Columnist

ปัญหาการใช้ยศตำรวจ- ทหาร เพื่อการค้า

13 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 18:37
ปัญหาการใช้ยศตำรวจ- ทหาร เพื่อการค้า
เปิดอ่าน 4,894
เกาะติด ปฏิรูปยุติธรรม
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร

ธุรกิจทางการค้าที่นิยมกัน เช่น บริษัทรักษาความปลอดภัยกิจการรถบรรทุก บ่อดิน บ่อทราย แหล่งอบายมุข

สถานการณ์ของสังคมไทยในความเป็นจริงปัจจุบันนั้น  อยู่ในสภาพที่เสื่อมทรุดลงอย่างหนัก  นอกจากจะมีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจติดอันดับสองของโลก  “รัฐบาลแก้ไขไม่ได้” แล้ว 

ปัญหาสังคมแทบทุกด้านก็เลวร้ายลงทุกวัน! 

ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากอุบัติเหตุจราจร  ปัญหาฝุ่นละอองและควันพิษ  ปัญหาบ่อนการพนัน ตู้ม้า  ตู้สล๊อต รวมทั้งสถานบันเทิงผิดกฎหมายทำลายเด็กและเยาวชนที่ตำรวจผู้ใหญ่  “รับส่วย” อยู่ทุกเดือน  

ส่งผลทำให้หญิงสาวถูกข่มขืน  ตามมาด้วยปัญหายาเสพติด การประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายกันสารพัด 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ปัญหาอาชญากรรม” การลักทรัพย์และฉกชิงวิ่งราว  ซึ่งขณะนี้ไม่มีใครรู้ว่า  ระดับของปัญหาที่แท้จริงมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด?

แต่ผู้คนต่างรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ “จ่าทหาร” “ฆ่า” ผู้บังคับบัญชาที่สร้างปัญหาชีวิตอย่างร้ายแรงให้ตน   

หลังจากนั้น ได้ชิงอาวุธสงครามและรถยนต์จากค่ายทหาร ขับไปตามหาคนที่คิดว่าเป็น “เป้าหมาย”  หวังจัดการให้หายแค้นเป็นรายต่อไป จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง ๓๐ คน บาดเจ็บอีก ๕๘

และเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นใน “บ้านพักนอกค่ายทหาร” 

 


ทำให้มีการรายงานเหตุโดยพนักงานสอบสวนผู้ตรวจที่เกิดเหตุ “แชร์กันไป” ในเวลาอันรวดเร็วว่า 

เกิดจากปัญหาการซื้อบ้านและที่ดินรวมทั้งการถูกโกงค่านายหน้า

นี่ถ้าเป็นการยิงกันในหน่วยทหาร  การรายงานในลักษณะนี้อาจไม่เกิดขึ้น  เนื่องจากตำรวจจะไม่สามารถเข้าตรวจที่เกิดเหตุได้ทันทีจนกว่าหัวหน้าหน่วยหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจะ “ควบคุมข่าวสาร” ได้และยอมให้เข้าไป

ซึ่งประชาชนก็อาจไม่รู้เบื้องหลังแท้จริงที่เป็นสาเหตุของอาชญากรรมร้ายแรงนั้น

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์สะเทือนขวัญและเกิดความสูญเสียมากมายในกรณีนี้  กลับกลายเป็นเรื่องที่มีคุณูปการต่อชาติและประชาชนอย่างอเนกอนันต์

เริ่มจากผู้บัญชาการทหารบกได้ออกมา “ยอมรับ” ว่า  ปัญหาเกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อบ้านและที่ดินที่อ้างว่าเป็น  “โครงการสวัสดิการทหาร” 

และประกาศจะจัดการอย่างเด็ดขาดจริงจังกับนายทหารในกองทัพบกที่  “หากิน” และ ”เบียดบังเอาเปรียบ” ผู้ใต้บังคับบัญชาสารพัดรูปแบบทั่วประเทศไปพร้อมกัน 

ก่อนจะครบวันเกษียณในอีก ๗ - ๘ เดือนข้างหน้า

สื่อและประชาชนก็ต้องช่วยติดตามดูว่า  ท่านจะทำจริง และทำได้หรือไม่? เรื่องอะไรบ้าง และอย่างไร ได้ผลมากน้อยเพียงใด?

ปัญหาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ประเทศไทยใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ทำธุรกิจและการค้าสารพัดนั้น  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและสร้างความเอือมระอาให้กับข้าราชการผู้สุจริตรวมทั้งประชาชนมานาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ในองค์กรตำรวจและทหาร

หลายคนทั้งตนเอง เมียหลวง  ลูกหลาน และแม้กระทั่ง “เมียน้อย” ได้ประกอบการค้านานาชนิด ทั้งบนดินและ “ใต้ดิน” กันมาอย่างยาวนาน!

ที่นิยมกันมากสำหรับตำรวจผู้ใหญ่ชั้นนายพลก็ได้แก่ ธุรกิจนายหน้า  ไม่ว่าจะเป็นโครงการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์  รวมทั้งการก่อสร้าง และ  “โครงการสวัสดิการสารพัด”  

โดยเฉพาะโครงการจัดหา “อาวุธปืนราคาถูก”  เนื่องจากซื้อครั้งละจำนวนมาก และบางโครงการก็ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากคณะรัฐมนตรีเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย 

 มีการประชาสัมพันธ์ล่อใจให้ตำรวจผู้น้อยหยิบยืมเงินญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่ง “กู้”  ซื้อไปเก็บสะสมไว้มากมาย “คนละหลายกระบอก” โดยไม่จำเป็น                        

ไม่มีใครรู้ว่า  อาวุธปืนซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการทำงานที่ราชการทุกหน่วยมีหน้าที่จัดหาให้ “ผู้ปฏิบัติงาน”   มันกลายเป็นเรื่อง “สวัสดิการ” ล่อใจให้ตำรวจทหารซื้อเก็บตุนไว้  โดยหวังขายต่อได้กำไรในอนาคตไปได้อย่างไร? 

ทำให้บางคนลงทุนไปกู้หนี้ยืมสิน  ใช้เงินเดือนผ่อนเกือบหมดจนแทบไม่เหลือเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน!

และส่งผลทำให้ในปัจจุบัน  อาวุธปืนพกทั้งรุ่นเก่าและใหม่ “สุดทันสมัย”  ในราชการตำรวจ  ถูกทิ้งไว้ในคลังอาวุธของสถานีและแต่หน่วยมากมาย!

รอแต่ว่า  เมื่อไหร่จะหายไปจากคลัง ถูกผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาขโมยเอาไปขายหรือจำนำอย่างที่เกิดขึ้นและเป็นข่าวในหลายหน่วยเมื่อไม่นาน!

นอกจากการเป็นนายหน้าจัดซื้อจัดหาสิ่งอุปกรณ์และการก่อสร้างโครงการต่างๆ แล้ว  ทหารและตำรวจผู้ใหญ่หลายคนยังเป็นเจ้าของ หรือหุ้นส่วนใหญ่ในความเป็นจริงในธุรกิจการค้าสารพัดที่ต้องใช้อำนาจรัฐเข้าคุ้มครองอีกด้วย


 ที่นิยมกันก็เช่น บริษัทรักษาความปลอดภัย  กิจการรถบรรทุก บ่อดิน บ่อทราย และแหล่งอบายมุขสถานบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ  หลายประเภท   

ทหารนั้น ถือเป็นข้าราชการผู้มียศประเภทหนึ่งซึ่งมีบทบัญญัติเรื่องวินัยไว้อย่างละเอียด  “เพื่อประสิทธิภาพในการรบ” เข้าต่อสู้กับข้าศึกศัตรูผู้รุกรานจากนอกประเทศ         

แต่ในสถานการณ์ปกติที่ไม่ได้มีการรบกับข้าศึกอะไร  วินัยทหารก็ถูกใช้ในยามปกติด้วย 

ซึ่ง รวมถึง “ตำรวจไทย”  ก็มีบทบัญญัติทางวินัยในลักษณะเดียวกับทหาร แม้กระทั่ง  “พนักงานสอบสวน” เจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นของประเทศ 

ก่อให้เกิดปัญหาผู้บังคับบัญชาและลูกเมียนำยศและตำแหน่งไปใช้เป็นประโยชน์ในการประกอบธุรกิจการค้าทั้งที่ชอบและไม่ชอบด้วยกฎหมายกันมากมาย  

โดยใช้ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นเครื่องมือ หรือแม้กระทั่ง “ลูกค้า”

ให้ช่วยซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นที่ดินหรือบ้านจัดสรร คอนโด  อพาตเม้นท์ พระเครื่อง หรือเพชรพลอยที่นำมาโชว์เพื่อวัดใจตำรวจผู้มาวิ่งเต้นในช่วงการแต่งตั้งโยกย้าย!  

 โดยเฉพาะในวงการตำรวจ  จะมีปัญหามากกว่าทหารและข้าราชการพลเรือนหลายเท่า

เนื่องจากบทบัญญัติทางวินัยแบบทหารที่ละเอียด สามารถสั่งลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชาได้แม้กระทั่งการนำตัวไป “ขัง” เช่นเดียวอาชญากรผู้กระทำผิดอาญา  ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์รบกับข้าศึก หรือการฝึกเพื่อให้พร้อมรบอะไร?                                

หนทางแก้ปัญหาตำรวจทหารเป็น  “พ่อค้าในเครื่องแบบ” เบียดบังทั้งเวลาราชการ สถานที่ คน ยานพาหนะ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินสร้างความมั่งคั่งให้ตนเองและครอบครัว

แท้จริง ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร?

ขอแค่ “ความจริงใจ” ของนายกรัฐมนตรี  ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรมเท่านั้น

เสนอและผลักดันร่างกฎหมายที่สำคัญคือ  “พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์” ซึ่งค้างคาอยู่ที่วุฒิสภามานานหลายปี  ให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายโดยเร็ว

ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาได้   ปัญหาเรื่องที่ข้าราชการผู้ใหญ่โดยเฉพาะตำรวจและทหาร ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการในการประกอบธุรกิจการค้า เบียดบังเวลา คน และทรัพย์สินของประชาชนไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน  จะทำได้ยากอย่างยิ่ง 

ปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบของประเทศ จะลดลงทันทีกว่า ๘๐  เปอร์เซ็นต์



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน