Columnist

ตบหน้าเพื่อไทย

22 ธันวาคม 2019 เวลา 21:16
ตบหน้าเพื่อไทย
เปิดอ่าน 20,012
อสนีบาต

ชัยชนะของพรรคพลังประชารัฐที่มีเหนือพรรคเพื่อไทยบ่งบอกถึงคนกำกับยุทธศาสตร์ที่ไม่สามารถคุมยุทธศาสตร์พรรคได้

 

การเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 7  จังหวัดขอนแก่น ปรากฎผลออกมาอย่างไม่เป็นทางการ  สมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัครส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ มีชัยชนะเหนือ  ธนิก มาสีพิทักษ์  ผู้สมัครส.ส.จากพรรคเพื่อไทย  โดยมีคะแนนห่างกันอยู่สองพันกว่าคะแนน 
              

 

ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จจากพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่สามารถเฉือนเจ้าของพื้นที่เดิมซึ่งมาจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน   
             

เพราะก่อนหน้านั้น นวัธ เตาะเจริญสุข อดีตส.ส.ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองก็อยู่ภายใต้ชายคาพรรคเพื่อไทย (นวัธ ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง  29,710 คะแนน )  โดยขณะนั้น สมศักดิ์  คุณเงิน ลงชิงชัยด้วย ได้คะแนนตามมาเป็นอันดับสอง  26,553 คะแนน  หรือห่างกันเพียงสามพันคะแนน  
               

 

แต่การเลือกตั้งซ่อมคราวนี้ เพื่อไทยต้องดันส.ส.บัญชีรายชื่ออย่าง”ธนิก” ขึ้นมาประชันกับ ผู้ที่เคยได้คะแนนเลือกตั้งครั้งก่อนมาเป็นอันดับสอง  จึงเป็นอะไรที่ทำให้การเลือกตั้งซ่อมน่าดูชมเป็นอย่างยิ่ง อีกอย่างผลของการเลือกตั้ง ยังเป็นดัชนีชี้วัดความนิยมรัฐบาลและฝ่ายค้านไปในตัว   
             
 


 

เมื่อกล่าวถึงสนามเลือกตั้งภาคอีสาน ต้องยอมรับว่า เพื่อไทยมีความได้เปรียบกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ อาจเป็นเพราะแบรนด์อมตะระดับ “นายใหญ่”  คงอยู่ในความทรงจำของพี่น้องชาวอีสาน ทำให้พรรคเพื่อไทยเก็บกินบุญเก่า ได้ส.ส.เข้าสภามาตามคาด   
            

เฉพาะจังหวัดขอนแก่น ถือเป็นพื้นที่สำคัญในการเคลื่อนไหวของมวลชนคนเสื้อแดง ถ้าจะกล่าวว่าเป็นกองบัญชาการระดับภูมิภาคไม่ผิดนัก  มีแกนนำมวลชนปักหลักกำหนดยุทธวิธีการเคลื่อนไหว ถึงขนาดมีการจัดตั้งโรงเรียนนปช. ในพื้นที่แห่งนี้ 
            

แม้แต่คนที่ลงชิงชัยรอบนี้ที่ชื่อ “ธนิก”  จัดได้ว่าเติบโตมาจากการเป็นนักจัดรายการวิทยุเสื้อแดงได้รับความนิยมจากผู้ฟังจำนวนมาก  เคยนำมวลชนไปชุมนุมในกรุงเทพฯ  

เมื่อฐานมวลชนให้การสนับสนุนเข็มแข็ง ไม่แปลกในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยกวาดมาได้ถึง  8  เขต  จาก 10 เขต  จึงมั่นใจว่าจะสามารถรักษาเก้าอี้เขต 7 ไว้ได้อีก 

 

กระนั้น เมื่อความมีความมั่นใจมากเกินไปย่อมมีความประมาทตามมา    
              

การที่ พรรคพลังประชารัฐ สามารถแย่งชิงเก้าอี้ส.ส.เขต 7  มาได้ จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา  มองถึงเหตุปัจจัยนำมาซึ่งชัยชนะ  ประการแรกความเป็นพรรครัฐบาลย่อมมีความได้เปรียบเป็นธรรมดา ด้วยอำนาจรัฐ กระสุนดินดำพร้อมสรรพ และอาจต้องมองไปถึงการทำงานของรัฐบาลตลอด 4-5 เดือนที่ผ่านมา เร่งผลิตผลงานชนิดจับต้องได้ไปสู่พี่น้องชาวเกษตรกรภาคอีสาน   
             

ก่อนเลือกตั้งซ่อม ยุทธศาสตร์เดินสายสะสมคะแนนนิยมในพื้นที่ภาคอีสาน ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ในจังหวัดใกล้เคียง แม้แต่ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมภาคอีสาน ได้ลงพื้นที่ติดตามให้ความช่วยเหลือทันท่วงที  

 

ไม่ใช่แค่ลงพื้นที่เพียงครั้งเดียวแล้วจากไป แต่กลับเป็นการลงไปอุดจุดอ่อนพื้นที่ทางการเมือง  
             

นี่ขนาดหลังเลือกตั้งซ่อมเสร็จสิ้น  “ ลุงตู่” เตรียมยกคณะรัฐมนตรีบางส่วนลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิอีกแล้ว เป็นการลงมาปักหมุดตอกย้ำ หลังจากส่ง สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรมต. นำร่องพบปะประชาชนตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา   
            
 


 

ผลการเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น ยังถือเป็นชัยชนะของพรรคฝ่ายรัฐบาลต่อเนื่อง เพราะก่อนหน้านี้ในการเลือกตั้งซ่อมนครปฐม  เผดิมชัย สะสมทรัพย์ จากพรรคชาติไทยพัฒนา ก็เอาชนะคู่แข่งจากพรรคอนาคตใหม่ที่เคยเป็นเจ้าของพื้นที่เดิมไปได้    
            

การที่พรรคฝ่ายรัฐบาลประสบความสำเร็จเลือกตั้งซ่อมทั้งสองสนาม เกิดขึ้นในบรรยากาศที่รัฐบาลบริหารบ้านเมืองไปเพียงแค่ 5 เดือนแต่เกิดผลงาน ไม่มีจุดด่างพร้อย จึงเป็นแต้มต่อสร้างความมั่นใจนำไปสู่การตัดสินใจเลือกผู้แทนเข้าไปเติมเต็มคะแนนฝั่งรัฐบาลบริหารประเทศต่อไป  


          

 

ทำนองเดียวกัน ความพ่ายแพ้ของพรรคเพื่อไทย สาเหตุหลักมาจากปัญหาภายใน ที่ยังมีบรรยากาศความไม่ลงรอยในการกำหนดแม่ทัพ ทำให้คนที่ถูกเรียกได้ว่าเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค อย่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์  ยังคลำหายุทธศาสตร์เป้าหมายหลักทางการเมืองไม่เจอเลย  อีกอย่างตนเองก็เหมือนผู้เล่นนอกสนามที่ไม่ค่อยมีบทบาทสำคัญต่อพรรคมากนัก 
            

ดังเห็นได้จากความเคลื่อนไหวก่อนการเลือกตั้งซ่อม ระดับแกนนำพรรคต่างเดินทางไปเจรจากับนายใหญ่ หนึ่งในนั้นมีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตขุนพลฝั่งธน เข้าร่วมด้วย โดยปรากฎร่องรอยการแย่งซีนขึ้นมาตามลำดับ เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม ประกาศเป็นแม่ทัพนำพาลูกพรรคเข้าสู่สมรภูมิอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อเป็นเช่นนี้ชื่อของ”หญิงหน่อย”  อาจต้องผลุบๆโผล่ๆ หรือคงต้องไปตามหาตัวแถวเวทีเสวนาแก้ไขรธน.   
              

ฉนั้น นับประสาอะไร จะสามารถนำทัพการเลือกตั้งซ่อมไปสู่ความสำเร็จ

 

 

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน