Columnist

ไม่ ok หรือ ok กับการยุบพรรค แล้วยังไง

5 มีนาคม 2020 เวลา 7:30
ไม่ ok หรือ ok กับการยุบพรรค แล้วยังไง
เปิดอ่าน 1,308
โคทม อารียา

นิสิตนักศึกษาไม่ ok กับการยุบพรรคอนาคตใหม่ พวกเขาจึงใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก

นิสิตนักศึกษาจำนวนมากไม่ ok กับการยุบพรรคอนาคตใหม่ พวกเขาจึงให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แม้แต่คนไทยที่อยู่ในสหราชอาณาจักร (หรือ UK) ก็อุตส่าห์คิดคำขวัญ “อยู่ UK แต่ไม่ OK” และในโปสเตอร์นัดชุมนุมของพวกเขา มีข้อความว่า "อยู่ UK แล้วยังไง เราจะไม่ทน เพราะไม่ว่าอยู่ที่ไหน เราจะไม่นิ่งนอนใจต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย"

คำขวัญบางทีก็เข้าใจง่าย แต่บางทียอมรับว่าผมตกรุ่นไปแล้ว เช่น นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุมเขียนในโปสเตอร์ว่า “ข้าวปลาก็ไม่ได้กิน สลิ่มก็ไม่ได้เป็น” วลีที่สองพอเข้าใจ วลีแรกเรื่องข้าวปลาทำเอางง ก็คล้ายกับคำขวัญของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ว่า “มอกะเสดไม่ใช่ขนมหวานลาดกะทิ” ซึ่งเป็นเรื่องอาหารการกินอีกนั่นแหละ ในอารมณ์คล้ายกัน นักศึกษา ม. มหิดลบอกว่า “ศาลายางดกินของหวานหลายสี” ส่วนเสียงจาก ม. ขอนแก่นดังมาว่า “ขอโทษที่ช้า โดนสลิ่มลบโพสต์”

อยกบทสัมภาษณ์นักศึกษาที่ตรงไปตรงมาและขำดีเกี่ยวกับสลิ่ม  ถาม “ขอแม่ไหม มาชุมนุมนี่” ตอบ “เอ้อ แม่หนูเป็นสลิ่มค่ะ”

คำขวัญที่ล้อเลียนตัวเองเล็กน้อยก็มี เช่น นิสิตจุฬาฯบอกว่า “เสาหลักจะไม่หักอีกต่อไป” ซึ่งล้อเลียน ม. จุฬาฯ ที่เป็น “เสาหลักของแผ่นดิน” มีเสียงบ่นจากนักศึกษาลาดกระบังว่า “หนังสือก็ต้องอ่าน รัฐบาลก็ต้องไล่”

ส่วนนักศึกษาธรรมศาสตร์โวยวายว่า “ให้พวกกูโดนด่า ม. เดียวอยู่ตั้งนาน” หรือ “ที่ยุบอนาคตใหม่ พี่มหาลัยกูทั้งนั้น” มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถูกนักศึกษาของตนเรียกว่า “มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง” พร้อมทั้งตัดพ้อว่า “หรือเสียง นศ. ไม่ดังพอ จึงแสดงออกทางการเมืองไม่ได้”

ส่วนชาวศิลปากร อธิบายว่า ที่ออกมาส่งเสียงกับเขาบ้างก็เพราะ “ศิลปากรขอมีซีน มหาวิทยาลัยศิลปากรไม่สนันสนุน แต่อยากจัด” ที่น่ารักคือนักศึกษาหญิงคนหนึ่งเขียนลงบนกระดาษ A4 แล้วนำมาติดที่เสื้อยีดว่า “ไม่มีผัวไม่เป็นไร ไม่มีประชาธิปไตยอยู่ไม่ได้” โถ มีทั้งสองไม่ต้องห้ามนะเธอ

นักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้ค่ายทหาร อดไม่ได้ที่จะแขวะสักเล็กน้อย เช่น ชาวมหาวิทยาลัยเทคโยโลยีสุรนารีบอกว่า “ถึงมออยู่ใกล้หลายค่าย ก็ไม่ได้ชอบเผด็จการ” เสียงจากสวนดุสิต/สวนสุนันทากระซิบมาว่า “อยู่ข้างบ้าน เสียงดังไม่ได้” ส่วนนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีถึงกับอ้างต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยว่า “กันเกราไม่เอากะลา” ชวนให้สงสัยว่าใครเอากะลามาครอบกันเกราไว้หรือ และชาว ม. นเรศวรก็ประกาศเช่นกันว่า “มอนออยากออกจากกะลา” เสียงไว้อาลัยประชาธิปไตยดังมาจากมหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒเป็นข้อความภาษาอังกฤษว่า “RIP democracy”

แต่มีอีกหลายเสียงที่ไม่ยอมจำนน เช่น จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าสามแห่งว่า “สามพระจอม จะยอมได้ไง” เสียงจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มีทั้งหมด 9 แห่ง แต่เสียงนี้จะมาจากทั้ง 9 แห่งหรือไม่ก็ไม่ทราบ) ดังขึ้นมาว่า “ราชมงคลไม่ทนอีกต่อไป”


ดูเหมือนว่าฝ่ายเทคโนโลยีเขาเสียงแข็งกว่าสายสังคมใช่ไหมครับ ดูสายสังคมที่จุฬาฯบ้างซิ เวลาเขาตอบโต้กันก็ต้องร่ายเป็นบทกวีเลยนะ รุ่นพี่สอนน้องว่า “จะสู้ใครสู้ไปไม่ว่าหรอก อย่านอกคอกกติกาสังคมชี้ มวลประชาเจ็ดสิบล้านอันมากมี เจ้ากระพี้หยิบมือหนึ่งพึงระวัง” ส่วนน้องก็ตอบว่า “จะสู้ใครพี่กล่าวหาว่าน้องหรือ แค่สองมือหวังปกปักพิทักษ์เสียง อยู่ในคอกรอเขาเอาหญ้าเลี้ยง ส่งสำเนียงสอนเขาใครเล่าฟัง”

นอกจากจะเรียกร้องประชาธิปไตยแล้ว ยังมีเสียงปฏิเสธเผด็จการและความอยุติธรรมด้วย เช่น นักศึกษารามคำแหงบอกว่า “ลูกพ่อขุนไม่รับใช้เผด็จการ” นักศึกษา ม.บูรพาจึงประชันเสียงว่า “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม # บูรพามาแล้ว” ในเรื่องความยุติธรรม ผมชอบเสียงจากมหาวิทยาลัยสงขลานคริทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่มาก เขาเปรียบเปรยว่า “ฝุ่น 6 ล้าน หรือจะสู้ท่าน 9 เสียง”

คราวนี้ลองมาฟังเสียงจากนักเรียนดูบ้าง โรงเรียนสตรีวิทย์อยู่ใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เลยส่งเสียงออกมาว่า “สว. อยู่ข้างประชาธิปไตย” อีกหลายเสียงมุ่งตรงไปที่เผด็จการ เช่น “เด็กเดชอยากเนรเทศเผด็จการ” เสียงนี้มาจากโรงเรียนเดชอุดม “ลูกบดินทร์ไม่อินเผด็จการ” เป็นเสียงจากโรงเรียนบดินทรเดชา “เกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ” เขาหมายถึงเตรียมอุดมศึกษาครับ ส่วนสำนวนของนักเรียนศึกษานารีก็ต้องตีความกันเองบ้างนะ

ผมเขียนข้อความข้างต้นได้ เพราะมีเพื่อนส่งโปสเตอร์ # มาให้อ่าน ลำพังไม่ได้ใช้สื่อออนไลน์ เมื่อไม่มีเพื่อนที่ ok กับการยุบพรรคอนาคตใหม่ส่งข้อความใดมาถึงผม เลยพลาดการนำเสนอที่สมดุล อย่างไรก็ดีได้ยินจากคำบอกเล่าว่า มีคนเยอะแยะมากมายที่เห็นด้วยหรือแม้กระทั่งดีใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว (รุ่นพี่จุฬาฯที่สอนน้องอ้างถึงผู้คนจำนวน 70 ล้านคน) คำพูดที่แรงก็มีเช่น “โลกเบาขึ้นอีกเยอะ” ผมตีความว่าพรรคอนาคตใหม่ไปเสียได้ก็ดี จะได้ไม่มีใครมาก่อกวนทหารอันเป็นที่รัก หรือบ่อนทำลายลำดับชั้นหรือกติกาที่มีมาแต่เดิมในสังคม หรือมาพ่นพิษความ“ชังชาติ” หรือมาเสนอความคิด "ซ้ายสุดโต่ง" ฯลฯ

หลายคนอาจคิดว่ามีใครมาเสี้ยมสอนนักศึกษาและนักเรียนให้ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ ทำไมถึงออกมาต่อต้านการใช้กฎหมายโดยศาลผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรมและครรลองของกฎหมายหรืออย่างไร


พอได้ข่าวว่ามีสมาชิกพรรคพลังประชารัฐจำนวนหนึ่ง เสนอให้เชิญนักศึกษามาพูดคุยกันในสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่ว่าต้องรอให้เปิดสมัยประชุมเสียก่อน ผมก็ดีใจ น่าเสียดายที่สภาไม่ได้อภิปรายเรื่องการยุบพรรคการเมืองที่ดูเหมือนจะง่ายดายในยุคสมัยนี้

น่าเสียดายที่อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ซึ่งเคยแสดงบทบาทในสภาอย่างมีคุณภาพหมดโอกาสที่จะมาช่วยปรับปรุงคุณภาพการอภิปรายในสภาเสียแล้ว แต่ก็ยังดีที่มี ส.ส. พรรคพลังประชารัฐที่ห่วงกังวลในเรื่องที่เกิดขึ้นและอยากทำความเข้าใจ หรือทราบความรู้สึกของเยาวชนและคนอีกจำนวนมาก ที่อยากบอกออกมาว่า "ทนไม่ไหวแล้ว" การพูดคุยกันฉันมิตรเป็นเรื่องดี และน่าจะเริ่มได้ในระดับคณะกรรมาธิการชุดใดชุดหนึ่งของสภา ซึ่งยังประชุมกันอยู่แม้จะอยู่นอกสมัยประชุมสภาใหญ่

ถ้าจะเปลี่ยนวิกฤตคราวนี้ให้เป็นโอกาส การคุยกันระหว่างคนที่ไม่ ok กับคนที่ ok กับการยุบพรรคอนาคตใหม่คงไม่พอ ควรจะร่วมกันหาทางออกด้วย

พิภพ ธงไชย เสนอความเห็นในการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า ควรออกกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมือง ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ทางการเมืองในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยฝ่ายพันธมิตร ฝ่าย นปช. และฝ่าย กปปส. รวมทั้งเหตุการณ์ที่เป็นความบาดหมางทางการเมืองที่เป็นบาดแผลลึก ได้แก่การยุบพรรคอนาคตใหม่เป็นต้น

การนิรโทษกรรมเป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่ ที่สร้างความหวังและความปรองดองในสังคมไทย ในยามที่เรามีวิกฤติด้านอื่น ๆ รายล้อม การปลดวิกฤติทางการเมืองได้จะเป็นการลดความชังกัน ผู้เสียประโยชน์จากการให้อภัยและการคืนดี จะมีน้อย สำหรับคนที่ ok กับการยุบพรรคอนาคตใหม่ ไม่น่าจะรู้สึกสูญเสียกับการให้โอกาสซึ่งกันและกันครั้งใหม่ แล้วสังคมโดยรวมนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์

ขอย้อนกลับไปที่บทกวีที่รุ่นน้องรุ่นพี่จุฬาฯเธอตอบโต้กัน แล้วรุ่นน้องอ้อนว่า “สอน ... มาเถิดหากบังเกิดการแลกเปลี่ยน เลย... ล่วงเรียนย่อมรู้รับสดับไหว นะ... พี่ใช้เหตุผลเถิดคนเข้าใจ จ๊ะ... อย่างไรเราน้องพี่สีชมพู” ครับ อย่างไรเราพี่น้องต้องรักกัน



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน