Columnist

ล้างบางซุ้มยาดอง....อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่!

7 พฤศจิกายน 2019 เวลา 08:45 น.

เปิดอ่าน 330
เนตรทิพย์

ยังคงเป็นประเด็นสุดฮอต เป็น Talk of the Town

 

กับเรื่องที่กรมสรรพสามิตสั่งปูพรมล้างบางซุ้มยาดองทั่วประเทศ หลังเกิดเหตุสลดที่ชาวบ้านในตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ต้องเสียชีวิตจากการซื้อเหล้ายาดองสูตรลับที่มีส่วนผสมของสมุนไพรรากสามสิบ คางคกและเหล้าขาว มาบริโภคกันจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย

 

ทำให้กรมสรรพสามิตนั่งไม่ติด ต้องลุกขึ้นมาฟ้อนเงี้ยวสั่งตรวจสอบ

 

ก่อนที่ นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี ในฐานะรองโฆษกกรมสรรพสามิต จะออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ได้รับนโยบายจาก นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ให้เร่งปราบปรามซุ้มยาดองและการผลิตเหล้ายาดองที่ผิดกฎหมายทั่วประเทศ

 

เนื่องจาก การทำเหล้ายาดองเพื่อจำหน่าย กรณีที่เป็นซุ้มยาดองไม่มีกฎหมายรับรอง และไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกรมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบซุ้มยาดองทั่วประเทศ ถ้าพบจะถูกสั่งปิดและเสียค่าปรับตามกฎหมาย แต่ถ้าเป็นการดองอยู่บ้าน ไม่ได้จำหน่ายก็สามารถทำได้

 

“จากนี้ไปร้านยาดองทุกแห่งในประเทศ ไม่สามารถผลิตและจำหน่ายได้ ที่ผ่านมากรมก็มีการจับกุมบ้าง แต่ก็ได้ให้คำสั่งไปว่าให้เร่งติดตามเป็นพิเศษ แม้ว่าจะเป็นการดองยาโดยอ้างว่าเป็นสูตรตำรับไทย ก็ไม่สามารถทำได้ ต้องมีการขึ้นทะเบียนกับองค์การอาหารและยา(อย.)เท่านั้นจึงจะสามารถจำหน่ายได้ แต่ต้องเป็นการผลิตที่มีมาตรฐาน มีภาชนะมิดชิด และขายในร้านยาเช่นเดียวกับยาแก้ไอ เป็นต้น”

 

 

ประกาศิตของกรมสรรพสามิตที่สั่งกวาดล้างซุ้มยาดองทั่วประเทศข้างต้นนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่า ทำให้สังคมมีความเคลือบแคลงสงสัย เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุหรือมี“วาระซ่อนเร้น”เพื่อใครกันหรือไม่ ?

 

ด้วยข้ออ้างที่ว่าการบริโภคสุราที่มิได้รับอนุญาตให้ผลิตจากกรมสรรพสามิต และ อย.นั้นจะส่งผลต่อสุขภาพอาจเกิดอันตรายกับชีวิตของผู้บริโภคได้ จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเหล้ายาดอง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการบริโภคสุราที่ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิตนั้น

 

มันใช่หนทางแก้ไขปัญหาที่ทุกฝ่ายเพรียกหากันแน่หรือ?

 

หากการบริโภคยาดองหรือเหล้าเถื่อนเหล่านี้คืออันตรายจนต้องล้างบางให้หมดประเทศแล้ว การดื่มเหล้าเบียร์จากโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตและ(ผูกขาด)ขายโดยกรมสรรพสามิต ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนกระนั้นหรือ?

 

คำตอบนั้นทุกฝ่ายรู้แก่ใจกันดี เพราะอย่างน้อยเราได้เห็น กรณีปาร์ตี้อื้อฉาวที่พริตตี้ “ลัลลาเบล" ถูกมอมเหล้าจนเสียชีวิต หรือบรรดาสิงห์นักดื่มทั้งหลายที่เมาแล้วครองสติไม่อยู่เที่ยวออกไปอาละวาด ขับรถราจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตปีละนับหมื่น บาดเจ็บปีละหลายหมื่นคน ยังความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนอย่างมากมายมหาศาลนั้น

 

เหตุใดกรมสรรพสามิตจึงไม่คิดจะลุกขึ้นมาปิดโรงงานผลิตสุรา และไล่ปิดผับบาร์ เอเย่นจำหน่ายเหล้าเบียร์ทั้งหลายที่เป็นต้นเหตุของปัญหาเหล้านี้บ้าง ? แต่กับซุ้มยาดองเพียง 1 แห่งที่ลักลอบผสมสุราสูตรบ้าบอคอแตกอะไรออกมาขายประชาชนนั้น กลับอาศัยเป็นเงื่อนไขไล่ปูพรมกวาดล้างซุ้มยาดองอื่นๆ ทั้งประเทศเสียได้!

 

เรื่องแบบนี้ มันจึงคิดเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากมี “วาระซ่อนเร้น”หรือผลประโยชน์แอบแฝงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของใครบางคนเท่านั่นแหล่ะ !

 

 

จะว่าไปเหล้าชุมชนหรือซุ้มยาดองสูตรเด็ดทั้งหลายแหล่ที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดนั้น มันก็เป็นวิถีชีวิตของผู้คนในระดับรากหญ้า ที่ไม่สามารถจะเอื้อมไปดื่มเหล้าสีมีแบรนด์ได้ บางสูตรที่ดองขายกันอยู่ต้องยอมรับกันว่าเป็นสูตรต้นตำรับที่มีมาแต่โบร่ำโบราณถ่ายทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นสูตรยาดองสมุนไพรเพื่อการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ หรือเพื่อสร้างกำลังวังชาเสียเป็นส่วนใหญ่

 

ไล่ดะไปตั้งแต่ “ม้ากระทืบโลง” ที่มีสรรพคุณบำรุงกำลัง บำรุงร่างกายให้แข็งแรงมีกำลังวังชาดุจม้าคึกกระทืบโรง หรือ “โด่ไม่รู้ล้ม” ที่มีสรรพคุณบำรุงสมรรถภาพ ทำให้เลือดลมฉีดพล่านตามชื่อสรรพคุณ หรือจะสูตรนารีรำพึง สูตรพญาเสือโคร่ง ที่นำเอาสมุนไพรพญาเสือโคร่งมาปรุงเป็นยาบำรุงกำลัง มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต บำรุงเส้นเอ็นกล้ามเนื้อ ฯลฯ

 

สูตรยาดองเหล่านี้ เป็นตำราที่มีมาแต่โบร่ำโบราณ แม้แต่ฝรั่ง มังค่าที่ได้ลิ้มรสยังติดอกติดใจ ออเดอร์กลับไปฝากเพื่อนฝูงไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว บางตำรับตารามีการผลิตเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อขายในชุมชน และขายเป็นของฝากให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย

 

จริงอยู่ที่เหล้ายาดองบางรายอาจไม่มีคุณภาพ หรือไม่มีมาตรฐานในการผลิต คนผลิตก็ไร้ความรู้ทางการแพทย์ ได้แต่จดจำสูตรลับมาแต่โบร่ำโบราณ จนกระทั่งมีคนตายจากเหล้ายาดองเถื่อนเหล่านี้

 

แต่เมื่อเทียบกับเหตุอื่นๆ อย่างกินเห็ดพิษ แพ้เห็ดพิษ หรือกินอาหารทะเล แมงดาทะเลเป็นพิษแล้ว สัดส่วนที่ว่าก็น้อยมากเทียบไม่ได้เลยจากการดื่มเหล้าสีดีกรีแรงที่กระทรวงการคลังและกรมาสรรพสามิตแอ่นอกปกป้องอยู่เวลานี้

 

และจะว่าไปหนทางในอันที่จะปรามหรือแก้ไขปัญหาเหล้าดองยาเถื่อน เหล้าดองยาชุมชนอะไรทั้งหลายแหล่ให้ได้มาตรฐานนั้น ก็หาเป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงที่หน่วยงานรัฐ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข และกรมสรรพสามิต หรือกระทรวงพาณิชย์ จะร่วมกันบูรณาการจัดระเบียบ ควบคุมปัจจัยการผลิตให้ได้มาตรฐาน จะกำหนดเงื่อนไขการผลิต ออกใบอนุญาตซุ้มยาดองให้อยู่ในกรอบอย่างไรก็เป็นเรื่องทำได้ไม่ยากเย็นเลยแม้แต่น้อย

 

เอาว่า ขนาดกัญชาที่จัดเป็นยาเสพติดที่มีโทษกว่ายาดองไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่านั้นเปิดเสรีจับมาตีทะเบียนให้อยู่ในร่องในรอยได้ แล้วนับประสาอะไรกับการจะผลักดัน “ยาดอง” ภูมิปัญญาที่มีมาแต่โบร่ำโบราณนี้ให้ได้มาตรฐาน-ถูกกฎหมาย

 

ก็ไหนรัฐบาลป่าวประกาศนโยบายเชิดชูประเทศไทยอยากให้เป็น Medical HUB ศูนย์กลางสุขภาพในภูมิภาคนี้  เสน่ห์แห่งยาดองและซุ้มยาดองที่เป็นวสิถีชุมชน หรือผลิตภัณฑ์ชุมชนเหล่านี้ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์กลางดังกล่าวด้วยไม่ใช่หรือ หรือจะให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและศูนย์กลางสุขภาพที่มีแต่เหล้าสีมีแบรนด์ที่ผูกขาดการผลิตและขายอยู่ไม่กี่ราย!

 

สิ่งเหล่านี้หากไม่มีวาระซ่อนเร้นก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว !!!