Columnist

ปลุกผีควบรวมทีโอที-แคท

28 พฤศจิกายน 2019 เวลา 08:24 น.

เปิดอ่าน 1291
เนตรทิพย์

เหลือบไปเห็นข่าว นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ “ดีอีเอส” ออกมาจุดพลุนโยบายที่จะเร่งรัดให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)หรือ แคท เร่งควบรวมกิจการกันเป็น “บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (National Telecom co.) ตามมติคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 แล้ว

 

ก็ไม่รู้จะถือเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายของสองหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านการสื่อสารของประเทศที่กำลัง “หืดจับหายใจไม่ทั่วท้อง” เพราะหลังจากสองหน่วยงานถูกจับให้ไปลงขันจัดตั้งบริษัทลูกร่วมทุนคือ บริษัท โครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แห่งชาติ (NGN) และบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต(NGDC) ตามแผนการฟื้นฟูกิจการที่ คนร.และ ครม.ขีดเส้นให้ดำเนินการในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมานั้น

 

แม้ คนร.และคณะรัฐมนตรีจะไม่ออกมาป่าประกาศว่าสำเร็จหรือล้มเหลวอย่างไร แต่ก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากลอง คนร.และครม.ต้องหวนกลับมา “ปัดฝุ่น” จับเอาสองหน่วยงานมาควบรวมกันเองเช่นนี้ ก็คงแปลได้ว่าแนวทางการฟื้นฟูกิจการ การควบรวมกิจการที่คนร.ป้ำผีลุก ปลุกผีนั่งมาในช่วง 3-4 ปีก่อนนั้นคง “ล้มเหลว” ไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

 

ไม่ต่างไปจากแผนฟื้นฟู 6-7 รัฐวิสาหกิจอย่าง บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน), การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่ต่างก็ปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการที่ได้รับการอนุมัติขัดเกลามาอย่างดิบดีจาก คนร. สภาพัฒน์ ตลอดจนคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่สุดท้ายสถานะของรัฐวิสาหกิจเหล่านี้เป็นอย่างไร? ผงาดขึ้นมาลืมตาอ้าปากได้หรือไม่นั้น ทุกฝ่ายต่างรู้สาแก่ใจกันดีครับ!

 

ในแผนควบรวมกิจการทีโอที-แคทที่จะมัดตราสังให้มาร่วมจัดตั้ง “บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ” หรือ N -Telecom (NT)ซึ่งคงจะใช้เวลาราว 6-7 เดือนนั้น นัยว่าจะมีการแบ่งโครงสร้างออกเป็น 5 หน่วยธุรกิจ คือหน่วยธุรกิจบริการทางสายและโครงข่ายบรอดแบนด์ ,หน่วยธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ,หน่วยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบริการ, หน่วยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน และหน่วยธุรกิจโครงข่ายระหว่างประเทศ

 

และตั้งเป้าที่จะรุกคืบเข้าไปวางโครงสร้างพื้นฐาน 5 จี เป็นผู้ให้บริการ IoT Connectivity ให้กับภาครัฐและอุตสาหกรรม 4.0 ทั้งยังตั้งเป้าหมายจะให้ NT เข้าร่วมประมูล 5G ที่กสทช.เตรียมจะโม่แป้งประมูลในต้นปี 2563 นี้ โดย รมว.ดีอีเอส ระบุว่าได้มีการหารือแนวทางดังกล่าวกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช. )ไปบ้างแล้ว ส่วนจะเข้าร่วมประมูลแบบต่างคนต่างเข้าร่วมหรือประมูลแบบควบรวมอะไรนั้นค่อยมาว่ากันอีกที 

 

ไม่รู้ฝ่ายบริหารและพนักงานของสองรัฐวิสาหกิจข้างต้นจะมองเห็นภาพหรือมองเห็นอนาคตขององค์กรตนเองอย่างไร แต่สำหรับ “เนตรทิพย์” แล้วบอกตามตรง ....ว้าเหว่แทนจริงๆ ครับ!!! 

 

 

หากจะย้อนรอยไปพิจารณาเส้นทางการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งยวดเป็น “โมเดลธุรกิจ” ที่องค์กรธุรกิจต่าง ๆ ใช้เป็นแม่แบบของการศึกษาเจริญรอยตามนั้น ผมคงยกให้ความสำเร็จของบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)หรือ “ PTT Model” ที่แปรรูปมาจากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.) ในอดีตนั่นแหล่ะ

 

ก่อนการแปรรูปนำกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2544 นั้น ตัวองค์กรหลักปตท. ยังคงสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจเต็มรูปแบบ แต่มีการจัดโครงสร้างธุรกิจแยกหน่วยธุรกิจ Business Unit สยายปีก ขยายกิจการออกไปจัดตั้งบริษัทลูก บริษัทร่วมทุนนับสิบ นับร้อยบริษัท ผ่องถ่ายผู้บริหารและพนักงานลงไปดูแลบริษัทลูก หรือบริษัทร่วมทุนเหล่านั้นครบวงจร โดยที่บริษัทแม่ ปตท.ยังคงทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการในเครือเหล่านี้ ในลักษณะที่เป็น Holding Company เต็มพิกัด

 

ก่อนที่ ปตท.จะแปรรูปนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กลายเป็น Holding Company ที่มีบริษัทลูก บริษัทร่วมทุนอยู่นับร้อยบริษัท  โดยที่กลุ่มธุรกิจเหล่านี้ต่างมีบริษัทลูกที่แตกแขนง แตกบริษัทย่อย บริษัทร่วมทุนตามมาอีกนับร้อยบริษัท มีการนำกิจการเหล่านั้นเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ตามกันมาเป็นพรวนทั้ง PTTEP,PTTGC  และกิจการที่ ปตท.เข้าไปร่วมลงทุนด้วยอีกนับสิบราย ล่าสุดก็เตรียมนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดตามรอยบริษัทแม่อีกราย  

