Columnist

กอช. เป้าหมายยังแสนไกล

4 มกราคม 2020 เวลา 7:00
กอช. เป้าหมายยังแสนไกล
เปิดอ่าน 775
สังคมเข้มแข็ง ปฏิรูปประเทศไทย
นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป

ผ่านมา 4 ปี เพิ่งมีสมาชิกแค่ 610,000 คนเท่านั้น เป้าหมายปลายทางยังอยู่อีกแสนไกล

 

ในช่วงปี 2550 เมื่อผมเข้าไปดูแลงานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตอนนั้นเราจับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรของประเทศและเล็งเห็นผลกระทบของสังคมสูงวัยที่ใกล้เข้ามา จึงเริ่มคิดถึงและพัฒนาแนวคิดกองทุนการออมเพื่อวัยเกษียณ ในฐานะที่จะเป็นกลไกสวัสดิการสำหรับรองรับปัญหาสังคมขนาดใหญ่เรื่องนี้

 

จนเวลาต่อมาได้เกิดเป็น พรบ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2554  แต่โชคไม่ดีเท่าไร การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระหว่างนั้นได้ทำให้กฎหมายถูกชะลอไว้ ไม่สามารถเปิดรับสมาชิกได้ตามระยะเวลาที่กำหนด จนกระทั่งเวลาผ่านไปและมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอีกรอบ จึงมีการจัดทําระเบียบกติกาย่อยประกอบพระราชบัญญัติเพื่อให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติสามารถดําเนินการได้ จนกระทั่งมาเริ่มรับสมัครสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติได้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2558 นี่เอง

 

กองทุนการออมแห่งชาติ(กอช.) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก และเพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนแก่สมาชิกเมื่อสิ้นสมาชิกภาพ จึงสามารถกล่าวได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ระบบบำนาญของประเทศไทยมีกรอบการดำเนินงานครบถ้วนรองรับประชาชนทุกภาคส่วน สามารถลดความเหลื่อมล้ำของสังคมในมิติด้านการออมเพื่อวัยเกษียณได้ หากคนไทยมีการออมต่อเนื่องยาวนานและเป็นระบบเช่นนี้ก็จะสามารถมีความมั่นใจได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ในวัยชรา 

 

จากรายงานประจำปี 2561ของกองทุนการออมแห่งชาติ(กอช.)ตามที่ได้เสนอต่อวุฒิสภา ทำให้ทราบว่ากลุ่มประชากรเป้าหมายตามภารกิจขององค์กร ที่ต้องการให้เข้ามาเป็นสมาชิกและรับประโยชน์จาก กอช. ได้แก่ประชาชนที่เป็นแรงงานนอกระบบที่ไม่มีสวัสดิการจากรัฐ จำนวนกว่า 21 ล้านคน  

 

 


 

แต่ทว่าเวลาผ่านมาแล้ว 4 ปี เพิ่งมีสมาชิกเพียงแค่ 610,000 คนเท่านั้น เป้าหมายปลายทางยังอยู่อีกแสนไกล

 

กอช.เป็นหน่วยงานใหม่ที่อยู่ในกำกับของกระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานรัฐที่ไม่ใช่ราชการ มีความเป็นอิสระภายใต้บอร์ดหรือคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติเป็นกลไกนโยบายสูงสุด  กอช.เป็นหน่วยงานขนาดเล็ก มีอัตรากำลัง 75 คน งบประมาณปี 2561 ที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาล 144 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายการขยายสมาชิก 700,000 คน

 

ที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ได้พิจารณารายงานประจำปีของ กอช.และให้ข้อเสนอแนะการดำเนินงานในหลายประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ  

 

เรื่องการสร้างความรับรู้ ความรู้ความเข้าใจและการเชิญชวนประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาเป็นสมาชิกในระบบการออมเพื่อวัยเกษียณ ควรต้องถือเป็นภารกิจเร่งด่วนและต้องทำงานในเชิงรุกมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะปี 2561มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 64,000 คนเท่านั้น

 

ในอีกด้านหนึ่ง กอช.มีภารกิจในการบริหารเงินทุนจากการออมสะสมของสมาชิกอย่างระมัดระวัง ขณะนี้ กอช.มีมูลค่าเงินลงทุนในพอร์ตเงินสะสมและเงินสมทบของสมาชิกจำนวน 3,900 ล้านบาท ซึ่งเงินกองทุนดังกล่าวได้นำไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 84.4 และลงทุนในหลักทรัพย์อื่นคิดเป็นร้อยละ 15.6  ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนสุทธิจากการลงทุนของ กอช. คิดเป็นร้อยละ 1.42 ต่อปี

 


 

ความเสี่ยงในการบริหารเงินกองทุน ยังมาจากความผันผวนในเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศจีน แนวโน้มการชะลอขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลก นอกจากนั้น กอช.ยังต้องแสวงหาแหล่งลงทุนที่เกิดกำไรและสู้กับภาวะเงินเฟ้ออีกด้วย   

 

ในส่วนของรายงานการเงิน กอช.มีสินทรัพย์จำนวน 5,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.8 จากปี 2560  โดยในปี 2561 มีรายได้จำนวน 98.3 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 127.9 ล้านบาท ทำให้มีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 29.5 ล้านบาท และเมื่อรวมขาดทุนสุทธิจากการลงทุนจำนวน 32.4 ล้านบาท ทำให้ กอช.ขาดทุนสุทธิในปี 2561 จำนวน 61.98 ล้านบาท  

 

กอช.ได้สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการประชาสัมพันธ์และการเข้าถึงประชาชน โดยมีการทำบันทึกความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย มหาวิทยาลัยศรีปทุม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่สามารถสร้างสัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควร

 

กอช.ควรพยายามเพิ่มช่องทางการรับสมัครสมาชิกและการจ่ายเงินสมทบของสมาชิก เช่น เพิ่มช่องทางให้สมัครสมาชิกผ่านสำนักงานคลังจังหวัด เคาน์เตอร์เซอร์วิสและใช้แอปพลิเคชั่น  ควรเพิ่มช่องทางการส่งเงินสะสมโดยผ่านการหักบัญชีอัตโนมัติ ผ่านระบบพร้อมเพย์  

 

กอช.ควรมุ่งกลุ่มเป้าหมายไปที่เด็ก เยาวชนและประชาชนที่อยู่ห่างไกลให้มากขึ้น ตลอดจนเพิ่มการสื่อสารและเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงกองทุนการออมได้ง่าย พร้อมกับเพิ่มสัดส่วนเงินสมทบจากรัฐให้มากขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อจูงใจให้ประชนออมเงินและมีวินัยทางการเงิน  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวและเป็นประโยชน์มากกว่าการที่รัฐแจกเพียงเงินสงเคราะห์  

 

นอกจากนี้ กอช.ยังควรส่งเสริมให้เกิดการออมรองรับสังคมสูงวัย เพื่อเป็นหลักประกันขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต รวมถึงการแก้กฎหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการออมมากขึ้น เช่นอาจแก้กฎหมายบางอย่างเพื่อให้เกิดการออมภาคบังคับ เป็นต้น

 

สมาชิกวุฒิสภาบางท่านยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการงบประมาณดำเนินงานในแต่ละปีที่ไม่เพียงพอ เนื่องจากการดำเนินงานของ กอช. อาศัยการสนับสนุนงบประมาณหลักจากรัฐบาล ต่างจากกองทุนอื่นที่มีรายได้จากช่องทางต่าง ๆ ควบคู่ไปด้วย

 

กอช.จะต้องให้ความสำคัญกับประมาณการงบประมาณที่จะใช้ และต้องมองหาแหล่งลงทุนที่เกิดผลกำไร สู้กับภาวะเงินเฟ้อให้ได้ เพื่อทำให้การออมของประชาชนในระบบของ กอช.เกิดประโยชน์สมตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างแท้จริง



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน