Columnist

กกพ.ในกระแสปฏิรูปพลังงาน

26 ธันวาคม 2019 เวลา 7:00
กกพ.ในกระแสปฏิรูปพลังงาน
เปิดอ่าน 205
สังคมเข้มแข็ง ปฏิรูปประเทศไทย
นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป

ภาคกลางเป็นแชมป์ในการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 43% กรุงเทพและปริมณฑล 28% อีสาน 11%

 

สถานการณ์การไฟฟ้า

 

ในรายงานประจำปี 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ที่ได้มารายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อวุฒิสภา สะท้อนให้เห็นภาพรวมการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ 180,184 กิกะวัตต์-ชั่วโมง วันที่สูงสุดคือ 4 พฤษภาคม 2560 ในอัตรา 30.30 กิกะวัตต์ หรือ 185,370 ล้านหน่วย

 

ภาคกลางเป็นแชมป์ในการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 43% ,กรุงเทพและปริมณฑล 28%, อีสาน 11%, ใต้และเหนือใกล้เคียงกันที่ 9%

 

ส่วนในด้านกำลังการผลิตไฟฟ้านั้น มีกำลังการผลิตรวม 54.90 กิกะวัตต์ จำแนกเป็น กฟผ.ผลิตเอง 20.33, ผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่(IPP) 15.92, เอกชนรายเล็ก(SPP) 12.11, เอกชนรายเล็กมาก(VSPP) 4.93, นำเข้า 4.28  และผู้ผลิตเองใช้เอง (IPS) 2.68 กิกะวัตต์

 

ผลงานของ กกพ.

 

คณะกรรมการ กกพ.ชุดก่อนจะเน้นในด้านความสมดุลของแหล่งพลังงานไฟฟ้า จึงให้ความสำคัญต่อการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะแสงอาทิตย์ และทบทวนนโยบายกำหนดอัตราค่าบริการก๊าซธรรมชาติ ขับเคลื่อนแผนภารกิจยานยนต์ไฟฟ้า การปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ การพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน การพัฒนาพลังงานสะอาด

 

สำนักงาน กกพ.เป็นองค์การมหาชนที่มีพรบ.เฉพาะ เป็นหน่วยงานรัฐที่ไม่ใช่ราชการ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ มีอัตรากำลัง 324 คน เลขาธิการเป็นผู้บริหารสูงสุด โครงสร้างการบริหารมี 12 ฝ่าย และสำนักงานประจำเขตพื้นที่ 13 แห่ง มีรายจ่ายรวมด้านบุคลากร 307.2 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 259.4 ล้านบาท

 

กองทุนพัฒนาไฟฟ้า เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นในสำนักงาน กกพ.โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนสนับสนุนให้มีการบริการไฟฟ้าไปยังท้องถิ่นต่างๆอย่างทั่วถึง กระจายความเจริญไปสู่ท้องถิ่น พัฒนาชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานโรงไฟฟ้า และส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีที่กระทบสิ่งแวดล้อมน้อย ปี 2560 มีกองทุนรวม 346 กองทุน เป็นประเภท ก.(เกิน 50 ล้าน) 13 แห่ง, ประเภท ข.(1-50 ล้าน) 55 แห่ง และประเภท ค.(ต่ำกว่า 1 ล้าน) 278 แห่ง

 

ระหว่างปี 2555-2560 กองทุน ก.และ ข.ได้อนุมัติทุนสนับสนุนจำนวน 34,449 โครงการ 12,752.6 ล้านบาท ส่วนกองทุน ค.ในรอบสามปีหลังสนับสนุนไป 1,102 โครงการ 173.8 ล้านบาท

 


 

เสียงสะท้อนและข้อเสนอแนะจากวุฒิสภา

 

ในกระแสการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน แผนปฏิรูปได้กำหนดเป้าหมายและแนวทางปฏิรูปไว้ 17 ประเด็นดังที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา จึงอยากให้ กกพ.กำหนดหัวข้อการรายงานว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปในส่วนที่เกี่ยวข้องไว้อย่างชัดเจน

 

ปัญหาหนึ่งที่ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนที่มีประสบการณ์ในการขอใบอนุญาตโรงไฟฟ้าเอกชนและโรงไฟฟ้าชุมชน พบว่ามีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากถึง 7 ขั้นตอน  จึงไม่น่าแปลกใจที่ กกพ.ประกาศรับสมัครผู้ผลิตไฟฟ้า 100 เมกกะวัตต์ มีผู้เสนอตัวไม่ถึง 10% ของเป้าหมาย

 

กกพ.ควรให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลด้วยระบบบล็อคเชน(block chains) เพื่อรองรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้ากันเองระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้า(peer to peer)ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้

 

ทิศทางพลังงานของโลกมุ่งลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล มาสู่การใช้พลังงานแบบ non-fossil แทน ซึ่งก็คือสิ่งที่เราเรียกกันว่า พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน พลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด และพลังงานอื่นๆ เช่นแสงแดด น้ำ ลม ดังนั้นจึงขอฝากให้ กกพ.ช่วยดูแลในด้านความหลากหลายของแหล่งพลังงานให้มีความครอบคลุม

 

นโยบายการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าจากขยะ น่าจะสวนทางกับความเป็นจริง เพราะเวลานี้มีปัญหาชุมชนต่อต้านโรงไฟฟ้าเหล่านี้ เนื่องจากสร้างมลภาวะทางอากาศ เทคโนโลยีที่ใช้ยังไม่มีประสิทธิภาพ  เชื้อเพลิงในท้องถิ่นก็ขาดแคลน น่าที่จะมีการประเมินผลและศึกษาหาวิธีการแก้ไข

 


 

วิธีการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากโอกาสในด้านค่าไฟฟ้า เราใช้เกณฑ์การใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 50 หน่วยเป็นตัววัด ซึ่งพบว่ามีความไม่เหมาะสมกับสถานการณ์จริง  ควรที่ กกพ.น่าจะคิดนอกกรอบ เปลี่ยนมาใช้วิธีการมุ่งเป้ากลุ่มประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/ปีเป็นเกณฑ์ดูบ้าง กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจใช้เป็นตัวอ้างอิงได้ในระดับหนึ่ง

 

แม้ว่าทั่วประเทศจะจ่ายค่าไฟฟ้าในราคาเดียวกัน แต่ในพื้นที่ที่ห่างไกลจากโรงไฟฟ้ามักมีปัญหากระแสไฟฟ้าตก ทำให้กระทบต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นความเหลื่อมล้ำประการหนึ่งที่ยังคงอยู่ การจัดให้มีโรงไฟฟ้าในภูมิภาคและท้องถิ่นที่อยู่ปลายสายน่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถแก้ไขและชดเชยกันได้

 

กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเป็นกลไกที่ดี แต่เมื่อมีการดำเนินการมาได้ 7 ปี เริ่มมีเสียงสะท้อนและข้อร้องเรียนที่ดังขึ้นเรื่อยๆว่ามีการใช้เงินกองทุนออกนอกกรอบวัตถุประสงค์ไปมาก บางแห่งมีความไม่โปร่งใส บางแห่งถึงขั้นเดินขบวนขับไล่ผู้อำนวยการกองทุน นอกจากนั้นการกำหนดเกณฑ์การจัดสรรทุนสนับสนุนแบบสามชั้นที่แตกต่างตามระยะใกล้-ไกลจากที่ตั้งโรงไฟฟ้า คือ เขตไข่แดง ไข่ขาว และรอบนอก เป็นสัดส่วน 70 / 30 / 30 อย่างตายตัวนั้น น่าจะไม่เหมาะสม ควรมีการทบทวนใหญ่หรือทำการปฏิรูประบบการทำงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้ากันสักครั้ง.

 

ฝากพี่น้องประชาชน ช่วยกันติดตามผลการดำเนินงานของ กกพ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการปฏิรูปและพัฒนาประเทศไปด้วยกัน.

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน