่รัฐแทรกแซงการจัดกิจกรรม “วิ่ง ไล่ ลุง”  ตามมาด้วย  “รังสิมันต์  โรม”   ส.ส.จากพรรคเดียวกัน ทำหนังสือ เชิญ ธนวัฒน์ ไปให้ข้อมูลข้อเท็จจริง  พร้อมกับจะเชิญนายตำรวจตั้งแต่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มาชี้แจงด้วย

        

การใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ประชาสัมพันธ์การจัดงาน “วิ่ง ไล่ ลุง”  ขยายสู่วงกว้างรวดเร็ว  กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  ต้องออกมาให้สัมภาษณ์สองครั้งสองครา ด้วยท่วงทำนองว่า “วิ่งตามความคิดผมให้ทันบ้าง”  “ ควรเอาเวลาไปทำประโยชน์อย่างอื่นเสียเถอะ” 

        

เช่นเดียวกับ” พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์” ผบ.ทบ.   ยังกล่าวถึงกิจกรรม "วิ่ง ไล่ ลุง" มีเบื้องหลัง พร้อมกับเตือนว่าระวังจะตกเป็นเหยื่อทางการเมือง 

           

โดยเฉพาะประโยคหลังไม่ต้องรอนาน เมื่อ วัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ผู้ตกเป็นจำเลยคดีบ้านเอื้ออาทร  กระโดดรับกระแส  “ วิ่ง ไล่ ลุง” ทันทีว่า “ไม่มีหรอกเบื้องหน้าเบื้องหลัง  แถมประกาศกันให้ชัดไปเลย  จะประสานกับพรรคเพื่อไทยตั้งโต๊ะรับบริจาคให้กับกิจกรรม วิ่ง ไล่ ลุง “  

        

 

 


 

ถึงตรงนี้ จะบอกว่า กิจกรรม “วิ่ง ไล่ ลุง”  ไม่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นการจัดกิจกรรมในเชิงแสดงสัญลักษณ์ ก็คงไม่มีใครเชื่อแล้ว  ในเมื่อฝ่ายการเมืองออกมาประกาศตัว ยืนเคียงข้างชัดเจนซะขนาดนี้  แม้แต่การเปิดเพจของบรรดาแกนนำมวลชนในต่างจังหวัด ออกมาประกาศสนับสนุน 

         

ยังมีการประกาศถึงเส้นทางการวิ่งออกมาให้สาธารณชนรับทราบอย่างชัดแจ้งแดงแจ๊ ว่าจะเป็นการออกจากจุดสตาร์ทที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านเส้นทางถนนราชดำเนิน วนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และจบลงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โดยกำหนดวันวิ่งในวันที่ 12 มกราคมปีหน้า หรือตรงกับวันเด็กแห่งชาตินั่นเอง

         

ถึงขนาดระบุว่ามีผู้ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมแล้ว ถึง 8 พันคน และยังมีผู้แจ้งความประสงค์อยากวิ่งแต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนอีกจำนวนมาก  ซึ่งถ้ารวมแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นคน  ดูจะเป็นอะไรที่มีจำนวนมากพอในการแสดงพลังกดดันรัฐบาล สื่อไปถึง “ลุงตู่”  ไม่สมควรอยู่ในตำแหน่งนายกฯอีกต่อไป 

         

กล่าวกันว่า การจัดวางปฏิทิน วิ่งไล่ลุง ช่างบังเอิ๊ญบังเอิญมีความลงตัวไปกับกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางการเมืองอื่น 

 

เพราะเป็นความพยายามสร้างกระแสการเคลื่อนไหวของมวลชน ต่อเนื่องไปกับ   ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่อดีตส.ส.ข้างถนน  ประกาศ “ประชาธิปไตยจงเจริญ เผด็จการออกไป “ ในวันชุมนุมที่ลานสกายวอล์ค ปทุมวัน  โดยนัดหมายจะมาพบกันอีกครั้งในเดือนมกราคม 

 

เป็นความต่อเนื่องสอดประสานไปกับ แกนนำพรรคอนาคตใหม่ ต่างเดินสายดาวกระจายไปตามพื้นที่ภาคอีสาน ด้วยการอ้างว่า ไปรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ และผลักดันร่างกฎหมายเลือกเกณฑ์ทหาร แต่กลับมีการปราศรัย ปลุกความเกลียดชังฝ่ายตรงกันข้าม 

"ไม่ต้องการบิ๊กตู่ ต้องแก้ไขรธน."  (ตัวอย่าง ประโยคเบาๆ  ซึ่งพ่นผ่านกล่องเสียง ช่อ พรรณิการ์ วานิช  ส.ส.อนาคตใหม่ ที่สกลนคร ) 

            

เป็นความต่อเนื่องที่ถูกกำหนดขึ้นภายหลังเปิดโอกาสให้มีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสร็จสิ้นก่อนถึงวันที่ 12 ม.ค. ซึ่งเป็นวัน “วิ่ง ไล่ ลุง” 

           

สะสมพลังงานความโกรธ เกลียดชิงชังรัฐบาล โดยผ่านการเคลื่อนไหวทั้งในสภาและนอกสภา

 

เมื่อความคับข้องใจมันอัดแน่นก็พร้อมระเบิดออกมาระบายบนท้องถนน โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบความเดือดร้อนวุ่นวายจะตามมา



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน