Columnist

ไอ้โม่งโรงเผาขยะหมื่นล้าน?

31 กรกฎาคม 2019 เวลา 14:00 น.

เปิดอ่าน 29
เห่าไฟ

ห่างหายจากวงการสื่อสารมวลชนไปนานเกือบ10ปี ได้แต่ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมจากสื่อต่างๆไปพร้อมกับประชาชนทั่วไป สุดท้าย  เมื่อต้องกลับมาบนเส้นทางการเขียนอีกครั้ง ก็ต้องกลับมา และทำให้ดีที่สุดเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนคนอ่าน

 

ตอนนี้ เรื่องที่น่าจับตามองมากสุดในกลุ่มงานข่าวปราบปราบการทุจริต ก็คือ ความฉาวโฉ่ของโครงการประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนสร้างเตาเผาขยะขนาดไม่น้อยกว่า 1,000ตัน/วัน เพื่อผลิตไฟฟ้า ที่ศูนย์กำจัดขยะอ่อนนุชและหนองแขม มูลค่าโครงการละ 6,570 ล้านบาท รวม2โครงการ วงเงิน 13,140 ล้านบาท

 

โครงการนี้ มีระดับความฉาวโฉ่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจาก ฉาวโฉ่ครั้งแรก จู่ๆการประกวดราคาก็เกิดวงแตก เมื่อมีกรรมการจัดซื้อจัดจ้างประกาศลาออกไปถึง3คนจาก5คน ต้องรีบหาคนไปเติมให้ครบกันเหงื่อตก

เหตุที่บอกว่า เหงื่อตก ก็เพราะนับจากโครงการได้ติดประกาศประกวดราคา ก็เกิดความฮือฮาขึ้นทันที เมื่อมีการกำหนดทีโออาร์เอาไว้แปลกๆ มีการวางหลักเกณฑ์ให้คะแนนด้านเทคนิคเอาไว้สูงถึง 90 % ส่วนคะแนนด้านราคา กำหนดไว้แค่ 10 % เท่านั้น

 

ความผิดปกตินี้ ทำให้ภาคประชาชนร้องเรียนทักท้วง มีการยื่นหนังสือถึงผู้รับผิดชอบให้ทบทวนการกำหนดสเปคใหม่ให้กว้างมากขึ้น เพื่อให้เอกชนและองค์กรภาครัฐหลายรายเข้าร่วมแข่งขันราคาได้มากขึ้น เพราะการกำหนดคะแนนเทคนิคไว้สูง แม้ดูเผินๆจะเป็นการรักษาประโยชน์ของกทม. แต่อีกด้านหนึ่งก็คือ การปิดกั้นโอกาสในการแข่งขัน

 

แต่กทม.ไม่นำพาต่อเสียงทักท้วงของประชาชน ยังคงเดินหน้าประกวดราคาด้วยวิธีเดิม ท่ามกลางเสียงท้วงติงอย่างต่อเนื่อง

 

กระทั่งฉาวโฉ่ครั้งที่สองเกิดขึ้น เมื่อ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ซึ่งรับผิดชอบโครงการเตาเผาขยะหมื่นล้าน ได้ยื่นใบลาออก ท่ามกลางข่าวอื้ออึงว่า ไม่อยากเซ็นสัญญาและรับผิดชอบกับโครงการนี้ ต่อมาเวลาไล่เลี่ยกัน นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม.ที่ต้องมารับช่วงต่อจาก นายจักกพันธุ์ ก็ยื่นใบลาออกตามมา ท่ามกลางกระแสข่าวว่า สาเหตุมาจากเหตุผลเดียวกัน

แต่พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ออกมาปฏิเสธว่า ไม่จริง เหตุผลลาออกของรองผู้ว่าฯทั้ง2คนมาจากปัญหาสุขภาพและเหตุผลส่วนตัว โครงการเตาเผาขยะหมื่นล้าน รับประกันได้ว่า โปร่งใสพันเปอร์เซนต์

 

ส่วนประชาชนจะเชื่อหรือไม่ ก็ต้องไปดูกันว่า กทม.สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ไหม

 

คำถามแรก การกำหนดสเปค เทคนิค 90% ราคา 10 % ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาทั้งหมด ทำไมถึงไม่ยอมแก้ไขเปลี่ยนแปลงสเปคให้มีความเป็นกลางเหมือนชาวบ้านร้านช่อง มีไอ้โม่งหรือใครบงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่

 

คำถามที่สอง บริษัทที่มีแนวโน้มประมูลงานได้ทั้ง2เตาเผา เป็นบริษัทที่มีคนจีนเป็นเจ้าของใช่ไหม และที่ผ่านมา เคยมีคณะคนไทยที่เกี่ยวข้องกับโครงการได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่อให้ไปทัวร์เมืองจีนจริงหรือไม่

 

คำถามสุดท้าย ไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดเป็นผู้มีอำนาจอิทธิพลเหนือกทม.จริงหรือไม่

 

คำถามทั้งหมด กทม.ไม่ตอบ ก็ไม่เป็นไร เพราะสื่อมวลชนกำลังเข้าไปตรวจสอบอย่างไม่ลดละ

 

อีกไม่นาน ความจริงก็จะปรากฎ ไอ้โม่งขบวนการเตาเผาขยะหมื่นล้านเป็นใคร????