Columnist

ปูเสื่อรอ...ค่าโง่คิงเพาเวอร์ได้เลย!

5 กันยายน 2019 เวลา 05:20 น.

เปิดอ่าน 343
เนตรทิพย์

และแล้วมหกรรมถลุงเม็ดเงินภาษีไปนับแสนล้านบาท ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ(ครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้) ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา ที่ทั้งแจกเงินขวัญถุงให้ผู้เฒ่าผู้แก่และผู้มีรายได้น้อยไปจับจ่ายใช้สอย และ แจก “อั่งเปา”ให้ผู้คนเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองรอง เมืองหลัก รวมทั้งไล่แจกเงินสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอีกเป็นกุรุด

 

แต่สุดท้ายแล้ว เม็ดเงินภาษีที่ประชาชนได้รับแจก (Take)ไปนั้น(ก็)ต้องมีคนจ่าย (Pay/Lost) ก็ไม่พ้นประชาชนคนไทยเองนั่นแหละคือผู้ที่ต้องจ่าย เห็นได้จากการที่คลังตั้งแท่นปรับโครงสร้างภาษีไล่บี้ถอนขนห่านให้ได้ตามเป้าหมาย 2 ล้านล้านนั่นปะไร

 

....

 

กลับมาที่ประเด็นสุดฮอตเป็น Talk Of The Town ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กับศึกช้างชนช้างระหว่างบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)หรือ ทอท.กับยักษ์ค้าปลีกบริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน) หรือ CPN ที่ปาดหน้าผุด โครงการ "เซ็นทรัล วิลเลจ" ลักชัวร์รี่ เอาท์เล็ตข้างรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ โดยทอท.ไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน

 

 อุตส่าห์ฝันหวานจะปั้นรายได้จากสัมปทานร้านปลอดภาษี "ดิวตี้ฟรี" และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ที่ประมูลกันสุดกระหึ่ม ก่อนที่สัมปทานจะตกแก่ คิงพาวเวอร์ แบบ "ม้วนเดียวจบ" พร้อมกับตีปี๊บจะสร้างรายได้ให้กับทอท.ปีละกว่า 2.3 หมื่นล้าน หรือกว่า 2.3-2.5 แสนล้านในระยะ 10 ปีข้างหน้า

 

แต่กลับต้อง “ช็อคตาตั้ง” แทบจะสำลักสัมปทานแสนล้านกันออกมา เมื่อจู่ๆ กลุ่มซีพีเอ็น ที่ "ล้วงตับ" เข้ามาซื้อซองประมูลดิวตี้ฟรีด้วยแต่ต้น ดอดมาเปิดลักชัวร์รี่ เอาท์เล็ต และ Super Mall ประชิดติดรันเวย์สนามบินเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทำเอาทั้งฝ่ายบริหาร ทอท.และคิง เพาเวอร์ นั่งไม่ติด 

 

จึงไม่แปลกที่ฝ่ายบริหารทอท. จะแอ่นอกออกโรงปกป้องสัมปทานแสนล้านใต้ชายคาอย่างถึงพริกถึงขิง และดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ Central Village เปิดให้บริการได้ เพราะหากห้างยักษ์ดังกล่าวเปิดให้บริการได้ ไม่เพียงสัมปทานแสนล้านในสนามบินสุวรรณภูมิจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงแล้ว

 

แม้แต่อาณาจักร คิงเพาเวอร์ดิวตี้ฟรี ที่ซอยรางน้ำ และคิงพาวเวอร์ ศรีวารีคอมเพล็กซ์ 2 ห้างยักษ์ดิวตี้ฟรีของเมืองไทยที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ก็อาจต้องพับฐาน ยิ่งในส่วนของ "คิงพาวเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์" ที่ถือเป็นแฟล็กใหญ่สุดของกลุ่มคิงเพาเวอร์ ที่หวังจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในการต้อนรับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวจากสนามบินสุวรรณภูมิโดยตรงด้วยแล้ว

 

การเปิดห้าง เซ็นทรัล วิลเลจดังกล่าวถือเป็น "หนามยอกอก" โดยตรง เพราะลักชัวร์รี่ เอาท์เล็ต Central Village นั้นแทบจะตั้งอยู่ชิดรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะที่คิงเพาเวอร์ ศรีวารีคอมเพล็กซ์นั้นอยู่ห่างออกไปกว่า 20 กม.นั้นผู้โดยสารและท่องเที่ยวที่ถูกต้อนออกไปช้อปปิ้งยังห้างดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะตกเครื่องเอาโดยง่าย

 

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ ทั้งทอท. และคิงพาวเวอร์ จะต้องผนึกกำลังและดำเนินการในทุกวิถีทางในอันที่จะปกป้องขุมทรัพย์แสนล้านและสกัดกั้นไม่ให้ซูเปอร์ ลักชัวร์รี เอาท์เล็ตแห่งนี้เปิดให้บริการ

 

แม้ว่าล่าสุด ศาลปกครองจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาห้ามทอท.กระทำการปิดกั้นหรือ ขัดขวาง การก่อสร้างและเปิดให้บริการ ของเซ็นทรัล วิลเลจ ภายหลังจากที่บริษัทยื่นคำร้องต่อศาลขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนหน้านี้ ทำให้เส้นทางเดินของเซ็นทรัล วิลเลจ โรยไปด้วยกลีบกุหลาบจ่อผงาดข้างรันเวย์สุวรรณภูมิได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

แต่ก็เชื่อแน่ว่าคู่กรณีอีกฝ่ายคงไม่ยอมรามือแน่ ยังไงเสียก็คงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดอยู่ดี

 

แต่ไม่ว่าท้ายที่สุดผลจะออกมาอย่างไร ศึกห้ำหั่นระหว่าง ทอท.และกลุ่มเซ็นทรัลนั้นคงไม่จบเพียงแค่นี้แน่

 

ยิ่งในส่วนของ ทอท.ด้วยแล้ว ควันหลงจากกรณีที่ฝ่ายบริหารในปัจจุบัน “ถลำลึก” เข้าไปแอ่นอกปกป้องสัมปทานแสนล้านใต้ชายคาของตนอย่างถึงพริกถึงขิงในครั้งนี้ ถึงขั้นป่าวประกาศออกไปทั่วโลกว่าพื้นที่ก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจอยู่ในเขตควบคุมการบินที่ทอท.ดูแลนั้น สำหรับ “เนตรทิพย์”แล้ว ฟันธงไว้ตรงนี้เลยว่า

 

นั่นจะนำมาซึ่ง “หายนะ”และความเสียหายครั้งใหญ่ของ ทอท.อย่างแน่นอน!

 

                ......

แน่นอน! ในแง่ของกลุ่มคิงพาวเวอร์ที่ถือเป็นคู่สัญญากับรัฐนั้น หาก "ขุมทรัพย์แสนล้าน" ทั้งสัมปทานดิวตี้ฟรี และพื้นที่เชิงพาณิชย์ Commercial Area ต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการที่คู่สัญญาฝ่ายรัฐคือ ทอท.ไม่สามารถปกป้องสัมปทานใต้ชายคา ปล่อยให้คู่แข่งดอดเข้ามา “ล้วงตับ” ผุดธุรกิจแข่งโดยตรงได้เข่นนี้

 

คู่สัญญาฝ่ายเอกชนย่อมมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะลุกขึ้นมาฟ้อนเงี้ยวฟ้องทอท. เฉกเช่นที่ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BEM ฟ้องการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) กรณีที่ปล่อยให้มีการก่อสร้างทางยกระดับ ดอนเมืองโทรลเวย์ ส่วนขยายดอนเมือง-รังสิต แข่งเส้นทางสัมปทาน (แม้จะอยู่ห่างออกไปจากโครงข่ายทางด่วนตอนเหนือเป็น 10 กิโล) จนกลายมาเป็นมหากาพย์ค่าโง่ทางด่วนที่กำลังทำเอารัฐบาลและ กทพ.สำลักกันอยู่เวลานี้ 

 

กรณี "เซ็นทรัล วิลเลจลักชัวร์รี่ เอาท์เล็ต"ของกลุ่ม CPN ที่ผุดอยู่ข้างรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมินี้ก็เช่นกัน ยิ่งเมื่อฝ่ายบริหาร ทอท. แอ่นออกออกมายืนยัน นั่งยันว่า พื้นที่ก่อสร้างห้างดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุที่อยู่ในเขตควบคุมการบินที่ ทอท.ดูแลรับผิดชอบ ใครจะทำอะไรก็ต้องได้รับอนุญาตจาก ทอท.ด้วยแล้ว (ทั้งที่ในระนาบเดียวกันนั้น มีคอนโดยักษ์ "Nouvelle  คอนโดมีเนียม ธนาซิตี้" ระดับ 11-12 ชั้นตั้งตระหง่านอยู่ด้วยแท้ๆ แต่ทอท.ก็กลับไม่เคยอีนังขังขอบจะออกมาฟ้อนเงี้ยว เกรี้ยวกราดหรือป่าวประกาศว่ากระทบความปลอดภัยทางการบินแบบกรณีนี้)

 

การออกมาฟ้อนเงี้ยวเกรี้ยวกราดของฝ่ายบริหาร ทอท.ต่อกรณีดังกล่าว เท่ากับยอมรับว่า หากในท้ายที่สุดแล้ว ห้างเซ็นทรัล วิลเลจ เปิดให้บริการได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการจะด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ ภาครัฐและ ทอท.จะกลายเป็นฝ่ายผิดสัญญาสัมปทานกับ กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ในทันทีและแทบจะตกเป็น "เบี้ยล่าง"คู่สัญญาเอกชนตั้งแต่ยังไม่ทันได้ขึ้นศาลด้วยซ้ำ!

 

เออ!หากรัฐ หรือ ทอท.ยืนยันว่าตนเองมีอำนาจควบคุมดูแลเฉพาะพื้นที่ภายในขอบเขตที่ตนเองเอาป้ายไปปักแสดงเขตแดนไว้ ส่วนพื้นที่นอกเหนือไปจากนั้นต้องถือว่าอยู่นอกขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบของ ทอท.ก็ว่าไปอย่าง ถึงเวลาขึ้นโรงขึ้นศาลเมื่อถูกคู่สัญญาเอกชนฟ้องเอา ยังจะพอแก้ต่าง ดิ้นเอาตัวรอดได้

 

 แต่เมื่อฝ่ายบริหาร ทอท.แอ่นอก ออกมายืนยัน นั่งยัน ว่าทางเข้าห้างเซ็นทรัล วิลเลจ อยู่ในเขตควบคุมการบินที่ ทอท.ดูแลทุกกระเบียดนิ้วเช่นนี้ โดยไม่ใส่ใจเลยว่า หน่วยงานรัฐอื่นๆ ทั้งกรมทางหลวง และสำนักงานคณะกรรมการการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือกพท.ต่างก็ออกมาโต้แย้งสิ่งที่ ทอท.กำลังตั้งแท่นป่าวประกาศอยู่นี้

 

ก็ปูเสื่อรอ รับมหากาพย์ค่าโง่ “คิงเพาเวอร์"กันไว้ได้เลยครับพี่น้อง!!!