Columnist

ความลับที่บุญทรงคาย คือ ความตายของตระกูลโกง

12 กันยายน 2019 เวลา 05:06 น.

เปิดอ่าน 10050
ไผ่ตง คงมั่น

วงการท่องเที่ยวเล่าว่า นายนิกร หงษ์ศรีสุข คือนักธุรกิจเจ้าของบริษัทเครื่องประดับจิวเวอรี่ชื่อดังอย่าง ‘เจมส์ แกลอรี่’ และ ยังดำเนินธุรกิจดิวตี้ฟรีภายในชื่อ ‘GMS Duty Free’ ด้วย  ไม่มีนักการเมือง  ทหาร  ตำรวจ คนไหนไม่รู้จักเฮียนิกรผู้กว้างขวางใจดี เขาไม่มีสี ยืนจุดกลาง เข้าได้ทุกพรรค รักได้ทุกคน  มีจิตใจกว้างขวางดั่งมหาสมุทรสุดคะเน เพื่อนฝูงไปมาหาสู่ไม่ขาดสาย และหนึ่งในนั้นคือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์

 

ตอนพล ต อ เสรีพิศุทธ์  มาเป็นที่ปรึกษากิจการค้าเพชรของเฮีย  เฮียนิกรก็ให้รถราม้าใช้สมศักดิ์ศรีที่ปรึกษาใหญ่ รถคันนั้นก็คือคันนี้ละ BENZ  S 350 ที่มีคนสงสัยว่ายืมใครมา พอลาออกจากที่ปรึกษามาแล้ว รถก็ยังติดมือติดไม้ติดตัวมาด้วย ก็ด้วยความใจใหญ่ของเฮียนั่นละ เฮียก็ให้ยืมมาจนถึงวันนี้ 

 

ก็เหมือนกับที่ “ลุงป้อม”  ยืมนาฬิกา “เพื่อน” นั่นละ

อกเขาอกเรา  พล.ต.อ เสรีพิศุทธ์ คงเข้าใจแล้ว  และไม่ต้องไปจ้ำจี้จ้ำไชในนาฬิกาลุงป้อมได้แล้ว ตราบใดที่ตัวเองยังยืมรถเฮียนิกรมาใช้เฉกเช่นเดียวกัน ไปดูเรื่อง “ยาเสพติดกับลูกพรรค”ดีกว่าไหม เห็นว่างานนี้ทั้งใหญ่และยาวสาวกันลึกมากแล้ว “เตือนแล้วนะ” หลักฐานในมือตำรวจเพียบเลยนะพี่นะ

 

ที่ลึกกว่านั้นอีกคือที่เรือนจำกรุงเทพ  “บุญทรง” เหงาและซึมเศร้าหลังเจอไป 48 ปี  ต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด แต่ไม่เท่าอดีตข้าราชการหลายคนที่ติดคุกร่วมกับบุญทรงในคดีทุจริตข้าวจีทูจี ทุกคนอายุอานามมากแล้ว หวังว่าหลักฐานใหม่ที่เสนอไปขออุทธรณ์จากศาลฏีกาฯนักการเมือง จะผ่านด้วยดี  แต่ไม่เป็นเช่นนั้น “ติดคุก”อีก

 

บางคนเป็นผู้หญิงหัวใจแตกสลายร้องไห้ปริ่มขาดใจทุกข์ทรมาน บางคนสูงวัยมีโรคภัยก็ทรุดฮวบ ตอนนี้รัฐบาลเอาจริง ครั้นจะใช้เงินซื้อความสะดวกสบายก็ไม่ได้แล้ว  “คุกคือคุก”  อดีตข้าราชการที่เคยสุขมาติดคุกและยาวนานเท่าครึ่งชีวิตที่เหลือ ตายทั้งเป็นชัดๆ

 

แต่ทำไงได้เวรกรรมใครทำคนนั้นรับไป  อยากได้อยากดี จนไม่สนถูกผิดต้องติดคุกแทนคนสั่ง นั่งเจ็บใจในคุกต่อไป  ส่วนพวก “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-เยาวภา”ก็มีความสุขกันไป

 

ก่อนหน้านี้ คงจำได้ มีข่าวว่า “บุญทรง” ดีลลับๆกับ “คนวงใน” เขาเปิดปากเล่าเรื่องราวการทุจริตครั้งมโหฬารในกระทรวงพาณิชย์กับโครงการจีทูเก๊ทั้งหมด เพื่อแลกกับความปลอดภัยของครอบครัวและการรักษาสุขภาพ  เขาผ่าหมอนรองกระดูกเคลื่อนที่คอ รออีกพักจะออกไปผ่าที่หลังท่อนล่างอีกรอบ 

 

การเปิดปากของบุญทรงคราวนั้นกระทบถึงเจ๊ ดอ โดยตรง เจ๊ก็เปิดแน่บสิ รออะไรละ  คุกมารออยู่รอมร่อ

 

หลังจากบุญทรงต้องโทษเพิ่มขึ้นเป็น 48 ปี  เขารู้ชะตาชีวิตว่า “ตายในคุก”สถานเดียว แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เขาตัดสินใจ  ทำงานสุดท้ายครั้งยิ่งใหญ่   งานนั้นคือ  เล่าทุกเรื่อง พูดทุกอย่าง ไม่แลกกับอะไรเลย เพียงแต่ขอบันทึกเป็นหนังสือ อัดเป็นคลิป ต่อหน้าเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเพื่อส่งสัญญาณถึงคนแดนไกลว่า  “กูพูดแล้ว” 

เท่านั้นไม่พอ  ไม่เพียงแต่บุญทรงเปิดปากหมดเปลือก แต่อดีตข้าราชการทั้งหลายที่ติดคุกคดีเดียวกัน ด้วยความแค้นใจพร้อมใจกันไม่อิดออดอีกต่อไป   “เปิดปาก”  เล่าความจริงหลังโครงการทุจริตข้าวจีทูเก๊ ที่คนบางคน  ”แดก” กันพุงกาง  หมดใส้หมดพุง

 

การพูดของบุญทรงและคณะ คือ บุญของประเทศ 

 

และงานนี้ปิดประตูตาย  “ครอบครัวโกงข้าว”  ไม่มีวันได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิด ไม่มีวันได้กลับมาตายรัง สุดท้ายกระดูกสามโกฐิของสามพี่น้องที่หนีไปทั่วโลก คงต้องฝากไว้ที่สุสาน ดูไบ มอนเตเนโกร และ เซอร์เบีย 

 

แค่นี้ยังไม่สาสมพอหรอก กับเงินที่พวกเขาโกงไปจากประเทศของเราหลายแสนล้านบาท  ลูกเต้าเหล่ากอ และ พรรคพวกในรัฐบาลยุคนั้น  ต้องชดใช้ด้วยไหม

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : ไม่ทุกข์-ไม่ร้อน