Columnist

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี : ของโปรดน่าทึ่ง รถโบราณ รถคลาสสิค รถประวัติศาสตร์การเมืองไทย

23 มกราคม 2020 เวลา 08:07 น.

เปิดอ่าน 578
ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

นอกจากบทบาททางการเมืองแล้วชีวิตไลฟ์สไตล์ที่สนใจตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือถือว่าไม่ธรรมดา

 

ในวัย42 "อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” อดีต ส.ส. กทม.สองสมัยของประชาธิปัตย์และอดีตคณะทำงานฝ่ายเศรษฐกิจของ กรณ์ จาติกวณิช  ที่โดดหนีจากประชาธิปัตย์ตามลูกพี่”กรณ์”

 

จัดเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่น่าจับตา 

 

นอกจากบทบาททางการเมืองแล้วชีวิตไลฟ์สไตล์ หรืองานอดิเรกที่สนใจมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือก็ถือว่าไม่ธรรมดา

 

สนใจรถโบราณ รถคลาสสิค รถเก่าทั้งโซนยุโรปและอเมริกัน 

 

 

 

 

 

 

 

 สนใจมาตั้งแต่เรียนหนังสือ มารับตำแหน่งเป็นเลขาธิการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยซึ่งจัดเป็นสมาคมรถโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของเอเชีย โดยก่อตั้งสมาคมฯมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2516  หรือตั้งมานานร่วม47 ปีแล้ว

 

แน่นอนว่า เป็นถึงเลขาธิการสมาคมรถโบราณฯ ก็ต้องมีรถโบราณ รถเก่า รถคลาสสิค

 

“อรรถวิชช์”บอกถึงของชอบของโปรดว่าสะสมเล่นรถโบราณแบ่งออกเป็นยุคบรรพบุรุษ รถยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่2  รถยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง  และรถยุคคลาสสิค 

 

ซึ่งมีสะสมอยู่หลาย 10 คันและรักชอบทุกคันพอๆกัน แต่ที่ภาคภูมิใจและ จัดว่าเป็นรถเก่าที่สุดที่มีอยู่ในสะสม คือรถยี่ห้อแบล็ค (BLACK)สัญชาติอเมริกัน ซึ่งผลิตในปี ค.ศ. 1904   มีอายุปัจจุบัน 116 ปี   จัดเป็นปู่ทวดของรถก็ว่าได้

 

เพราะรถคันนี้มีลักษณะพิเศษ คือเป็นต้นแบบของรถในปัจจุบัน ตัวรถเป็นรูปลักษณ์ของเกวียน 4 ล้อ มีหลังคา แต่ที่พิเศษสุดคือ มีการติดตั้งเครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนรถ แทนใช้สัตว์พวกม้า วัว ชักลาก รถเกวียนนี้จึงจัดเป็นต้นแบบของการพัฒนาการมาเป็นรถในปัจจุบัน

 

อีกคันคือ  รถยี่ห้อจากัวร์ “jaguar XK120 roadster”ผลิตปี ค.ศ.1950 ซึ่งจัดเป็นรถในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง  เป็นโปรดักชั่นคาร์ รถเพื่อจำหน่ายใช้วิ่ง ใช้งานในยุคนั้นที่สามารถวิ่งทำความเร็วได้สูงสุดในโลกในยุคปี1950

 

อีกคันที่”อรรถวิชช์”ค่อนข้างจะภูมิใจ เพราะเป็นรถที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับการเมืองไทยช่วงหนึ่ง และเป็นรถของอดีตผู้นำของชาติคนสำคัญ ในยุคขุนศึกหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 

 

เป็นรถเมอร์เซเดส เบนซ์ ( Mercedes Benz 300 c  1952) ผลิตในปี ค.ศ. 1952  สัญชาติเยอรมัน นำเข้ามาเพื่อ”จอมพลป.พิบูลสงคราม”อดีตนายกฯโดยเฉพาะ  

 

“อรรถวิชช์”อธิบายด้วยความภูมิใจว่า...คันนี้ผูกพันเป็นพิเศษเพราะเป็นรถสภาพเดิมไม่เคยถูกรื้อซ่อมสภาพ เรียกว่าสภาพที่โชว์และขับได้จนถึงทุกวันนี้อยู่ในสภาพเดิมจากโรงงาน และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไทยที่อดีตท่านผู้นำใช้เป็นประจำคันหนึ่งใช้จนถึงวันสุดท้ายส่งขึ้นเครื่องบินไปลี้ภัยต่างประเทศ

 

จากเรื่องรถ”อรรถวิชช์ “เล่าต่อแบบหักมุมว่า ในระยะ5-6 ปีที่ผ่านมา สนใจในทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ได้ไปซื้อที่ดินในอำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี 10กว่าไร่ มีภรรยาลูกสาวอีก3 คน ร่วมกันทำนา ดำนา ปลูกข้าวหอมมะลิไว้กินเอง พร้อมกับทำคอกเลี้ยงม้าแคระพันธุ์ เชสแลนด์( Shetland pony horse)สายพันธุ์อังกฤษ ตั้งเป้าจะเพาะพันธุ์ขายลูกม้าแคระ 

 

สำหรับอาหารโปรด”อรรถวิชช์”บอกว่าเป็นคนเมืองลุง”พัทลุง”หลงไหลในอาหารใต้ คือ ผัดสะตอหมูสับ ผัดสะตอกุ้ง แกงคั่วกลิ้งหมู สไตล์ปักษ์ใต้ที่เผ็ดร้อน จากครัวที่เปิดเองเป็นสนามไดร์ กอล์ฟ และสอนตีกอล์ฟคือ พาร์3 มาสเตอร์ กอล์ฟ คลับ ในซอยเสือใหญ่อุทิศ 

 

ครัวที่นี่มีแม่ครัวสั่งตรงจากปักษ์ใต้ จึงได้ทานอาหารเมนูใต้ที่ถูกปาก ไม่ค่อยทานอาหารนอกบ้าน

 

สรุปได้ว่า...ชีวิตของชอบ ของโปรด....ชีวิตในบ้านของ”อรรถวิชช์”ครบเครื่องจริงๆ 

 

เหลือแต่เรื่องการเมืองที่ยังต้องลุ้น!!!