Columnist

คำถาม พันธกิจคณะอนาคตใหม่

13 มีนาคม 2020 เวลา 7:00
คำถาม พันธกิจคณะอนาคตใหม่
เปิดอ่าน 1,822
สุวิชา เป้าอารีย์

สิ่งที่นายธนาธรพูดและตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกิดคำถามข้อสังเกต ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

วันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้กล่าวบรรยายพิเศษที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เรื่อง “เมื่ออนาคตใหม่เป็นอดีต อะไรจะเกิดขึ้นกับฝ่ายค้านต่อไป” เมื่อได้อ่านสิ่งที่นายธนาธรพูดและตอบคำถามผู้สื่อข่าว ก็เกิดคำถาม ข้อสังเกต ความรู้สึกทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามพันธกิจของคณะอนาคตใหม่

ประเด็นแรก นายธนาธรบอกว่า คณะอนาคตใหม่ต้องการต่อต้านเผด็จการและสนับสนุนความเท่าเทียมและความเป็นประชาธิปไตยในสังคม ในประเด็นนี้จะไม่ขอโต้แย้งเรื่องการต่อต้านเผด็จการ เพราะเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ในตอนนี้ไม่ต้องการเผด็จการ แต่คำถามในประเด็นนี้คือ อะไรคือความเท่าเทียมกันในความหมายของคณะอนาคตใหม่ เป็นความเท่าเทียมกันที่ผลลัพธ์หรือโอกาส หากเป็นการเท่าเทียมกันของผลลัพธ์ (Equality of Outcome) นั้น ขอไม่เห็นด้วยอย่างแรง เพราะหากมีคนกลุ่มหนึ่งขยันทำมาหากิน มีความคิดสร้างสรรค์

ในขณะที่คนอีกกลุ่มเป็นพวก Free-Rider วัน ๆ ไม่ทำอะไร รอแต่แบมือขอจากรัฐ แต่ผลลัพธ์กลับเป็น ทุก ๆ คนในสังคมกลับได้รับผลประโยชน์ที่เท่ากัน อย่างนี้เรียกว่าไม่ยุติธรรม แต่จะขอสนับสนุนหากเป็นความเท่าเทียมกันของโอกาส (Equality of Opportunity) ที่รัฐและสังคมให้กับทุก ๆ คนไม่ว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจ การเมืองหรือสังคม โดยผลลัพธ์อาจจะไม่เท่าเทียมกันขึ้นอยู่กับความสามารถและความขยันของแต่ละคน (แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายนะ)

ประเด็นที่สอง พันธกิจการต่อสู้ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นของคณะอนาคตใหม่ โดยนายธนาธรพูดถึงปัญหาการผูกขาดการเมืองท้องถิ่นโดยบางครอบครัว และ การประกาศต้องการยืนอยู่ตรงข้ามกับการซื้อเสียง

1. ในประเด็นนี้ต้องขอเตือนก่อนว่าการตัดสินใจสนับสนุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในการเมืองท้องถิ่นจะทำให้พรรคก้าวไกลที่คณะอนาคตใหม่สนับสนุนเกิดปัญหาในการเลือกตั้งระดับชาติเพราะผู้พ่ายแพ้หรือชนะแบบเหนื่อยมากในการเมืองท้องถิ่นจะผูกใจเจ็บและรอแก้แค้นในเวทีระดับชาติ ในการเมืองแบบไทย ๆ นักการเมืองระดับชาติจำนวนมากจะไม่ยุ่งกับการเมืองท้องถิ่นเพราะคู่แข่งขันในการเมืองท้องถิ่นทั้งหมดอาจเป็นฐานทางการเมืองของนักการเมืองระดับชาติผู้นั้น การเลือกข้างเท่ากับการทำลายหม้อข้าวตัวเอง

2. นายธนาธรควรทำความเข้าใจวัฒนธรรมการเมืองท้องถิ่นแบบไทย ๆ ให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะสังคมอุปถัมภ์ของไทย บอกได้เลยว่าคนไทยส่วนใหญ่ล้วนผ่านการเป็นผู้ถูกอุปถัมภ์หรือ/และผู้อุปถัมภ์มาแล้วทั้งนั้น นายธนาธรก็มาจากภาคธุรกิจก็น่าจะเข้าใจคำว่า Connection ที่จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนและ/หรือการอุปถัมภ์ในทางธุรกิจ การที่บางครอบครัวผูกขาดชนะการเลือกตั้งมาโดยตลอดนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเขาให้ความช่วยเหลือคนในพื้นที่ท้องถิ่นนั้น ๆ มาโดยตลอด

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนรวมหรือเรื่องส่วนตัว เช่น ลูกเข้าโรงเรียน พ่อ-แม่เข้าโรงพยาบาล พี่-น้องถูกจับ เงินทองติดขัด หรือจะจัดงานบวช งานแต่ง งานศพ เป็นต้น พฤติกรรมทางการเมืองแบบนี้เป็นเรื่องปกติในท้องถิ่นชนบทที่สมาชิกคณะอนาคตใหม่ต้องทำความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าไปแบ่งแยกชนชั้นอย่างที่อดีตผู้สมัคร สส. พรรคอนาคตใหม่เคยกล่าวหานักการเมืองที่ไปงานศพ งานบวชว่าเป็นนักการเมืองตลาดล่าง

3. เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการต่อต้านการซื้อเสียงที่ทำให้การเมืองไทยไปไม่พ้นวงจรอุบาทว์ แต่ก็ขอตั้งคำถามว่าจะแก้ไขอย่างไรในเมื่อ พฤติกรรมทางการเมืองแบบนี้เกือบจะเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองไปแล้ว นายธนาธรเคยได้ยินคำว่า “เงินไม่มา กาไม่เป็น” หรือเปล่า และที่สำคัญเงิน 300 – 1,000 บาทอาจดูไม่มากสำหรับคนเมือง แต่มีความหมายมากกับคนชนบทที่ยากจน ขอทิ้งข้อนี้ไว้ให้เป็นการบ้านไปคิดเวลาว่าง

 


ประเด็นที่สามเกี่ยวกับพันธกิจที่สองของคณะอนาคตใหม่ ที่ต้องการสนับสนุนแนวคิดเสรีนิยมและแนวคิดแบบประชาธิปไตย

1. แนวคิดแบบเสรีนิยมของนายธนาธรและคณะอนาคตใหม่มีลักษณะอย่างไร การที่คนเห็นต่างจากนายธนาธรและคณะอนาคตใหม่ถูกโจมตีอย่างรุนแรงใน Social Media การที่มีผู้ออกมาแสดงการไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาล การที่นักศึกษาต้องการชักธงดำขึ้นแทนธงชาติไทย ความพยายามปลุกแฟลชม็อบให้ออกไปชุมนุมประท้วงบนท้องถนน รวมถึงการมอง Hong Kong Model เป็นแนวทางในการสร้างการเปลี่ยนแปลง และการที่มีบุคคลบางกลุ่มแสดงออกระหว่างการชุมนุมหรือนอกที่ชุมนุมในทำนองล่วงละเมิดสถาบัน พฤติกรรมเหล่านี้คือเสรีนิยมแบบของนายธนาธรและคณะอนาคตใหม่ต้องการ ใช่หรือไม่

2. คนไทยส่วนใหญ่ในสังคมต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบไปที่ละขั้นละตอน ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงในแค่ค่ำคืนหรือเปลี่ยนแบบพลิกกลับด้าน วิธีเปลี่ยนแปลงต้องไม่ก้าวร้าว แต่ที่สำคัญต้องไม่ทำลายฐานความคิดหลักของสังคมที่ได้รับการถ่ายทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความเคารพในสถาบัน ฉะนั้นจะเป็นเสรีนิยมยังไงก็ตาม ต้องไม่ทำลายสถาบันและไม่ลดความสำคัญของสถาบันลง


ประเด็นที่สี่ในการเดินสายของนายธนาธรเพื่อสร้างเครือข่ายประชาชนทั้ง 77 จังหวัดในการปกป้องประชาธิปไตย ในกรณีนี้อยากทำ ทำไปเลย ตราบใดที่ไม่มีการละเมิดสถาบันหรือปล่อยให้มีบางกลุ่มถือโอกาสกระทำการหรือปลุกปั่นให้ละเมิดสถาบัน ตราบใดที่ไม่มีการปลุกปั่นให้เกิดภาวะอนาธิปไตยในสังคม และตราบใดที่การกระทำทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย

เรื่องปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคม ที่มีการกล่าวหาว่ารัฐสนับสนุนให้ทำ คำถามคือแน่ใจหรือว่าฝ่ายต่อต้านรัฐไม่ได้ทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่จงใจสร้างความเกลียดชังในสังคม พวกที่ชอบตั้งและติดแฮชแท็กประชดประชันหรือด่าฝ่ายรัฐบาลหรือบางแฮชแท็กเลยเถิดเป็นกึ่ง ๆ ละเมิดสถาบัน การกระทำเหล่านี้เป็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไม่และใครทำ

ประเด็นที่ห้า นายธนาธรยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแฟลชม็อบของนักศึกษาและมั่นใจว่าการชุมนุมจะไม่บานปลายเหมือน Hong Kong ในประเด็นนี้ขอภาวนาให้จริงเถอะ จะได้เชื่อว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ของเยาวชนจริง ๆ แต่อย่าให้เห็นนะว่ามีแกนนำอดีตพรรคอนาคตใหม่หรือคณะอนาคตใหม่หรือเครือข่าย รวมถึงแกนนำพรรคก้าวไกลเข้าไปผสมโรงกับแฟลชม็อบ และหากเกิดการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามสันติวิธี นายธนาธรต้องแสดงความจริงใจด้วยการออกมายุติการชุมนุมนั้น เพราะไม่เช่นนั้นคนในสังคมอาจตั้งคำถามว่านายธนาธรและคณะอนาคตใหม่อยู่เบื่องหลังการชุมนุมหรือเปล่า

ประเด็นที่หก  คือนายธนาธรเชื่อว่านักศึกษาต้องการให้ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ รวมถึงเชื่อว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาคน 47 % มีจุดยืนไม่เอาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีเพียง 25 % ที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ และอีก 27 % เลือกพรรคที่ไม่แสดงจุดยืนชัดเจน ทำให้การเป็นนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ไม่สะท้อนความต้องการของประชาชน

1. คำถามคือใน 47 % ที่ไม่เอาพลเอกประยุทธ์ พวกเขาสนับสนุนนายธนาธรอย่างนั้นหรือ และหากพรรคที่ไม่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนกลับข้างและตัดสินใจไม่เอาพลเอกประยุทธ์แล้วไปอยู่ข้างนายธนาธร ในกรณีนี้จะสะท้อนความต้องการของประชาชนหรือไม่

2. พลพรรคอดีตพรรคอนาคตใหม่อย่าหลงดีใจกับ 6 ล้านเสียงที่เคยได้และใช้เป็นข้ออ้างความชอบธรรมของพรรคฯ ลองคิดให้ดีสิว่า หากพรรคไทยรักษาชาติไม่ถูกยุบไปก่อนการเลือกตั้ง ในความเป็นจริงอดีตพรรคอนาคตใหม่ควรได้คะแนนเท่าไรกันแน่

3. หากมีการเลือกตั้งใหม่วันนี้แล้วพรรคที่ชนะการเลือกตั้งคือพรรคที่ประกาศสนับสนุนพลเอกประยุทธ์หรือสนับสนุนใครก็ตามที่เป็นกลุ่มเดียวกับพลเอกประยุทธ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี นายธนาธรกับคณะอนาคตใหม่จะว่าอย่างไร

ประเด็นสุดท้ายที่นายธนาธรบอกว่าได้เรียนรู้อย่างเจ็บปวดว่าการหักหลังเป็นเรื่องธรรมดาทางการเมืองนั้น ยินดีด้วยที่เข้าใจได้สักที ในตรรกะทางการเมืองนั้น อมตวาจาคือ “ไม่มีมิตรแท้และศรัตรูที่ถาวร” “มีแต่อำนาจและผลประโยชน์เท่านั้นที่เที่ยงแท้” เมื่อเข้าใจดีแล้วก็อย่าโกรธนะ หากมื้อเย็นที่ซอยทองหล่อจะไม่เป็นอย่างที่คุยกันไว้ หรือหากในอนาคต พรรคก้าวไกลจะมีท่าทีที่เปลี่ยนไป

...การเมืองไทย อะไรก็เกิดขึ้นได้



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน