Columnist

หมากเกมนี้ดูท่าจะเหนื่อยและยาวนาน มิแปลกจึงมีกิจกรรมวิ่งเพื่อรธน.

7 พฤศจิกายน 2019 เวลา 12:10 น.

เปิดอ่าน 500
อสนีบาต

ลุงตู่” ถือเป็นหมากตัวสำคัญ ส่องกล้องคำนวณระยะทางสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังอีกยาวไกล

 

“ใครจะเป็นก็เป็นไปเถอะ”  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่6 พ.ย.62  ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) มีมติ ส่งชื่อ อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เข้าประกวดชิงตำแหน่ง ประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

ขยายความเพิ่มเติมบทสัมภาษณ์”ลุงตู่” สักหน่อย  ท่านบอกว่า “ ไม่ขัดข้อง ใครจะมานั่งหัวโต๊ะ ทุกอย่างต้องเป็นขั้นเป็นตอน  แก้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์เอาที่ประชาชนต้องการก่อน ขั้นตอนมีอยู่ ไม่ใช่แก้วันเดียวเสร็จ นี่เป็นแค่ศึกษามิใช่หรือ ”  

 

สะท้อนให้เห็นว่า “ลุงตู่”  ซึ่งถือเป็นหมากตัวสำคัญในวังวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  คำนวณเส้นทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังอีกยาวไกล โดยเฉพาะฝ่ายกระเหี้ยนกระหือรืออยากแก้รธน.ใจจะขาด ยังต้องเหนื่อยอีกหลายยก  

                

อีกอย่างการจุดประเด็นใครจะเป็นประธานกมธ.วิสามัญแก้ไขรธน. ไม่ใช่เกิดขึ้นวันนี้หรือวันพรุ่งนี้

               

การให้ความเห็น ออกไปในลักษณะ "ถ้าจะแก้ไขรธน.ต้องแก้ในประเด็นที่เป็นประโยชน์เป็นความต้องการของประชาชนก่อน"  นั่นแสดงถึงการเปิดประตู ไม่ขวางกระบวนการแก้ไขรธน.”

                

แต่ถ้าขืนตอบไปว่า” ไม่แก้ไข ไม่เห็นด้วย”  ยิ่งจะสร้างประเด็นเข้าทางฝ่ายอยากแก้  วกกลับมากดดัน”ลุงตู่”อีก จึงต้องวางตัวในห้วงทำนอง “น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง”     

              

ตอนนี้ขอนั่งตีขิมดูบรรดานักการเมืองที่กำลังแปลกแยกทางความคิดหาจุดลงตัวกันให้ได้เสียก่อน  นั่นคือ สิ่งที่ “ลุงตู่” มองสถานการณ์ตรงนี้ออกอย่างแหลมคม

               

ลองไล่ดูเส้นทางความพยายาม”แก้ไขรธน.”บ้างปะไร  เริ่มตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้งด้วยซ้ำ บรรดานักนักสัมปทานประชาธิปไตย ออกโรงคัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เป็นรธน.สืบทอดอำนาจ โวยวายการออกแบบสว.ลากตั้งเพื่อค้ำยันฝ่ายสืบทอดอำนาจ

             

ฝ่ายคัดค้านรธน.ฉบับปัจจุบันก็อาศัยรธน.ฉบับนี้นั่นหล่ะ เลือกตั้งเข้ามาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร  ทำงานกันยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ  ไม่รู้ได้ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนปวงชนชาวไทยสำเร็จมรรคผลเรื่องใดบ้าง

           

ทว่าเรื่องเด่นสุดภายในระยะเวลาไม่ถึงสามเดือน ท่านผู้แทนฯซึ่งเทน้ำหนักไปทาง 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ฟิตจัดกับการรณรงค์แก้ไขรธน. 

           

ด้านหนึ่ง สร้างแนวร่วมนอกสภางอกเครือข่ายขับเคลื่อนการแก้ไขรธน.  อีกด้านของสภา เริ่มขยับอีกครั้งด้วยการผลักดันญัตติตั้งกรรมาธิการฯแก้ไขรธน.  โดยทันทีที่มีการเปิดประชุมสภา  ประเด็นการแก้ไขรธน. จึงถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง โดยมี พลพรรคประชาธิปัตย์ขอแจมด้วย เพราะนิ่งเฉยไม่ได้เนื่องจาก ดันไปกำหนดเป็นนโยบายหาเสียงไว้ จะแก้ไขรธน.เพื่อปวงประชา  

          

เทพไท เสนพงษ์ จากประชาธิปัตย์ จึงต้องเล่นเกมนี้ต่อไปในลักษณะ ”ดันให้สุดหยุดไม่อยู่” ด้วยการเสนอ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ชิงเก้าอี้ประธานกมธ.  พรรคปชป.จึงรับลูกออกมติ ให้”พี่มาร์ค” ผู้นำทัพส.ส.พ่ายแพ้ในกทม.อย่างหมดรูป  และเหล่าขุนพลแถวหน้า ไม่ว่าจะเป็น  บัญญัติ  บรรทัดฐาน  นิพิฎฐ์  อินทรสมบัติ เข้าชิงโควต้ากมธ.ฯ

         

 

 

ในเมื่อองคาพยพสภากำลังถูกกำหนดให้เดินไปที่ญัตติตั้งกมธ.ฯแก้ไขรธน. ต้องว่ากันไปเป็นลูกระนาด  พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล รวมถึง พรรคภูมิใจไทยซึ่งไม่มีนโยบายแก้ไขรธน. แต่เมื่อกระบวนการสภาขยับแบบนี้ เป็นเรื่องที่พลังประชารัฐ  ภูมิใจไทยต้องรักษาสิทธิ เสนอชื่อ บุคคลเข้าไปร่วมในกมธ.ด้วย   

      

ถึงได้บอกว่า กว่า กมธ.ฯแก้ไขรธน.จะเป็นรูปเป็นร่าง กว่าจะหาบุคคลากรนั่งหัวโต๊ะกมธ.ชุดนี้  ยังอีกยาว

       

ที่สำคัญ มั่นใจแค่ไหนเพียงไร ว่า “อภิสิทธิ์” จะเข้าวินเป็นประธานกมธ.ฯ

     

(ขอเสริมข้อมูลสักหน่อย มองให้ลึก เจตนาของกลุ่มส.ส.ประชาธิปัตย์ในการส่งชื่อ อภิสิทธิ์ เข้าไปมีชื่อในสภา เพื่อหวังผลอื่นอีกหรือไม่  เป็นการสร้างบทบาทเพื่อกลับไปทวงคืนเก้าอี้สำคัญในพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งหรือไม่ !?! )  

      

ไหนจะต้องเผชิญกับพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งมีโควต้าเหนือกว่า ซึ่งจะมีการเสนอชื่อ “ สุชาติ  ตันเจริญ” รองประธานสภาฯ เข้าชิงเก้าอี้   

       

ไหนต้องถามใจพรรคร่วมฝ่ายค้านเสียก่อน  ล่าสุดมีเสียงคัดค้านดังออกมาจากเพื่อไทยเป็นระยะ  “ ไม่เอาด้วยกับชื่อ”มาร์ค”    

       

ฝ่ายอนาคตใหม่ ก็บอก “คนเป็นประธานกมธ. ต้องมีแม่เหล็กมีบารมี คุมเกมได้”  รังสิมันต์ โรม กล่าวไว้    

       

แค่คัดเลือกกมธ. แย่งชิงเก้าอี้ประธาน ฝุ่นตลบกันพอสมควร

 

 

อีกอย่าง กลับไปดูให้ดี นี่เป็นแค่ กมธ.ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็เป็นไปตามที่ “ลุงตู่” กล่าวไว้ข้างต้น ในลักษณะอ่านเกมออกอย่างเบาใจ “ นี่แค่ศึกษามิใช่หรือ”   

        

อย่าลืม “ลุงตู่” แถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา ในส่วนที่สาม  นโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง โดยเรื่องที่ 12 ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายเสียด้วย  ระบุว่า “ การสนับสนุนให้มีการศึกษา  การรับฟังความความเห็นของประชาชน และการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ”

         

เพิ่ง “กำลังจะ” ตั้งกมธ.ชุดประธานอลหม่านกันอยู่เองนะครับ เดี๋ยวต้องไปรับฟังความเห็นประชาชน แล้วลงมือดำเนินการแก้ไขรธน. จะเป็นเนื้อเป็นหนังขนาดไหน

          

วางปฏิทินคร่าวๆ ยาวไปถึงปลายปีหน้าโน่นหล่ะ ( ยังไม่ขอกล่าวถึงสว.จะร่วมด้วยช่วยโหวตไหม) แค่คิดก็ปวดเฮด  

       

ระหว่างนี้ สูดลมหายใจมาให้เต็มปอด หอบความหวังมาให้เต็มหัวใจ เตรียม วิ่งเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย หรือ  Democracy Run   ตามที่ “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย”  จัดกิจกรรมรณรงค์ เตรียมคิกออฟ ราวเดือนธันวาคมก่อนแล้วกันครับ  …ห้าห้าห้า