 

เช่นเดียวกับธุรกิจเอกชนทั่วไปที่มีการจัดโครงสร้างการบริหารในลักษณะนี้ อย่างบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ซี.พี. บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน)  บริษัททรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) บริษัทอินทัช โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน)  ฯลฯ ที่ต่างอยู่ในสถานะที่เป็น Holding Company ทำหน้าที่กำกับทิศทางการพัฒนากิจการของบริษัทลูกและบริษัทร่วมทุนต่าง ๆ นับสิบหรือนับร้อยกิจการ

 

แต่การจะเจริญรอยตามรูปแบบ PTT Model ดังกล่าว สองรัฐวิสาหกิจดังกล่าวจำเป็นต้องกระจายธุรกิจที่มีอยู่ออกไปตั้งเป็น “หน่วยธุรกิจหรือ Business Unit: BU “ ก่อนจัดตั้งบริษัทลูกหรือบริษัทร่วมทุนกับภาคเอกชนโดยที่ตัวองค์กรของบริษัทแม่ยังต้องทำหน้าที่เป็น Holding Company ในการกำกับดูแล และกำหนดทิศทางการพัฒนากิจการในภาพรวม พร้อมต้องหาทางผ่องถ่ายผู้บริหารและพนักงานลงไปดูแลบริษัทลูก-บริษัทร่วมทุนเหล่านั้น เพื่อกระจายพนักงานที่มีมากล้นในองค์กรออกไปให้มากที่สุด เพื่อลดความอุ้ยอ้ายขององค์กรลงไป

 

สิ่งเหล่านี้มันควรเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนแล้วครับ ไม่ใช่เพิ่งจะมาละเมอตื่นกันเอาตอนนี้ !!!

 

สภาพของสองรัฐวิสาหกิจด้านการสื่อสารของประเทศวันนี้ ที่อยู่ในสภาพหืดจับแทบไม่ต่างไปจาก ขสมก. ที่เผชิญกับการแข่งขันจากบรรดารถร่วมและบริการขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่น ๆ เต็มพรืดเต็มถนน วันดีคืนดีผู้ถือหุ้นใหญ่หรือคลังไม่อยากจะแบกรับภาระก็หวังจับสองหน่วยงาน “มัดตราสัง” เป็นบริษัทเดียวกันให้สิ้นเรื่องสิ้นราว จะได้จัดองคาพยพ ปรับลดบุคลากร ลดการลงทุนซ้ำซ้อนตามหลักเกณฑ์ M&A  สุดแต่จะบรรยายกันไป

 

 

แต่ถามต่อไปว่า หลังควบรวมกิจการกันไปแล้วจะให้ทำอะไรหรือ? จะให้ไปประมูลทำระบบ 5 จี ก็คงต้องย้อนถามกลับไปยังรัฐบาลและดีอีเอส ว่า สองหน่วยงานรัฐที่เพิ่งจะผ่านการควบรวม ไม่รู้จะตีรันฟันแทงกันยับขนาดไหน เสร็จสรรพจะให้ใครเป็นแกนนำ ใครจะเป็น Head ยังไม่รู้นั้นจะไปสู้รบปรบมือกับใครเขาหรือ หรือต่อให้ส่งเข้าร่วมเข้าประกวดไปพร้อมกัน ภาครัฐมีความจริงใจจะสนับสนุนเงินลงทุนให้แน่หรือหากจะต้องลงทุน 5 จีหรือโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานกันสัก 40,000-50,000 ล้านบาท รัฐพร้อมเกหมดหน้าตักอนุมัติงบลงทุนให้ไหม?

 

ขนาดจะของบมาลงทุนติดตั้งเน็ตชายขอบ หรือเน็ตหมู่บ้านงานหมูๆ ยังไม่ยอมให้ แถมไอ้ที่ดอดไปรับจ๊อบติดตั้ง “เน็ตชายขอบ” 2 โซนในโครงการ USO ของ กสทช.วงเงินลงทุนแค่พันกว่าล้านทีโอทียังทำซะป่นปี้ทำเอา กสทช.แทบไปไม่เป็น คนอื่นเขาติดตั้งส่งมอบงานกันครบไปตั้งแต่ปีก่อน แต่เน็ตชายขอบที่ทีโอทีรับจ๊อบไปทำกลับเหลวไม่เป็นท่า ป่านนี้ยังเคลียร์หน้าเสื่อไม่แล้วเสร็จ จนกสทช.ต้องสั่งเลิกสัญญาจ่อจะขึ้นบัญชีดำให้รู้แล้วรู้แร่ด ขืนประเคนคลื่น 5 จีให้ไปนอนกอด ก็มีหวังสองหน่วยงานไม่เอาไปเซ็งลี้ต่อให้ทุนสื่อสารรายใด ก็คงเอาไปดองจนเค็มได้ที่นั่นแหล่ะ

 

เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนจะจับสองหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ “มัดตราสัง”ควบรวมกิจการที่ไม่รู้ว่าควบรวมไปแล้วจะให้ไปว่ายน้ำแข่งกับใครที่ไหนนั้น คนร.และคณะรัฐมนตรีช่วยตอบคำถามผู้คนในสังคมทีว่า แล้วแผนฟื้นฟูกิจการรัฐวิสาหกิจ 7 แห่งที่ดำเนินกันไปตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมานั้น มีหน่วยงานไหนที่ประสบผลสำเร็จออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้บ้าง

 

แค่การบินไทยแห่งเดียวยังไปไม่เป็นเลยจนวันนี้ จริงไม่จริง !!!