Columnist

อดอยากปากแห้ง

29 สิงหาคม 2019 เวลา 05:00 น.

เปิดอ่าน 204
ไผ่ตง คงมั่น

กี่ปีกี่ชาติวงการเมืองไม่เคยลืมวาทะนี้   “เป็นฝ่ายค้านมันอดอยาก ปากแห้ง”  แม้ผู้เอ่ยอมตะวาจานี้จะวายชนม์ไปนานแล้วก็ตาม   แต่ความจริงที่เห็นอยู่ ยังหลงเหลือในทุกอณูเนื้อการเมืองไทย   ทุกยุคทุกสมัย แม้แต่วันนี้ก็เถิด

 

วันก่อนมีเรื่องร้อนใจและร้อนใน ที่กระทรวงพัฒนาสังคมฯ   ด้วยว่าบริวารทั้งหลายเหล่านี้จากซีกเพื่อไทยไปเดินเตร็ดเตร่ ขอการของาน ความช่วยเหลือ  เจ้ากระทรวงฯนะไม่รู้ไม่เห็นด้วย เพราะสาละวนกับการแก้ไขปัญหาให้มนุษย์และพัฒนาสังคมตามหลักการของหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมา

 

แต่เจ้าลิ่วล้อนักการเมืองชื่อดังรายนี้นี้สิ  ด้วยความคอแห้งปากสั่นมาก  ก็โผล่มาที่กระทรวงที่ตั้งสมัยทักษิณและคุมโดยเมียของมือขวาทักษิณ  ก็คงคิดว่าของตัวกลัวอะไร  เที่ยวเดินทักคนโน้นคนนี้เสมือนคุ้นเคยกันมาแต่เนิ่นนาน  คนทักก็กะล่อนว่อนไปทั่วหน้าห้อง   คนถูกทักก็กระอักกระอ่วนใจ  ด้วยพรรคสองพรรคถือเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาช้านาน  

 

อย่างว่า  “มันอดอยากปากแห้ง”  อย่าว่าแต่เดินขอกระชากมาถ่ายรูปคู่ไปอวดบนเฟสบุ๊คเลยว่า  ข้ามาเหยียบแล้ว   ต่อ ให้กราบอก  ให้กอดต่ำกว่าเข็มขัด  ให้คุกเข่ากราบตักทำท่าอ้อล้อ  หรือกราบตีนเรียกพ่อ มันทำได้ทั้งนั้นขอเพียงแค่   “อย่าให้ได้อดอยากปากแห้งเลย”  

 

สุดท้ายนิยายน้ำเน่าเรื่องนี้ก็จบลงที่ตรงนั้น   เพราะสักพักมีคนจับไต๋ได้  ว่า มาหากิน   ก็โดนตะเพิดออกไปง่ายๆงามๆ  ตามท้องเรื่อง

 

นี่เป็นตัวอย่างกระทรวงแรก แต่มิใช่กระทรวงสุดท้าย หลายกระทรวงโดนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านบางคน  ที่กลัวอดตาย ดาหน้าไปหาขอโน่นขอนี่กันพัลวัน  ไม่อับไม่อายฟ้าดินกันแล้ว แต่ได้ยินว่าทุกกระเทรวงเบือนหน้าหนี

ยุคนี้สมัยนี้หาเศษหาเลยยากนะไอ้น้อง     ที่เคยตัวเคยมือ เป็นผีปอบ ผีกระสือ กินโน่นกินนี่ หยิบโน่นหยิบนี่เข้ากระเป๋าหอบกลับบ้านฝังไว้ในดินบ้าง  ในตู้เย็นบ้าง  ในเซฟหัวนอนบ้าง  หรือ ซุกในเมืองนอก นั้น  ดูทีว่าสมัยนี้จะยาก  “ฟ้ามีตา”  แท้จริงเทียว  

 

ทั้ง “ลุงตู่” แกก็เถรตรงเหลือประมาณ  โอกาสทำแบบแต่ก่อนร่อนชะไร  ตอบได้เลยว่า โนเวย์สเตชั่น  ตรงไปตรงมาเท่านั้น จึงอยู่ได้และยืนหยัด

 

แต่ก็อย่างว่า  รัฐมนตรีคนเดียวจะไปทำอะไรได้ ถ้าข้าราชการไม่ร่วมมือ  นี่ก็ปัญหาใหญ่ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ที่ กระทรวง ดีอี กับกระทรวงศึกษาฯ   ด้วยรัฐมนตรีว่าการจากสองกระทรวงมาจาก  กปปส   ด้วยแล้ว   ข้าราชการก็มองตาขวาง  มองไม่มองเปล่า  มือยังแข็ง  หูยังหนวก ขาไม่ขยับ  สมองไม่ทำงาน  ท่าทีแข็งขืน สั่งอะไรลงไปเหมือนสั่งขี้มูกลงพื้น   นี่คือส่วนหัวนะ ส่วนกลางและหางก็รอหัวว่าจะส่ายทางไหนไปทางนั้นละแม่งูเอ๋ย

 

ฟังแล้วก็ละเหี่ยใจ  จะพัฒนาประเทศไปอย่างไร ถ้ากลไก ฟันเฟือง ของแผ่นดินตั้งแง่ ยกการ์ด ไม่เชื่อฟัง  ไม่ทำตาม   ดูถูก ดูแคลน  แถมคนเก่าๆของสมัยก่อนที่จะมีรัฐประหาร  ฝังกันเต็มพรึ่ดเหนียวแน่นแกะไม่ออก  อย่างนี้รัฐมนตรีมีเหนื่อยเหงื่อตกกีบ

 

แต่กลัวเสียที่ไหน อีกไม่นานหลัง “ฟ้าส่องแสง” มาไขปัญหาถวายสัตย์ฯ เสร็จสิ้น   คราวนี้คงได้เวลา “ลงแส้” กันบ้างละ  จะเริ่มที่ไหนอย่ากระพริบตา  ไอ้ที่ว่าแน่ๆเป็นแช่แป้ง เบาะๆ  คงได้ตบยุง เทกระโถน  ที่แรงๆก็มีหวัง “ติดคุกติดคดี”   

 

ที่นี่อย่ามาร้อง !!!   เพราะถ้าขวางการพัฒนาบ้านเมืองด้วยเห็นแก่อามิสสินจ้างจากแดนไกล   ก็ไปนั่ง “อดอยากปากแห้ง คอเป็นผงลงแดงตาย “   รอวันเกษียนณอย่างร่วงโรยไร้ค่า  ... อย่ามาหาว่าหล่อไม่เตือนไม่ได้