Columnist

ตำรวจกองไม่ปราบ

1 มีนาคม 2020 เวลา 21:24
ตำรวจกองไม่ปราบ
เปิดอ่าน 1,850
เกาะติด ปฏิรูปยุติธรรม
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร

ปัญหาแหล่งอบายมุขเกิดขึ้นทั่วประเทศมากมาย แม้กระทั่งใกล้กองปราบก็ยังเปิดบ่อนใหญ่ได้

ในการอภิปรายไม่วางใจรัฐบาลโดยพรรคการเมืองฝ่ายค้านเมื่อวันที่ ๒๗ ก.พ. ๖๓  นายสมคิด  เชื้อคง  สส.จังหวัดอุบลราชธานี  พรรคเพื่อไทย   ได้ลุกขึ้นซักฟอกพลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้เวลาประมาณ ๒๕ นาที สรุปว่า

สังคมไทยขณะนี้มีปัญหาแหล่งอบายมุขเกิดขึ้นทั่วประเทศมากมาย  ตั้งแต่ในจังหวัดอุบลฯ ไปจนกระทั่งกรุงเทพมหานคร   

บ่อนการพนัน  ตู้ม้า และแหล่งอบายมุขผิดกฎหมายเต็มไปหมด

โดยบอกว่า  ที่ผ่านมา เมื่อได้นำปัญหานี้มาอภิปรายในสภาไม่ว่าจะเป็น “การปรึกษา” กับประธานฯ หรือการ “ตั้งกระทู้” ถามให้นายกรัฐมนตรีชี้แจง

บ่อนพนันรูปแบบต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ ก็จะปิดลงระยะเวลาหนึ่ง  แล้วก็กลับมาเปิดใหม่  วนเวียนเป็นวัฏจักรอยู่เช่นนี้ร่ำไป

ได้ยกตัวอย่าง ในกรุงเทพมหานครก็เช่น “ซอยโชคชัย” ใกล้ “กองบังคับการตำรวจกองปราบ”  ที่อยู่แยกลาดพร้าว 

ห่างกันแค่ขับ “รถตำรวจสายตรวจรุ่นใหม่สุดทันสมัย” ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที!       

และที่ไม่ได้นำมากล่าวถึงก็อีกมากมายหลายจังหวัด     

ต่อการอภิปรายของนายสมคิด  เชื้อคง เรื่องนี้   พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีได้ลุกขึ้นตอบชี้แจงแบบ “แผ่นเสียงตกร่อง” สรุปว่า 

รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจหรือเพิกเฉยละเลยต่อปัญหาเรื่องบ่อนการพนันและแหล่งอบายมุขผิดกฎหมายแต่อย่างใด?

พร้อมทั้งแสดงรายงานที่ตำรวจจัดให้ถึงผลการจับกุมคดีการพนันในแต่ละเดือนแต่ละปีมีจำนวนมากมาย  อธิบายด้วยสถิติตัวเลขเป็นหลักฐานยืนยัน

ขอเรียนว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบให้ตรงประเด็นที่ผู้แทนราษฎรอภิปรายเลย

จะเรียกแบบโบราณว่า  “ถามช้าง” “ตอบม้า” ก็ได้

ส.ส.สมคิดฯ บอกว่า ประเทศไทยขณะนี้มีปัญหาบ่อนการพนัน ตู้ม้า ผับบาร์ผิดกฎหมาย ก่อให้เกิดปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดและอาชญากรรมตามมามากมาย


แม้กระทั่ง “ใกล้ตำรวจกองปราบ” ก็ยังเปิดบ่อนใหญ่ได้!

ซึ่งท่านก็ควรเรียก ผบ.ตร. หรือ รอง ผบ.ตร. ผู้รับผิดชอบมาสอบถามว่าความจริงเป็นเช่นไร?

รวมทั้งยัง “ไม่ควรเชื่อ” ตามรายงานนั้นทันที   

แต่ต้องสั่งให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และทหาร ตรวจสอบและรายงานมาอีกทางหนึ่งว่า  มีบ่อนการพนัน ตู้ม้า และแหล่งอบายมุขมากจริงตามที่ สส.สมคิดฯ อภิปรายจริงหรือไม่?

ข้อมูลที่ได้รับตรงหรือแตกต่างกับที่ ผบ.ตร.ชี้แจงเพียงใด?

ทั้งในจังหวัดอุบลราชธานี  รวมทั้งที่ซอยโชคชัย  รวมทั้งอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ

และหากได้ข้อมูลว่าบ่อนการพนัน ตู้ม้า มีอยู่ในหลายพื้นที่จริงตามที่ สส.อภิปราย และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรวมทั้งกระทรวงมหาดไทยรายงานยืนยัน

ถือว่าตำรวจระดับใด “บกพร่องต่อหน้าที่”

ตั้งแต่หัวหน้าสถานี ผู้บังคับการ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผบช.ภาค รวมไปถึงผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และผู้บังคับการตำรวจกองปราบ 

ไปจนกระทั่งตัว ผบ.ตร รวมทั้ง รอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผู้รับผิดชอบที่มีอยู่มากมายร่วม ๒๕ คน! 

จะสามารถหาหลักฐานว่ามีใคร “รับส่วยสินบน”  ถึงขั้นสั่งให้มีการดำเนินคดีอาญาข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ท่านได้เคยออกคำสั่ง คสช.ที่ ๒๔/๒๕๕๗ และ ๒๒/๒๕๕๘ ขู่ไว้อย่างน่ากลัวหลังยึดอำนาจได้หรือไม่?

หรือสอบสวนแล้วหากพบว่าใครบกพร่องร้ายแรงก็ลงโทษทางวินัย “ไล่ออก” “ปลดออก” จากราชการไป

แต่หากบกพร่องไม่ถึงขั้นร้ายแรง  เช่น จเรตำรวจชั้นนายพลผู้รับผิดชอบพื้นที่  ไม่ได้ตรวจราชการตรวจสอบปัญหาเหล่านี้ในแต่ละเดือนแต่ละปี  

ก็สามารถลงโทษทางวินัยด้วยการ  “สั่งตัดเงินเดือน” เหมือนหน่วยราชการและบริษัทเอกชนห้างร้านต่างๆ ลงโทษพนักงานได้ 

หรือตรวจสอบแล้วไม่พบถึงขั้นบกพร่อง  แต่เป็นการ “ย่อหย่อน”  ก็ถือว่า ไม่มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่


สามารถใช้อำนาจบริหาร “สั่งพักราชการ” (งดจ่ายเงินเดือน) หรือ “สำรองราชการ” (เก็บเข้ากรุ) ไม่ให้รับผิดชอบงานสำคัญต่อไปได้?

ไม่ใช่บอกว่า  รัฐบาลมีผลการจับกุมแต่ละเดือนแต่ละปีเท่านั้นเท่านี้  ตามที่ตำรวจส่งข้อมูลและเอกสารไปให้ท่านอ่านชี้แจงต่อสภาเป็น  “นกแก้วนกขุนทอง” แต่อย่างใด?

นอกจากนั้น  พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไม่ทราบจริงๆ หรือว่า  ปัจจุบัน ปัญหาแหล่งอบายมุขผิดกฎหมาย ทั้งหวยใต้ดิน บ่อนการพนัน  ตู้ม้า ไปจนกระทั่งผับ บาร์ และสถานบันเทิงเถื่อนหรือเปิดเกินเวลาที่ก่อให้เกิดปัญหาเป็นแหล่งเสพและค้ายาเสพติดรวมทั้งอาชญากรรมสารพัด

มีอยู่ในทุกจังหวัดใหญ่  หรืออาจกล่าวได้ว่าแทบทุกอำเภอในประเทศไทยก็ได้!

ซึ่งหากท่านได้สั่งการและตรวจสอบให้ตำรวจทุกระดับตั้งแต่ผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ  และผู้กำกับสถานี ได้ทำหน้าที่ของตนตามกฎหมายอย่างจริงจัง

ไม่ปล่อยให้ใครมีพฤติกรรม “รับส่วยสินบน” จากตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชา!

ไม่ว่าจะเป็นจากหัวหน้าสถานี “ในวันประชุมประจำเดือน”

หรือจากสารวัตรสืบสวนและสารวัตรป้องกันอาชญากรรมเมื่อ “ถูกเรียกไปประชุมเพื่อกำชับการปฏิบัติราชการด้านต่างๆ จนเกิดความเบื่อหน่าย”

จะไม่มีกล้าฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับอบายมุข   สร้างความเดือดร้อนทุกข์ใจให้กับประชาชนบางครอบครัวอย่างแสนสาหัสแน่นอน

ผู้เป็นเมียต้องทนอยู่กับผัวที่เป็น  “ผีพนัน”  วันๆ ไม่คิดทำงานการที่สุจริตเพื่อหารายได้อะไร 

คนดีๆ ที่เล่นเสีย ก็กลายเป็นอาชญากรก่อเหตุลัก วิ่ง ชิงปล้นไป

เด็กและเยาวชนผู้อยู่ในวัยเรียนทั้งหญิงชาย  ตกค่ำก็นัดมั่วสุมกันในผับบาร์  ดื่มสุราเสพยาเสพติดกันจนสว่างจึงกลับบ้านไม่เป็นอันเรียนหนังสือก็มี

ประเด็นการแก้ปัญหาเรื่องแหล่งอบายมุขในประเทศไทย  ไม่ได้อยู่ที่  ตำรวจมีผลการจับกุมผู้กระทำผิดแต่ละคดีในแต่ละเดือนแต่ละปีมากน้อยเพียงใด?

แต่หัวใจปัญหาก็คือ  มันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้อย่างไร?

ถ้าหัวหน้าตำรวจผู้รับผิดชอบพื้นที่ระดับต่างๆ ไม่มีพฤติกรรมรับส่วยสินบนกันเช่นทุกวันนี้ 

“ตำรวจกองปราบ” ได้ทำหน้าที่ของตนในการตรวจตราจับกุมอย่างจริงจัง

จะมีนายบ่อน เจ้าของตู้ม้า และผู้ประกอบการผับบาร์ กล้าทำผิดกฎหมายกันมากมายเช่นปัจจุบันหรือไม่?



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน