Columnist

บ่อน ทำลายชาติ

24 ตุลาคม 2019 เวลา 08:25 น.

เปิดอ่าน 2766
เกาะติด ปฏิรูปยุติธรรม
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร

ปัญหาบ่อนการพนันย่านสีลมที่นายยุทธพงศ์  จรัสเสถียร  สส.จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทยนำเปิดเผยในสภาวันอภิปรายร่างกฎหมายงบประมาณปี  ๖๓  เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านการป้องกันอาชญากรรมของตำรวจ

                         

แจ้งให้พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีทราบปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพใน  “การรักษากฎหมายป้องกันอาชญากรรม”  เร่งให้แก้ไขจัดการ 

                        

ซี่งนายกฯ ก็ได้รับปากจะไปตรวจสอบดำเนินการตามข้อมูลที่แจ้ง  พร้อมตั้งคำถามว่า

                         

ทำไม สส. และประชาชนรู้ว่ามีบ่อนหรือการกระทำผิดกฎหมายแล้วจึงไม่แจ้งให้ตำรวจจับกุม” 

                       

ผู้คนทั้งประเทศโดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพขับรถแท๊กซี่และจักรยานยนต์รับจ้างที่ขับรถพาผู้โดยสารเข้าบ่อน สถานบันเทิงผิดกฎหมายต่างๆ เป็นประจำได้ฟังแล้ว  ต่างพากัน “ขำ” ไปตามๆ กัน!

                       

และจนกระทั่งบัดนี้  ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า  นายกฯ สั่งให้ใครตรวจสอบ ?

                       

หากเป็นตำรวจผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ผลก็คงไม่ต่างจากการตรวจสอบแหล่งอบายมุขแทบทุกกรณี? 

                       

รวมทั้งได้มีตำรวจผู้ใหญ่บางคนให้สัมภาษณ์สื่อ รวมไปถึงอาจรายงานต่อนายกฯ ไปแล้วว่า  ตรวจสอบแล้ว ไม่มี

                  

สรุปว่า น่าจะเป็นเรื่องที่นายยุทธพงศ์ฯ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร “ถูกหลอก” หรือ “คิดมโนไปเอง” เสียมากกว่า!

 

 

ไม่ต่างจากกรณีที่ประชาชนแจ้งข้อมูลแหล่งอบายมุขผิดกฎหมายสารพัดให้ตำรวจไทยจับกุมดำเนินคดี

                      

ประชาชนพลเมืองดีและผู้เดือดร้อนแจ้งกันจนเบื่อในทุกช่องทาง  และบางคนก็ไม่ได้หวังให้ตำรวจมาจับกุมอะไร?

                     

เพียงขอให้ช่วยมาตักเตือนลดการส่งเสียงดัง  หรือไม่จอดรถกีดขวางก่อความเดือดร้อนรำคาญก็ยังไม่ได้

                     

อย่างบ่อนใหญ่ในย่านบางเขนที่ถูก  “เสือ ดุสิต” กับพวก “บุกปล้น”  เมื่อสามสี่เดือนก่อน  ถือปืนเดินย่ำไปบนโต๊ะไฮไลว์ทวงเงินที่คิดว่าถูกโกงคืนนั้น

                     

ไม่รู้ว่าประชาชนพลเมืองดีแจ้งให้ตำรวจมาจับกุมกันไปแล้วกี่ครั้ง   แต่ก็ไม่เคยได้ผล     

                      

จนกระทั่งถูกเสือ ดุสิต กับพวก เข้าปล้นปรากฎภาพออกสื่อให้เห็นเป็นข่าว 

 

นายบ่อนจึงปิดกิจการหยุดดูเชิงอยู่ระยะหนึ่ง  แต่ต่อมาในวันรุ่งขึ้น ก็ “ได้รับคำสั่ง” ให้ขนย้ายอุปกรณ์พนันทั้งหมดออกไปโดยด่วน

               

หลังจากขนออกไปจนแน่ใจแล้ว

                

ตำรวจผู้ใหญ่หลายคนจึงได้  “รีบรุดเข้าตรวจที่เกิดเหตุทันที”

            

ไม่ต่างจากกรณีการยกขบวนนายพลตำรวจจำนวนมากไปเดินตรวจบ่อนใหญ่ย่านสุทธิสารเมื่อหลายปีก่อนโดย  “จเรตำรวจแห่งชาติ”   ก็กระทำหลังจากนายบ่อนใช้รถบรรทุกหลายสิบคันขนย้ายกันทั้งวันทั้งคืนไปจนหมดแล้วเช่นกัน!

              

สำหรับบ่อนบางเขน  หลังจากตำรวจผู้ใหญ่จำนนด้วยภาพจากกล้องวงจรปิด  และจำเป็นต้องมีการดำเนินคดีกับเสือ ดุสิต ตามกฎหมาย

               

แต่ก็ยังบางคนให้สัมภาษณ์อ้อมแอ้มว่า  เป็นบ่อนที่พึ่งเปิดได้ไม่กี่วัน              

              

ส่วนประชาชนในละแวกนั้นกลับให้สัมภาษณ์ออกโทรทัศน์เจื้อยแจ๋วตบหน้าว่า  “บ่อนแห่งนี้เปิดมาตั้งแต่ต้นปี”  ไม่ใช่แค่สองสามวันตามที่ตำรวจผู้ใหญ่ให้ข่าวแต่อย่างใด!

              

เล่นกันเอะอะส่งเสียงดัง  โทรศัพท์แจ้งไปยังสถานีตำรวจก็ไม่รู้กี่ครั้ง  ก็ไม่เคยมีใครมาจัดการ

 

 

บ่อนการพนันสารพัดประเภทในประเทศไทยนั้น หัวหน้า คสช. ได้เคยออกคำสั่งหลายฉบับกำชับให้ผู้รับผิดชอบตรวจตราจับกุมหลังยึดอำนาจ

               

เช่นฉบับที่  ๒๔/๒๕๕๗  เรื่อง ห้ามเล่นการพนันผิดกฎหมาย  มีใจความสรุปว่า

           

๑. ให้กองกําลังรักษาความสงบเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทย และสํานักงานตํารวจแห่งชาติเพิ่มมาตรการดูแลมิให้มีการเล่นการพนันผิดกฎหมายทุกประเภท โดยเฉพาะบ่อนการพนัน ตู้ม้า สลากกินรวบ ฯลฯ

          

๒. กรณีที่มีการปล่อยปะละเลย จะถูกลงโทษทางวินัยและดำเนินคดีอาญา

          

๓. ให้ทุกหน่วยรายงานผลการปฏิบัติงานประจําวันให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบอย่างต่อเนื่อง

 

                                                           สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗

 

                                                                            พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

                                                                     หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

                  

กรณี “บ่อนสีลม” ที่นายยุทธพงศ์  จรัสเสถียร นำมาเปิดเผยและ “ในกรุงเทพมหานครรวมทั้งจังหวัดต่างๆ”  อีกมากมายนี้ 

                   

ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยากรู้ความจริงว่ามีอยู่ตามที่ได้รับข้อมูลหรือไม่?                    

                  

มีเจ้าพนักงานของรัฐคนใดและระดับใดรู้เห็นเป็นใจ หรือ “รับส่วยสินบน” ในรูปแบบใดแบบหนึ่งบ้างหรือไม่?

                   

ท่านต้องสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดสำนักยกรัฐมนตรี และหัวหน้าหน่วยทหารผู้รับผิดชอบพื้นที่  ตรวจสอบรายงานข้อมูลมาอีก “สามช่องทาง”

                  

สรุปว่า “มี” หรือ “ไม่มี”  และได้กำหนดมาตรการหรือมีวิธีแก้ไขจัดการ ดำเนินการทางการบริหารหรือปกครองต่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบอย่างไร? 

                   

ก็ควรนำมาชี้แจงให้นายยุทธพงศ์ฯ และประชาชนทราบในการประชุมสภาครั้งต่อไปด้วย