Columnist

พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง

23 มกราคม 2020 เวลา 8:00
พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง
เปิดอ่าน 1,760
สุวิชา เป้าอารีย์

ประชาธิปัตย์รอพิสูจน์อย่างเดียวว่าหากปราศจาก"ชวน หลีกภัย" กระแสพรรคในภาคใต้จะเป็นอย่างไร

 

ข่าวการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ของคุณกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและตามมาด้วยการลาออกจากพรรค ฯ ของคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ดูจะเป็นหนึ่งใน Talk of the Town ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณกรณ์ที่เป็นบุคลากรที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นเวลานานและมีความสำคัญต่อพรรค ฯ ด้านการนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ ส่วนเหตุผลของการลาออก จากที่เป็นข่าวคือการเตรียมตั้งพรรคใหม่ตามอุดมการณ์ของคุณกรณ์และคุณอรรถวิชช์

 

อย่างไรก็ตาม อีกกระแสข่าวที่เกี่ยวกับเหตุผลของการลาออกของคุณกรณ์คือการถูกลดบทบาทนำทางด้านนโยบายเศรษฐกิจของพรรค โดยผู้มีบทบาทนำด้านนโยบายเศรษฐกิจในยุคของหัวหน้าพรรคที่ชื่อจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ คือคุณปริญญ์ พานิชภักดิ์

 

แต่หากมองให้ลึกกว่านั้นจะพบว่าการลาออกของคุณกรณ์อาจเป็นกลยุทธ์แยกกันตีของพรรค ฯ และอาจเป็นวิธีการเดียวที่จะนำเอาคะแนนของคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางในกรุงเทพ ฯ และเมืองใหญ่ กลับคืนมาจากพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเชื่อว่าสถานการณ์ของพรรค ฯ ในปัจจุบัน หากไม่ดำเนินกลยุทธ์นี้ ก็คงต้องใช้เวลาอีกสมัยหรือสองสมัยถึงจะได้คะแนนนิยมของคนกลุ่มนี้กลับมา

 

คุณกรณ์และคุณอรรถวิชช์ไม่ใช่ กลุ่มแรกที่ลาออกจากพรรค ฯ ก่อนหน้านี้ถ้านับย้อนไปตั้งแต่ช่วงชุมนุมทางการเมืองปี 2556 เริ่มจากกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณที่ประกาศวางมือทางการเมืองและต่อมาก็ประกาศสนับสนุนพรรครวมพลังประชาชาติไทย คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ คุณสกลธี ภัททิยกุล ที่พาเหรดกันไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ต่อมาคุณกษิต ภิรมย์  คุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ  นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม  และ คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ต่างก็ทยอยโบกมือบ๊ายบายจากพรรค ฯ

 

การลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ของแกนนำและบุคคลสำคัญของพรรค ฯ ทำให้นักวิจารณ์การเมืองหลายคนมองว่าประชาธิปัตย์กำลังแย่ เลือดกำลังไหลออกไม่หยุดหากไม่แก้ไขปัญหาภายในพรรค ฯ

 

แต่ในความเป็นจริงแล้วเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก พรรคประชาธิปัตย์เคยเผชิญกับมรสุมทางการเมืองมามากมาย รุนแรงกว่านี้ก็เคยโดนมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแพ้การเลือกตั้งครั้งใหญ่ในกรุงเทพ ให้กับพรรคประชากรไทยในปี 2522 การยกทีมออกจากพรรค ฯของกลุ่ม 10 มกราคม หลังการเลือกตั้งในปี 2529 การลาออกจากพรรค ฯ ของพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ในปี 2548 รวมถึงการแพ้เลือกตั้งในกรุงเทพครั้งล่าสุดในปี  2562เป็นต้น

 

มีคนเคยถามว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์จึงเกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้บ่อยครั้งในตลอด 77 ปี ของพรรค ฯ คำตอบคือ ภายในพรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นประชาธิปไตยสูง (บางทีอาจจะสูงมากเกินไป)  เพราะ พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเจ้าของหรือนายทุนที่คอยชี้นำลูกพรรคให้ปฏิบัติตาม จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดการเมืองภายในพรรค ฯ อยู่เสมอ

 

ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันช่วงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รวมถึงการที่บางครั้งลูกพรรคไม่ค่อยฟังหัวหน้าหรือกรรมการบริหารพรรค ฯ เป็นต้น ภายในพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (บางครั้งอาจรวมถึงเสรีภาพในการปฏิบัติตัวและแสดงความคิดเห็นในสภาและต่อสื่อด้วย) และทุกคนมีโอกาสเป็นผู้บริหารพรรคหรือหัวหน้าพรรค ฯ ไม่ว่าจะมาจากตระกูลที่มั่งคั่ง ขุนนางเก่าหรือชนชั้นกลาง ไม่ว่าจะมีการศึกษาสูง ปริญญาหลายใบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศหรือมีแค่ปริญญาตรีใบเดียวจากสถาบันภายในประเทศ

 

 


แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถอยู่รอดในสังคมการเมืองไทยได้ โดยบางครั้งพรรคอาจจะเล็กลงบ้างหรือใหญ่โตบ้างตามสถานการณ์ทางการเมืองในแต่ละช่วง พรรคประชาธิปัตย์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความเป็นสถาบันทางการเมืองที่แท้จริงเมื่อเทียบกับพรรคอื่น ๆ ที่หลายพรรคเป็นแค่พรรคเฉพาะกิจเพื่อผู้นำบางคน ไม่ว่าจะเป็นทหาร ข้าราชการ หรือนายทุน

 

โดยพรรคพาะกิจบางพรรคได้กลายเป็นอดีตไปแล้วหรือไม่สามารถเติมโตได้อีกแล้ว เช่น พรรคสามัคคีธรรมที่หายไปหลังการเลือกตั้งในปี 2535 พรรคประชากรไทยที่หมดบทบาทหลังการจากไปของคุณสมัคร สุนทรเวช พรรคความหวังใหม่หลังจากพลเอกชวลิต ยงใจยุทธวางมือทางการเมือง  พรรคกิจสังคมหลังยุคคุณมนตรี พงษ์พานิช เป็นต้น

 

ส่วนพรรคการเมืองอื่น ๆ ในปัจจุบันกำลังรอการพิสูจน์ว่าจะเป็นสถาบันทางการเมืองแบบเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ได้หรือไม่หรือเป็นได้แค่พรรคเฉพาะกิจที่อาจมีระยะสั้น-ยาวแตกต่างกันแต่ท้ายที่สุดก็สูญสลายเหมือนกัน จนเกิดคำถามถึงความเป็นสถาบันทางการเมืองของพรรคการเมืองเหล่านี้หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงในอนาคต

 


 

เช่น พรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรหากในอนาคตขาดการสนับสนุนจากคนแดนไกล พรรคพลังประชารัฐจะอยู่ต่อหรือไม่หากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเบื่อไม่อยากเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว พรรคชาติไทยพัฒนาจะมีหัวเรือหรือไม่หากขาดคนตระกูลศิลปอาชา พรรคชาติพัฒนาจะเดินต่อได้หรือเปล่าหากคุณ ‎สุวัจน์ ลิปตพัลลภไม่ไหวแล้ว พรรคเสรีรวมไทยหากไม่มี‎พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จะยังมีคะแนนนิยมหรือไม่

 

พรรคภูมิใจไทยจะสูญสลายหรือเปล่าหากหมดบารมีคุณเนวิน ชิดชอบและคุณ‎อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคอนาคตใหม่จะเป็นอย่างไรหาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและนายปิยบุตร แสงกนกกุลไม่สามารถมีตำแหน่งทางการเมืองได้

 

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ รอพิสูจน์อย่างเดียวว่าหากปราศจากคุณชวน หลีกภัยแล้ว กระแสพรรค ฯ ในภาคใต้จะเป็นอย่างไร

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ก็เชื่อว่าในความเป็นสถาบันทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์จะทำให้พรรค ฯ ยังคงอยู่คู่การเมืองไทยต่อไป (ไม่ว่าจะอยู่แบบพรรคที่แข็งแกร่งหรือซวนเซ แบบเมาหมัดก็ตาม)

 

They will be back…

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน