การเมือง

ทุกย่างก้าว ของ"ครม.ลุงตู่" จังหวะของการ"อยู่เป็น" ทางการเมือง

11 พฤศจิกายน 2019 เวลา 11:55 น.

เปิดอ่าน 1008
อสนีบาต

การแชร์ผลงานให้รมต.ต่างพรรคพร้อมลงพื้นที่และโกอินเตอร์ถือเป็นกระบวนยุทธ์ทางการเมือง

        

เสร็จสิ้นบิ๊กอีเว้นท์ระดับซีกโลกกันไปแล้วกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 35  โดยที่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  ส่งมอบค้อนให้เหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม รับเป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียนในปีหน้า

        

มาวันนี้  อดีตประธานอาเซียนกลับมาผูกผ้าขาวม้าคาดเอวในบท “ผู้นำสัญจร” ด้วยการเดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่จ.กาญจนบุรี  ซึ่งถือเป็นการประชุมครม.สัญจรของรัฐบาล”ลุงตู่” สมัยสอง  แต่เป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

         

ขอเสริมเข้าไปอีกสักเล็กน้อยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนครม.สัญจร  “ลุงตู่” ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดศรีษะเกษเพื่อไปติดตามการแก้ปัญหาพี่น้องเกษตรกร ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์

       

ภายหลังประชุมครม.สัญจร ต้องเตรียมโกอินเตอร์กันอีกหลายประเทศ ทั้งเอเชีย ยุโรป โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ตามที่ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ เชื้อเชิญผู้นำอาเซียนไปร่วมประชุมสมัยพิเศษในปีหน้า

         

นอกจากนี้   “เซลล์แมนรัฐบาล”  ไม่ว่าจะเป็น สมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกฯ  สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว.อุตสาหกรรม  คณะผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ  บินไปฮอกไกโดเชื้อเชิญนักธุรกิจ บริษัทยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่น ให้มาขยายการลงทุนในบ้านเรา

      

หยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา เพื่อชี้ให้เห็นว่า นายกฯรัฐมนตรี ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา กำหนดรูปแบบการทำงานในครม.อย่างมียุทธศาสตร์ชนิดที่อย่าได้ประมาทเชียว

            

เป็นการกำหนดยุทธศาสตร์ทางการเมืองทั้งภายในและนอกประเทศอย่างเป็นมืออาชีพ  ทั้งการสร้างฐานมวลชนให้สนับสนุน และการกำหนดโรดแม็ปต่างประเทศเพื่อขยายแผนการค้าการลงทุน  

        

ที่สำคัญ ต้องการเช็คเรทติ้งความเชื่อมั่น เมื่อเทียบกับสมัยที่เคยสวมหมวกหัวหน้าคสช.อีกใบหนึ่ง แต่ครานี้ เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาตามกลไกระบอบประชาธิปไตย ก็ยิ่งจะเรียกความเชื่อมั่นในระดับสูงขึ้น

 

 

ประชุมครม.สัญจรนัดปฐมฤกษ์นี้เช่นกัน ประจวบเหมาะเสียเหลือเกิน ดันตรงกับคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง ทำให้“ลุงตู่” ของอาจารย์น้อง และครม. ใช้โอกาสนี้เรียกความนิยมจากชาวกาญจนบุรีด้วยการเข้าร่วมงานประเพณีลอยกระทงในช่วงเย็นนี้  ที่ท่าเรือขุนแผน เทศบาลตำบลปากแพรก ก็เป็นการเกาะกระแสเทศกาลได้อย่างลงตัวไปอีก

 

      

*เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 62 พล.อ.ประยุทธ์ พบปะประชาชนกว่า 4000 คน ที่โรงยิมเนเซี่ยม

องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี *

 

มิพักต้องกล่าวถึงวิธีการแบ่งงาน กระจายความสำคัญไปยังรมต.ในพรรคร่วมรัฐบาล  เพราะอย่างที่ทราบ เก้าอี้ผู้นำรายนี้จะมั่นคงสถาพรจำเป็นต้องอาศัยพรรคร่วมคอยค้ำยัน

          

จึงให้เกียรติ รมต.ต่างพรรคได้มีบทบาทโชว์ผลงาน ดังเห็นได้ว่า “ลุงตู่” มอบหมาย อนุทิน ชาญวีรกูล  รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้จัดแจงเนื้อหาสาระการประชุมครม.ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี  ราชบุรี  และสุพรรณบุรี ) 

          

ฉนั้นโปรเจ็คใหญ่ ล็อคเป้าหมายไปที่เส้นทางคมนาคมจะถูกหยิบยกมาพูดคุย อีกอย่างเรื่องนี้ก็อยู่ในความดูแลของรมว.คมนาคม  รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยนั่นเอง  

            

นั่นคือ “โครงการทางหลวงแนวใหม่เชื่อมต่อสามแยกวังมะนาว – บรรจบทางหลวงหมายเลข 3510 (จุดเชื่อมต่อระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ -ภาคใต้และภาคตะวันออก-ภาคตะวันตก )” นับเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี

       

เนื่องจากติดกับชายแดนประเทศเมียนมาที่เชื่อมต่อกับโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มประเทศซึ่งมีที่ตั้งของประเทศในเขตลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 6 ประเทศด้วยกัน  คือ ไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน  ที่จะต้องมีการส่งเสริมการลงทุน

       

 

ขณะเดียวกัน ยังเป็นการวางบทบาทรมต.พรรคการเมืองต่างๆลงพื้นที่ในลักษณะดาวกระจาย  เปิดทางให้พรรคร่วมที่มีฐานคะแนนเสียงก่อนเป็นสำคัญ  เช่น ฟากประชาธิปัตย์ ที่มีจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ เป็นหัวหน้าพรรค ลงไปติดตามโครงการประกันรายได้มันสำปะหลัง หรือกรณีพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มีฐานคะแนนเสียงอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ต้องหลีกทางให้ ประภัตร โพธสุธน  รมช.เกษตรและสหกรณ์ เจ้าของพื้นที่ติดตามนโยบายข้าวในจังหวัดของตนเองอย่างเต็มตัว

     

       

*พล.อ.ประยุทธ์ ปราศรัยกับประชาชน โดยมี ปารีณา ไกรคุปต์  ส.ส.พลังประชารัฐ จ.ราชบุรี ให้การต้อนรับ

ก่อนจะประชุมครม.สัญจร.ที่กาญจนบุรีในวันพรุ่งนี้*  

 

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ คงไม่ต้องอรรถาธิบายกันมาก มีส.ส. กาญจนบุรีซึ่งกวาดมาได้ 4 เขต แบ่งให้ภูมิใจไทย 1 เขต หรือราชบุรี เป็นของ พปชร. 3 เขต นำโดย “เอ๋” ปารีณา ไกรคุปต์  ที่เหลือ 2 เขต เป็นของประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย  ซึ่งเตรียมนำพี่น้องประชาชนเมืองโอ่งมังกร พร้อมกับชาวแม่น้ำแควเสริมทัพต้อนรับเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเข็มแข็งของพรรคร่วมรัฐบาล

           

ผ่านมาสี่เดือน(ไม่นับรวมสี่ปีที่อยู่ในตำแหน่งหัวหน้าคสช.)  ใครจะว่า “ลุงตู่” ไม่เป็นการเป็นงานทางการเมือง ก็ต้องกลับไปคิดกันใหม่เพราะสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่กำลังเข้าหลัก “อยู่เป็น” อีกต่างหาก

           

ดีไม่ดีจะ”อยู่เป็น”นายกฯไปอีกนาน