Columnist

"ชวน"เหนื่อยเมื่อต้องเผชิญประชาธิปไตยนอกกรอบ

19 ธันวาคม 2019 เวลา 8:50
"ชวน"เหนื่อยเมื่อต้องเผชิญประชาธิปไตยนอกกรอบ
เปิดอ่าน 4,625
อสนีบาต

การที่นายชวนว่ากล่าวตักเตือนดูไปดูมาไม่ต่างกับผู้ปกครองกำลังอบรมเด็กไร้เดียงสา

 

นักการเมืองไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่า- รุ่นใหม่ ใครคิดอยากดังให้มีชื่อติดหน้าสื่อ ต้องพูดให้มากนะครับ   นอกจากพูดๆๆแล้ว ต้องแสดงลีลาท่าทางให้สะดุดตา ถึงจะเป็นการสร้างภาพจำให้ประชาชนที่เขาเลือกกันเข้ามาทำหน้าที่ 

              

ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายหรือการแสดงลีลาท่าทางประกอบเรื่องต่างๆ ก็มีทั้งสร้างสาระเป็นประโยชน์ต่อสังคม กับ พวกไร้สาระหาประโยชน์ไม่ได้  

              

พฤติกรรมท่านผู้แทนพ.ศ. นี้ ดูจะเป็นอะไรที่ถูกสาธารณชนกล่าวถึงอย่างกว้างขวางตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในทางลบมากกว่าทางบวกด้วยซ้ำ   

             

เท่าที่ …อสนีบาต… บันทึกพฤติกรรมท่านผู้แทนตั้งแต่เปิดสภา เริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ  มีแต่เรื่องราวสุดแสนชุลมุนชุลเก สร้างความเอือมระอาน่าขายหน้า

 

โดยเฉพาะบรรดานักการเมืองรุ่นใหม่ๆ ต่างทำให้ประมุขนิติบัญญัติ อย่าง คุณชวน หลีกภัย ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าต่อพฤติกรรม  จะว่าไป น้องๆนักการเมืองรุ่นใหม่ ดูจะไม่ห่วงใยสุขภาพท่านเล้ย…. 

            

ช่วงแรกๆ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ประเดิมความฮือฮา เมื่อถูกแปลงสภาพเป็นถนนแฟชั่น จากกรณี ส.ส.แห่งพรรคอนาคตใหม่ อวดโฉมผ่านการแต่งกายเข้าสภาจนนึกว่ากำลังเดินพรมแดงประกวดแฟชั่นในห้องประชุม  

 

สร้างความโดดเด่นจนช่างภาพสื่อมวลชนรุมล้อมกดชัดเตอร์เสียงแฟลชดังวูบวาบ ประสบผลสำเร็จในการมีชื่อติดหน้าสื่อผ่านการแต่งกาย

 

แต่ถ้าพิจารณาถึงตัวตนคนเหล่านั้น ทราบว่ามีเจตนาแฝงต้องการพาสมัครพวกให้คิดนอกกรอบจารีตประเพณี  ก้าวข้ามคำว่ากาละเทศะ ซึ่งก็เป็นตอกย้ำความคิดอุดมการณ์ทางการเมืองของนักการเมืองคนนั้นๆก่อนเข้าสภามาได้ด้วยซ้ำ   

             

 

 


 

การประชุมสภาในยุคก่อนๆไม่บ่อยนักจะได้ยินประธานสภาฯว่ากล่าวตักเตือน ส.ส.เกี่ยวกับเรื่องของพฤติกรรมส่วนตัว ที่ทำให้สภาอันทรงเกียรติต้องเสื่อมเสีย  ก็มาได้ยินได้ฟังจากประธานสภายุคนี้ในลักษณะบ่อยมากกับหลายเหตุการณ์   

           

ประเด็นหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า ประธานสภา คือ นายชวน หลีกภัย  ผู้เคร่งครัดหลักการ แม่นกฎหมาย และเป็นนักการเมืองแบบอย่างที่ดี  ท่านไม่อาจทนต่อสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบันเหมือนกัน

            

การที่คุณชวนว่ากล่าวตักเตือน ดูไปดูมาไม่ต่างกับผู้ปกครองกำลังอบรมสั่งสอนเด็กไร้เดียงสาที่ไม่รู้จักระบบระเบียบแบบแผน จารีตประเพณี วัฒนธรรม    

            

นอกจาก ส.ส.หน้าใหม่  บุคคลที่เรียกได้ว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยที่ผ่านการเลือกตั้งมาได้สมัยสองสมัย น่ามีประสบการณ์ในสภามาบ้าง แต่กลับทำตัวไม่เคารพกฎระเบียบห้องประชุมเหมือนเดิม  มีทั้งหยิบโทรศัพท์มาดูหนังฟังเพลง  บ้างหอบอาหารเข้ามารับประทาน  ทิ้งเศษขยะ เศษอาหาร ปล่อยให้เจ้าหน้าที่เก็บกวาดประจานความสกปรกโสมม จนประธานสภาฯต้องออกปากกล่าวตำหนิ “นี่หรือคือสภาอันทรงเกียรติ ”    

            

วันดีคืนดี นักการเมืองรุ่นใหม่ อุตรินำวัตถุระเบิดเข้าสภา ด้วยการอ้างว่า ต้องการตรวจสอบเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดมีประสิทธิภาพหรือไม่  นำพาความวุ่นวายไปถึงประธานสภาฯ ต้องอบรมสั่งสอนอีกเช่นเคย  ส่วนนักการเมืองต้นคิด เมื่อได้ภาพได้ข่าวเป็นที่เรียบร้อย บทสรุปตอนจบเพียงแค่ออกมากล่าวขอโทษรู้เท่าไม่ถึงการณ์  

            

 


 

แม้แต่เหตุการณ์ล่าสุด อาศัยพื้นที่ของรัฐสภารับหนังสือข้อเรียกร้องของกลุ่มองค์กร พร้อมกับบันทึกภาพเพื่อแสดงให้เห็นว่า ได้ทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย

 

แต่ทว่าการรับหนังสือข้อเรียกร้องแบบปกติธรรมดาคงไม่เกิดภาพจำไม่เป็นข่าวใหญ่แน่นอน  จึงต้องคิดค้นวิธีอะไรสักอย่างเพื่อสร้างความอึ้ง ทึ่ง เสียว 

 

ไอเดียอันบรรเจิดจึงผุดออกมาด้วยการแสดงพฤติกรรมจูบปากอย่างดูดดื่ม โดยมีส.ส.ผู้รับเรื่องยืนยิ้มอย่างหน้าชื่นตาบานประกอบฉากหลัง

            

แม้อ้างว่าเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ ตอกย้ำถึงการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมของเพศสภาพโดยไม่มีวิธีไหนแสดงสัญลักษณ์ได้ดีเท่าวิธีนี้อีกแล้ว  แต่เมื่อเสียงวิจารณ์สนั่นเมืองจึงต้องตบท้ายสูตรสำเร็จ(อีกเช่นเคย) ด้วยการให้ท่านผู้แทน ออกแถลงขอโทษขอโพยว่า เป็นการเล่นนอกบทซะงั้น!  

          

เพราะเป็นสังคมเสรีประชาธิปไตยตามที่นักการเมืองจากพรรคอนาคตใหม่ต้องการไงครับ  จึงใช้สิทธิเสรีภาพแสดงออกกันอย่างฟุ่มเฟือย โดยไม่ได้นึกถึงกรอบกติกาภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน

              

อะไรต่อมิอะไรจึงได้อุบัติกันขึ้นอย่างไร้ขอบเขต -ไร้กาลเทศะ ทำให้สภาอันทรงเกียรติ มีสภาพเป็นสภาอันน่ารังเกียจอย่างที่เห็นกันอยู่อย่างนี้     



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน