Columnist

"ธนาธร"รอดหรือไม่รอด "อนาคตใหม่"ก็อยู่ไม่เป็นสุข

18 พฤศจิกายน 2019 เวลา 12:43 น.

เปิดอ่าน 613
อสนีบาต

มือกม.ของพรรคดิ้นเฮือกสุดท้ายด้วยการฟ้องกกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตเพื่อต่อลมหายใจ"พ่อฟ้า"

 

ฤกษ์งามยามดีวันพุธที่  20 พ.ย.นี้  แถวศูนย์ราชการ ถ. แจ้งวัฒนะ คงคึกคักน่าดู เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นที่ตั้งของ ศาลรัฐธรรมนูญ  องค์คณะจะออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) กรณีการถือครองหุ้นสื่อมวลชน บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด เข้าข่ายขัดคุณสมบัติความเป็นส.ส.หรือไม่  

 

แต่ก่อนถึงวันชี้ชะตา "พ่อฟ้า" ปรากฎว่ามือกฎหมายขมองอิ่มจากอนค. หาทางดิ้นเฮือกสุดท้าย  ด้วยการเตรียมจะฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพชองส.ส.ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ กรณีถือหุ้นในบริษัทวี-ลัคมีเดีย จำกัด  ก็ต้องรอดูกันต่อไป การยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริต เอาผิดกกต. จะมีผลให้การวินิจฉัยของศาลรธน.ต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ 

 

จะเลื่อนหรือไม่เลื่อน  เพื่อให้แฟนคลับทางการเมืองที่ติดตามลุ้นคดี เข้าใจความเป็นมาเป็นไปจึงขอสรุปอีกครั้งพอเป็นกระษัย

            

ปฐมเหตุแห่งคดี มาจากการตรวจสอบพบว่า “ธนาธร”  ถือครองหุ้นสื่อซึ่งเป็นข้อห้ามการเป็นส.ส.ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน  ทำให้กรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) ยื่นคำร้องให้ศาลรธน.พิจารณา  เมื่อศาลรธน.รับคำร้องได้ออกคำสั่งให้”ธนาธร”หยุดปฏิบัติหน้าที่ ใช้เวลาต่อสู้คดีนาน 8 เดือน ซึ่งมาพร้อมวลีเด็ด ของ”ธนาธร” ได้ตอบข้อซักถามของศาลรธน.ในแต่ละประเด็นว่า “ จำไม่ได้

                

แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา  “ธนาธร”  กลับมีความทรงจำอันแม่นยำได้ด้วยการเปิดแถลงปิดคดี ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา  “ไม่ได้มีความผิดจากการถือหุ้น  ผิดที่ฝันเห็นประเทศก้าวหน้าไม่มีการรัฐประหาร อย่างนี้ถือเป็นความผิดเป็นบาปกรรมของผมหรือครับ”  ธนาธร แถลงเมื่อวันที่ 15 พ.ย.62  จากนั้นไปจัดงาน “อยู่ ไม่ เป็น” ปราศรัยมีคนกลั่นแกล้งตนเองและพรรคอนค. ตามระเบียบ

                

เห็นได้ว่า แม้ศาลรธน.สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่ “ธนาธร” ไม่หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง ยังทำหน้าที่หัวหน้าพรรคอนค. เดินสาย รณรงค์แก้ไขรธน. พร้อมกับแสดงวิสัยทัศน์ เป็นกรูรูด้านต่างๆหลายเวที  เพื่อหวังจะตรึงแฟนคลับอนค.ให้อยู่หมัด  แต่กลับกลายเป็นว่า สถานการณ์ของอนค.ย่ำแย่ลงตามลำดับ

             

ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาอนค. และพวก มีบทบาทในสภา กลับไปนำเสนอประเด็นที่ล่อแหลม ทั้งการรวมหัวลงมติค้านพ.ร.ก. รักษาพระองค์ฯ  ทำให้ มีสมาชิกพรรคแสดงความไม่เห็นด้วย และทยอยยื่นใบลาออกจากพรรคอนค.

            

ไม่เพียงแค่กรณีสมาชิกพรรคลาออกอย่างเดียว กลับมีอดีตผู้สมัครส.ส.ของพรรคอนค. ออกมาเปิดโปงความยุ่งเหยิงภายใน  ทำให้สังคมได้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของการบริหารกิจการพรรคที่มีแบ่งชนชั้น แบ่งเกรด สายไฮไซและโลว์โซว์                                       

            

อนค.ตกอยู่ในสภาพสาละวันเตี้ยลง  ทั้งการส่งผู้สมัครส.ส.เลือกตั้งซ่อม จ.นครปฐม ทั้งที่เคยเป็นแชมป์เก่าแต่พ่ายแพ้ให้กับเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.จากพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล   สะท้อนถึงความนิยม ที่กำลังถดถอยลงมาตามลำดับ

            

อ้า! กะว่าจะอธิบายถึงชะตากรรม “ธนาธร “ ไหงเลยเถิดไปถึงเรื่องสถานการณ์อนค.จนได้    

  

 

กลับมาที่การวินิจฉัยของศาลรธน.วันที่  20 พ.ย. การวินิจฉัยจะมีสองทางเท่านั้น  “รอด” หรือ ”ไม่รอด”  กรณี "ธนาธรรอด" ได้ไปต่อในฐานะส.ส.  กับ "ธนาธรไม่รอด"  พ้นสภาพการเป็นส.ส.

           

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะรอดหรือไม่รอด  “ ธนาธร”  ยังตกอยู่ในสภาพ " ไม่ เป็น สุข"  

 

กล่าวคือ  ต้องติดตามคำวินิจฉัยศาลรธน.อีกด้วยว่า หากวินิจฉัย "ธนาธร" พ้นสภาพการเป็นส.ส. จะโยงไปถึงกรณี ความเป็นหัวหน้าพรรค ที่เซ็นรับรองผู้สมัครส.ส.ของพรรคด้วยหรือไม่ซึ่งสุ่มเสี่ยงนำไปสู่การยุบพรรค

           

ประเด็นนี้  นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเมือง สถาบันพระปกเกล้า อาจารย์สติธร ธนานิธิโชติ ท่านให้ความเห็นความเชื่อมโยงไปถึงการยุบพรรคไว้ทำนองว่า  กรณีการพ้นสภาพส.ส. แค่สมัยนี้สมัยเดียว เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ ธนาธร ก็ยังลงสมัครรับเลือกตั้งได้ 

         

ทว่า “คำวินิจฉัยโยงความผิดในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่จะต้องรับผิดชอบเซ็นรับรองผู้สมัคร สส. ด้วย ตรงนี้สุ่มเสี่ยงผิด พรบ.ประกอบรธน.ว่าด้วยพรรคการเมือง จะนำไปสู่ฟ้องยุบพรรคตามมาอีก ซึ่งจะต้องมีผู้ฟ้องต่อ กกต. และส่งให้ศาลรธน.วินิจฉัยยุบพรรคอีกครั้ง”

         

“ส่วนความผิดยุบพรรคนั้น คณะกรรมการบริหารพรรค 16 คน รวมถึง “ปิยบุตร แสงกนกกุล” จะต้องถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งแม้รธน.ไม่ได้เขียนว่า กี่ปี แต่ศาลอาจเทียบเคียงกับคดียุบพรรคไทยรักษาชาติที่ถูกยุบไปก่อนหน้านี้ ที่เพิกถอนสิทธิ์ กรรมการบริหารพรรค 10 ปี”  

         

หากศาลรธน. วินิจฉัยไม่พ้นสภาพความเป็น.ส.ส. ทว่า  "ธนาธรและชาวคณะ"  ยังต้องเผชิญบรรดาคดีที่ค้างอยู่ในศาลรธน. กรณีผู้ยื่นคำร้อง อนค.ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย  แต่กระบวนการพิจารณาคดีนี้ยังต้องใช้เวลาพอสมควร  รวมไปถึง มีผู้ร้องกกต.สอบเรื่องพรรคอนค.กู้เงิน 191 ล้านบาทโดยมิชอบขัดต่อกม.พรรคการเมือง  และยังมีการตั้งเรื่องเงินบริจาคเข้าพรรคอนค.ที่มาโดยมิชอบอีก

         

ขอเติมสักหน่อย เท่าที่ …อสนีบาต…สืบทราบจากมิตรสหายไม่ใกล้ไม่ไกลก็คนในพรรคนั่นหล่ะท่าน  เปิดสารบบหาชื่อพรรคการเมืองต่างๆเอาไว้แล้ว  นี่ไม่ใช่แค่ข่าวลือแต่จำเป็นต้องเตรียมพร้อม

       

ถึงได้บอก รอดหรือไม่รอด  “ธนาธรและคณะ” อยู่ไม่เป็น…สุข ครับ