Columnist

เมื่อ “จืด” อดอาหาร

24 ตุลาคม 2019 เวลา 06:10 น.

เปิดอ่าน 407
โคทม อารียา

"คุณจืด"เป็นใคร เหตุใดจึงมาอดอาหารไว้อาลัยการจากไปของช้าง 11 ตัว

 

คุณจืดมีชื่อจริงว่า เข็มทอง โมราษฎร์ อายุ 53 ปี เขาเล่าให้ผมฟังเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมว่า เขาเคยอดอาหารร่วมกับ ร.ต. ฉลาด วรฉัตร ในปี 2535 ตอนนั้นเขาอยู่ในวัยฉกรรจ์ สามารถอดอาหารร่วมเดือน ผมแสดงความเป็นห่วง แต่เขาบอกว่าแข็งแรงดี คราวนี้ตั้งใจอดอาหารเพียง 11 วัน อดตั้งแต่วันที่ 11 ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 11 วันแห่งการอดอาหารเพื่อไว้อาลัยแด่ช้าง 11 ตัวที่เสียชีวิตที่น้ำตกเหวนรกเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม

 

ช้าง 11 ตัวเป็นช้างพังหรือช้างเพศเมียทั้งหมด ที่มีสัญชาตญาณความเป็นแม่ พยายามจะไปช่วยลูกช้างที่เดินวนเวียนอยู่ขอบเหวนรกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หลังจากที่เข้าไปในบริเวณนั้นโดยเดินผ่านเพนียดที่ชำรุด คือเสาเพเนียดหายไปต้นหนึ่ง เขาจึงเดินผ่านไปได้ ข่าวต่อมาบอกว่าลูกช้างที่เป็นต้นเรื่องรอดมาได้ แต่บรรดาช้างเพศแม่ที่พยายามตามเข้าไปช่วย ต้องสังเวยชีวิตไป 11 ตัว ในวันนั้นเอง

 

เพื่อนผมที่ขับรถผ่านอุทยานฯ มาทางจังหวัดนครนายก เห็นผิดสังเกตว่ามีมูลช้างหลายกอง อยู่บนถนนเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ภายหลังเขาจึงคิดได้ว่า คงเป็นมูลของแม่ช้างหลายตัวที่ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือของลูกช้าง จึงรีบเดินไปช่วยกันเป็นโขลง จนเกิดโศกนาฎกรรมดังกล่าว

 

คุณจืดเป็นใคร เหตุใดจึงมาอดอาหารไว้อาลัยการจากไปของช้าง 11 ตัว อ่านประวัติจากเฟสบุ๊กได้ความว่า เขาจบจิตรกรรมไทยจากโรงเรียนเพาะช่างและอาชีวศึกษาที่อุบลราชธานี พื้นเพเป็นชาวศรีสะเกษ แต่มาตั้งรกรากที่สุรินทร์ เขาเป็นนักกิจกรรมที่สนใจเรื่องธรรมชาติและเคยช่วยงานวารสาร “สารคดี” ปัจจุบันเป็นประธานกลุ่มเด็กรักป่า สุรินทร์ เขาเศร้าและสะเทือนใจอย่างมากเนื่องจากเคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาแล้วเมื่อเดือนสิงหาคม 2535 ที่ช้างป่า 8 ตัวมาตายที่น้ำตกเหวนรกเหมือนกัน ในปีนั้น มีข้อเสนอ 6 ข้อที่ตกลงร่วมกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ดังนี้

 

  1. ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของอุทยานฯ
  2. อุทยานฯจะสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับทางเดินช้าง
  3. ให้จัดแนวป้องกันตามแนวน้ำตกเหวนรกเพื่อไม่ให้ช้างตกลงไป
  4. จัดทำป้อมสังเกตการณ์เพื่อเฝ้าระวังบริเวณน้ำตกเหวนรก
  5. จัดเจ้าหน้าที่มาเข้าเวรยามเพื่อเฝ้าตลอดเวลาในช่วงต้นฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว
  6. อุทยานฯจัดพื้นที่ให้เยาวชนจัดกิจกรรมรำลึกช้าง และกิจกรรมสร้างสำนึกในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
  7.  

27 ปีผ่านไป ก็ต้องช่วยกันเรียกร้องให้อุทยานฯ หยิบข้อตกลงเดิมมาทำให้สมบูรณ์

 

คุณจืดจึงเริ่มอดอาหาร ถึงขนาดว่าเริ่มอดน้ำในวันที่ 16 ตุลาคม เพื่อนหลายคนจึงเป็นห่วง เพราะร่างกายขาดน้ำไม่ได้นาน ผลจากการอดน้ำที่สำคัญมี 2 ประการคือ เครื่อข่ายกลุ่มอนุรักษ์รอบผืนป่าเขาใหญ่ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม

 

โดยมีข้อเรียกร้อง 8 ข้อ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีข้อสั่งการผ่านสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ให้มีการจัดประชุมเพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาช้างป่าพลัดตกบริเวณน้ำตกเหวนรก โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน หนังสือของสำนักบริหารแจ้งว่าจะจัดประชุมดังกล่าวในวันที่ 30 ตุลาคม แต่ต่อมาขอเลื่อนมาเป็นวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 9.00 – 16.00 น. ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อมีความคืบหน้าเช่นนี้ คุณจืดเลยเลิกการอดน้ำ แต่ยังอดอาหารจนครบ 11 วัน มาเลิกเอาวันที่ 21 ตุลาคมดังที่ตั้งใจ

 

ข้อเรียกร้องของเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์รอบผืนป่าเขาใหญ่สรุปได้ดังนี้

 

  1. อุทยานฯควรตรวจสอบและชี้แจงสาเหตุของการตกเหวนรกตายของช้าง 11 ตัว
  2. อุทยานฯต้องดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงเพนียดกันช้างของเดิมอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. อุทยานฯต้องฟื้นฟูป้อมยามหน้าเพนียด และจัดให้มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะมีการดำเนินงานที่ยั่งยืนต่อไป
  4. อุทยานฯต้องทบทวนตำแหน่งที่ตั้งของจุดบริการนักท่องเที่ยวน้ำตกเหวนรก ว่ากีดขวางทางเดินของช้างป่าหรือไม่
  5. อุทยานฯต้องเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนแม่บทการจัดการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
  6. อุทยานฯควรจัดตั้งคณะทำงานที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เพื่อจัดทำแผนแม่บทฯ เพื่อการร่วมกันปกป้องสัตว์ป่า ป่าไม้ และผู้คนที่เกี่ยวข้องกับผืนป่าแห่งนี้
  7. การจัดการควรยึดการมีส่วนร่วม การใช้องค์ความรู้ที่มาจากการวิจัยตามหลักวิชาการ และการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม
  8. หากมีโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่ออุทยานฯ ให้ระงับโครงการเหล่านั้นทันที

  

 

 

 

เครือข่ายฯขอคารวะจิดใจอันเด็ดเดี่ยวของคุณจืด ที่อดอาหารเรียกร้องให้อุทยานฯรื้อย้ายจุดบริการนักท่องเที่ยวน้ำตกเหวนรกมาไว้ฝั่งตรงกันข้าม

 

ผมถามคุณจืดว่า อะไรคือสาเหตุของปัญหา เขาคิดว่ามีหลายสาเหตุ ที่สำคัญคือเรายังไม่ค่อยเข้าใจวิถีชีวิตของช้างป่า เช่น เขาเดินป่าหากินโดยใช้เส้นทางใด ลูกช้างส่งเสียงขอความช่วยเหลืออย่างไรเมื่อตกอยู่ในอันตราย คุณจืดคิดว่าช้างป่าชอบเดินตามสันเขา

 

บางกลุ่มชอบเดินหากินเป็นระยะไกล ๆ บางกลุ่มชอบหากินในวงแคบ ช้างตัวผู้บางตัวชอบกินพืชผลทางการเกษตรที่ให้พลังงานสูง ฯลฯ ถ้าเรามีสิ่งปลูกสร้างที่ขวางทางเดินหากินของช้างป่า เขาก็จะเลี่ยงไปใช้ทางอื่นที่อาจปลอดภัยน้อยกว่า ในกรณีเช่นนี้ ควรย้ายสิ่งปลูกสร้างออกไปไว้ที่อื่น สำหรับบริเวณน้ำตกเหวนรก ควรนำเสาไปวางไว้แบบฟันปลาตามแนวน้ำ

 

คุณจืดบอกว่าเสาแต่ละต้นเป็นเหมือนตุ๊กตาล้มลุก คือเอนเอียงได้ตามแรงน้ำ เสาจะช่วยกันไม่ให้ช้างเดินมาตามแนวที่กันไว้นี้ ส่วนในระยะยาว อาจต้องปลุก “ป่ากันชน” มาเสริมถนนกันไฟที่มีอยู่รอบอุทยานฯบางส่วน แต่ไม่แน่ใจว่าจะช่วยลดการเข้าไปหาอาหารในแปลงเกษตรได้มากน้อยเพียงใด

 

สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งคือการบริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 400 คน ซึ่งน่าจะเพียงพอ หากแต่ว่าในฤดูกาลท่องเที่ยว อาจต้องแบ่งให้เจ้าหน้าที่ครึ่งหนึ่งไปให้บริการนักท่องเที่ยว หากจะทำหน้าที่หลักในการดูแลป่าและสัตว์ป่า อุทยานฯ ควรหาเจ้าหน้าที่มาเสริมในฤดูกาลดังกล่าว หรือหาทางจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว

 

สำหรับบริเวณน้ำตกเหวนรก คุณจืดเสนอให้สร้าง “ทางเดินเรือนยอดไม้” (canopy walk) ยาวประมาณ 500 เมตร ให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสเดินชมต้นไม้และสัตว์จากพื้นที่สูง โดยรบกวนสัตว์น้อยลง ผมถามว่าแล้วงบประมาณจะเอาจากไหน คุณจืดตอบว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติให้ช่องทางไว้ว่า กรณีการซ่อมแซมปรับปรุงที่เร่งด่วน ให้เสนอโครงการผ่านจังหวัด (นครนายก) และผ่านกรมอุทยานฯ เพื่อของบประมาณได้

 

 

 

เรื่องที่นำมาเล่าสู่กันฟังนี้ ยอมรับว่ายังไม่ละเอียด ชัดเจน เพราะผมไม่มีภูมิความรู้ อีกทั้งสังเกตว่าคุณจืดอดอาหารอยู่ จึงไม่อยากถามให้ละเอียดนัก ขอรับว่าความคลาดเคลื่อนใด ๆ ในการมาเล่าต่อ ย่อมเป็นของผมเอง สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ขอให้ติดตามการประชุมวันที่ 6 พฤศจิกายนต่อไป

 

เมื่อผมไปพบคุณจืดอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ขณะมีพิธีหยุดการอดอาหาร คุณจืดบอกว่า เดี๋ยวจะกลับไปบ้านเตรียมข้อมูลและข้อเสนอสำหรับการประชุม ในวันนั้น มีผู้เข้าร่วมคนหนึ่งพูดว่า การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวอาจทำได้โดย “ให้นักท่องเที่ยวจอดรถที่ด่านทางเข้า แล้วจัดบริการรถรับส่งให้เพียงพอ พร้อมทั้งจำกัดจำนวนผู้รับบริการซึ่งอาจต้องลงทะเบียนล่วงหน้า”

 

มีผู้เข้าร่วมคนหนึ่งพูดว่า “ขอให้ช่วยกันรณรงค์ 3 “ไม่” คือ ไม่ขับไว ไม่เลี้ยงลิง ไม่ทิ้งขยะ” ผู้ที่รักธรรมชาติและชอบเที่ยวอุทยานฯ ถ้าช่วยกันทำตามนี้ก็น่าจะดี ส่วนผมคิดเพิ่มอีกนิดว่า “ไม่ส่งเสียงดัง” ด้วยนะครับ อันที่จริงการรณรงค์ 4 “ไม่” หรือ 4 “ม.” นี้ เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์รอบผืนป่าเขาใหญ่เขารณรงค์กันมานานแล้ว