Columnist

เรื่องพิลึก 5 จี เหล้าใหม่ในขวดเก่า

17 พฤศจิกายน 2019 เวลา 11:03 น.

เปิดอ่าน 162
เนตรทิพย์

“...โร้ดแม็พ 5 จีดันไทยนำ ASEAN… เทคโนโลยี 5 จีจะพลิกโฉมหน้าเศรษฐกิจไทย โลกทั้งใบจะเปลี่ยนแปลง....5 จีคือโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ปลุกไทยเป็นผู้นำอาเซียน...ฯลฯ ”

 

พาดหัวข่าวในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งโลกโซเชียลที่เราได้ยินได้อ่านจนคุ้นหู ถึงการพัฒนาเทคโนโลยี 5 จีที่นัยว่าจะพลิกโฉมหน้าโลก พลิกโฉมเศรษฐกิจและอนาคตของโลก

 

หลายคนฝันเห็นโลกที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์เสมือนจริง (AI) การติดต่อสื่อสารและการเดินทางจะกลายเป็นเรื่องรอง เราจะได้เห็นรถยนต์ไร้คนขับ ได้เห็นโรงงานยักษ์ที่มีกระบวนการผลิตที่ไร้ผู้คน หลายภาคส่วนต่างขานรับการเข้ามาของ 5 จีว่าจะเป็นโอกาสในการพลิกโฉมกระบวนการผลิตและให้บริการ จะมีการนำเครื่องไม้เครื่องมืออันทันสมัยเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน

 

แต่อีกหลายภาคอุตสาหกรรมก็ได้รับการเตือน 5 จีนอกจากจะเป็นโอกาสแล้ว ก็อาจเป็นพายุบุแคมที่อาจทำให้อุตสาหกรรมบางประเภทสะเทือนถึงขั้น “สูญพันธุ์” ไปแบบไดโนเสาร์

 

ขณะที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ก็โทรโข่งเป็นรายวันก่อนหน้านี้ หาก 5 จีไม่เกิดขึ้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมหาศาล เพราะจะสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 7 แสนล้าน - 1.6 ล้านล้านบาทหรือกว่า 10-30% ของมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งหมด จะทำให้ต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและบริการสูงขึ้นจนไม่อาจจะแข่งขันบนเวทีโลกได้ ระบบสมาร์ทต่างๆ ทั้งSmart City Smart Farm  และSmart Hospital ทั้งหลายจะไม่เกิดขึ้น เราจะกลายเป็นประเทศที่ล้าหลังไปในทันที

 

ทำเอาผู้คนเคลิ้มและต่างเฝ้าหวังจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดจากเทคโนโลยี 5จีกันอย่างใจจดใจจ่อ

         

วันวาน กสทช.ร่วมกับอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนก็เพิ่งจัดสัมมนาใหญ่ “โร้ดแม็พ 5 จี ดันไทยนำASEAN”  ตีปี๊บความจำเป็นในอันที่จะต้องร่นเวลาการประมูลแจกใบอนุญาตเพื่อเร่งกระบวนการเปิดให้บริการ 5 จีให้เร็วขึ้นจากกำหนดเดิมที่จะดำเนินการในช่วงปลายปี 2563-ต้นปี 2564 มาเป็นปลายปีนี้ และจัดประมูลเพื่อออกใบอนุญาตในต้นปี 63 เพื่อที่ไทยจะได้ไม่ตกขบวนรถไฟสาย 5 จีเฉกเช่นที่เคยตกขบวน 3 และ 4 จีในอดีต

 

ล่าสุดกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา กสทช.ได้ไฟเขียวหลักเกณฑ์การประมูลคลื่น 5 จีที่จะทำการประมูลไปพร้อมกันทั้งแพคเกจใน 4 ย่านความถี่ที่กอปรไปด้วยคลื่น 700 ,1800 ,2600 เมกะเฮิร์ตซ์(MHz)และ 26 กิ๊กกะเฮิร์ตซ์(GHz) และเตรียมนำร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปทำการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ พร้อมกำหนด"ไทม์ไลน์"จัดประมูลเพื่อออกใบอนุญาต5จีที่่ว่านี้ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563

       

อย่างไรก็ตามพลันที่ กสทช.ประกาศร่างหลักเกณฑ์การประมูล 5จีออกมา ดูเหมือนกระแสตอบรับที่มีต่อร่างหลักเกณฑ์ประมูล 5 จีจะ “เงียบเป็นเป่าสาก” ภาคสื่อสารโทรคมนาคมแทบจะไม่หือ-ไม่อือใดๆ แม้แต่น้อย และแทบจะไม่อินังขังขอบอะไรเอากับเกณฑ์การประมูลที่กสทช.เพิ่งทำคลอดออกมา

          

ตรงกันข้ามกลับมีเสียง“ยี้”เล็ดรอดออกมาแทรกเสียมากกว่า...จนก่อให้เกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเกณฑ์การประมูล 5 จีที่ทุกฝ่ายเพรียกหา?!!!

 

"ทั้งๆ ที่ทุกฝ่ายรู้กันอยู่เต็มอก คลื่น 5จีที่จะนำออกประมูล เป็นคลื่นใหม่ที่ยังไม่เคยมีการใช้งานที่ใดในโลกมาก่อนทำให้ไม่สามารถจะประเมินหรือคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ ไม่สามารถจะอ้างอิงผลศึกษา หรือ Reference ความสำเร็จของการใช้งานคลื่นดังกล่าวจากที่ใดในโลกมาก่อนได้ แต่กลับเป็นที่น่าสังเกตว่า แนวคิดและกระบวนการในการจัดประมูลคลื่น การตั้งราคาประมูลขั้นต้นของ กสทช.ก็ยังคงนำเอาหลักเกณฑ์ประมูลเดิมในยุค 3จีและ 4จีมาใช้อยู่ดี

 

"จึงไม่ต่างไปจาก เหล้าใหม่ในขวดเก่านั่นเอง” เสียงสะท้อนจากผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงสื่อสารโทรคมนาคมเมื่อได้เห็นร่างหลักเกณฑ์การประมูล 5 จี

 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กสทช.ป่าวประกาศมาโดยตลอดว่าการพัฒนา5 จีจะเกิดขึ้นได้ จะต้องมีการรีเซ็ต/ล้างไพ่หลักเกณฑ์การประมูลใหม่ เพื่อขับเคลื่อน 5 จีให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้จงได้ ถึงขั้นป่าวประกาศนโยบาย อาจกันเงินที่ได้จากการประมูลกลับเข้าไปส่งเสริมหรืออุดหนุนการขยายโครงข่ายของภาคเอกชน เพราะการลงทุน 5 จีนั้นต้องใช้เงินลงทุนสูงมากเกินขีดความสามารถที่เอกชนจะลงทุนได้โดยลำพัง

 

“สิ่งเหล่านี้หายไปไหน กระบวนการประมูลที่กสทช.ป่าวประกาศว่าจะรีเซ็ตเกณฑ์การประมูลใหม่ทั้งหลายแหล่หายไปไหน?"

 

 

เมื่อคลี่เกณฑ์การประมูลคลื่นทั้ง 4 ย่านความถี่ที่กสทช.กำลังตีปี๊บจะนำออกประมูลในต้นปี 2563 จะเห็นได้ว่า ในส่วนของหลักเกณฑ์การประมูลคลื่น 700 MHz และ 1800 MHz นั้น ยังคงตั้งราคาประมูลจากราคาขั้นต่ำจากราคาประมูลครั้งก่อน โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆแม้แต่น้อย

 

ขณะที่คลื่น 2600 MHz ที่กสทช.นำออกมาประมูลก็เป็นคลื่นใหม่ที่ไม่มีประเทศใดใช้มาก่อน นอกจากจีนที่มีการทดลองนำมาใช้ จึงทำให้ไทยกลายเป็นประเทศเดียวในโลกที่จะมีการนำคลื่นนี้มาประมูลควบคู่ไปกับคลื่น 26 กิกะเฮิร์ตซ์(GHz)

 

ขณะที่การกำหนดราคาคลื่นขั้นต่ำคลื่นนี้ที่ไม่มีรายงานผลการศึกษาใดในโลกทำมาก่อน แต่กสทช.ก็ไปควานเอาผลการศึกษาของสถาบันเอกชนแห่งหนึ่งมาหาสมการหามูลค่าของคลื่นออกมาได้คือ 423 ล้าน/ใบอนุญาตขนาด 5 เมกะเฮิร์ตซ์ ที่ทำเอาวงการโทรคมนาคมได้แต่ "อึ้งกิมกี่ "เพราะไม่มีที่มาที่ไปมาก่อน การประเมินมูลค่าหุ้นจะถูกต้องไม่ถูกต้องอย่างไร ใช่หรือไม่ใช่อย่างไรไม่มีใครรู้ได้ ทุกอย่างเป็นเรื่องของการคาดการณ์หรือเดาล้วนๆ

 

เมื่อกสทช.ยังคงติดยึดและใช้หลักเกณฑ์การประมูลเดิมเช่นนี้ ทุกฝ่ายจึงได้แต่กังวล เส้นทางการพัฒนา5 จีของประเทศไทยจะเดินไปทางไหนกันแน่ จะคาดหวังว่าจะเจริญตามรอยประเทศอื่นๆ ได้มากน้อยแค่ไหน "เอาแค่การจัดสรรคลื่นให้ Operator ที่จะร่วมขับเคลื่อน5 จีวันนี้เราก็แตกต่างกับประเทศอื่นๆเขาลิบลับแล้ว เพราะประเทศอื่นนั้นบางประเทศเขาให้คลื่นฟรีแก่ผู้ประกอบการที่จะทำ 5 จี บางประเทศรัฐยังอัดเม็ดเงินสนับสนุนลงไปให้อีก

 

"แต่ประเทศไทยยังตั้งป้อมจะรีดค่าต๋งจากการประมูล ยังตั้งเกณฑ์ประมูลต้องเป็น N-1 ราคาคลื่นยังต้องยึดราคาประมูลครั้งก่อนเป็นพื้นฐานอยู่เลย เรายังเอาหลักเกณฑ์ประมูลเดิมในยุคก้างปลา 2จีและ 3/4 จีมาใช้อยู่เลย

 

ทัังหมดจึงก่อให้เกิดคำถามย้อนแย้งกลับไปยังกสทช.ว่า เรากำลังจะเอาอนาคตประเทศไทยเป็นเดิมพัน/เป็นหนูทดลองยาหรือไม่ ?!!!

 

 

เหนือสิ่งอื่นใดกับข้ออ้างที่ต้องเร่งรัดและร่นเวลาประมูลคลื่น 5 จีมาเป็นต้นปี 63 จากเดิมที่กระบวนการเหล่านี้จะไปเริ่มเอาปลายปี 2563 ถึงต้นปี 2564 ด้วยข้ออ้างที่ว่าเพื่อให้ทันเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ที่จะมีการเปิดให้บริการในกลางปีหน้า2563 ซึ่งอาจทำให้ไทยตกขบวน ทำให้นักลงทุนอาจทิ้งไทยไปประเทศเพื่อนบ้านแทนนั้น

 

แต่เมื่อเหลียวไปมองเพื่อนบ้านในภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย เวียดนาม อินโดฯหรือสิงคโปร์นั้น กลับพบว่าเขาเอาคลื่น 3.5GHz มาเป็นคลื่นหลักของการให้บริการ 5จีทั้งสิ้น จะมีก็แต่ประเทศไทยที่ผ่าไปเอาคลื่น 2600 MHz มาใช้ซึ่งเป็นคลื่นใหม่ที่ไม่มีประเทศใดใช้มาก่อน

 

ทั้งที่ตัวเลขาธิการ กสทช.ก็ออกมายอมรับกับสื่อในระหว่างนำคณะสื่อมวลชนชุดใหญ่บินปร๋อไปดูเส้นทางการพัฒนา 5 จีของประเทศสวีเดนมาวันวานนี้เองว่า "คลื่นที่ดีที่สุดในการนำมาทำ5จี ก็คือคลื่น 3,400- 3,700 MHz(3,500 MHz) รองลงมาคือคลื่น 2,600 ซึ่งตอนนี้กำลังเจรจาเรียกคืนคลื่น 3,400-3,700 ที่ใช้ในดาวเทียมไทยคมอยู่ คาดว่าในเดือนกันยายน 2563 น่าจะมีการประมูลคลื่น 3,400-3,700 MHz ตามมา

 

ฟังแล้วก็ให้อึ้ง! เขารู้มาตั้งแต่ปีมะโว้แล้วว่า คลื่นที่เหมาะสมที่จะนำมาทำ 5 จีที่ดีที่สุดคือคลื่น 3.5 GHz แล้ว กสทช.ผ่าไปเอาคลื่น 2600 MHzมาเป็นหนูทดลองยาทำไม?

 

และในช่วงที่ผ่านมา กสทช.มัวไปฟ้อนเงี้ยวอยู่ไหนหรือ? ถึงไม่เร่งเจรจากับกระทรวงดีอี เพื่อหาทางเรียกคืนคลื่น 3.5 GHz ที่ว่านี้ ทั้งที่มีเวลาเจรจาจะร่วม 2-3 ปีก่อนหน้าจนทำให้คลื่นดังกล่าวถูกดองเค็มมากว่า 2-3ปีแล้ว

 

"หรือแม้แต่วันนี้ หากจะเร่งรัดเจรจากันจริงๆ แบบไม่มีลีลาวดีอะไรมาเจือปน มันก็คงจะกินเวลาไม่เกิน 5-6 เดือนก็ทำได้แล้ว ถึงเวลานั้นค่อยจัดประมูลก็ยังไม่สาย ไม่ได้ทำให้ประเทศต้องตกขบวนรถไฟ 5 จี หรือหล้าหลังเพื่อนบ้านอะไรเลย"

 

และหากจะย้อนกลับไปพิจารณาเส้นทางประมูล 3 จีและ 4 จีก่อนหน้า ประเทศไทยก็ไม่ได้เป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่จัดประมูลคลื่น กว่าจะประมูลคลื่น 3 จีได้ก็แทบจะเป็นประเทศสุดท้ายของโลกด้วยซ้ำ

 

"แต่พอประมูล 5 จีเรากลับอยากจะเป็นผู้นำโลกขึ้นมาซะงั้น ท่ามกลางความเสี่ยงที่ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเป็นอย่างไร เหตุใดรัฐและ กสทช.ถึงไม่รอดูสถานการณ์ของโลกอีกสักนิดซึ่งก็กินเวลาไม่มากเลย หรือใช้โอกาสที่กำลังรอให้ทุกอย่างนิ่งและ Settle คลื่นให้ได้เสียก่อนมันจะไม่ดีกว่าไปเร่งรัดประมูลคลื่นออกไปโดยเอาอนาคตประเทศไปเสี่ยงเช่นนี้หรือ"

 

หรือว่ากระบวนการเร่งรัดจัดประมูล5 จีที่ว่านี้เป็นไปเพื่อสร้าง Profile ให้กับ "ใครบางคน" ที่กำลังหมายมั่นปั้นมือจะเข้าไปเป็น "ประธานกสทช.ชุดใหม่" ที่นัยว่า คงจะเริ่มกระบวนการสรรหากันปลายปีหน้า.