Columnist

5 ปี นายกประยุทธ์ ความนิยมลดลง

12 ธันวาคม 2019 เวลา 7:00
5 ปี นายกประยุทธ์ ความนิยมลดลง
เปิดอ่าน 2,847
สุวิชา เป้าอารีย์

ประชาชนทยอยหมดหวังกับสัญญาประชาคมที่ได้รับทำให้ความนิยมพล.อ.ประยุทธ์ลดลงเรื่อย ๆ

 

“เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา เราจะทำอย่างซื่อตรง ขอแค่เธอจงไว้ใจและศรัทธา แผ่นดินจะดีในไม่ช้า ขอคืนความสุขให้เธอ ประชาชน”

 

บทเพลงที่สร้างความหวังให้ประชาชนชาวไทยหลังจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองในปี 2556 – 2557 ที่จบลงด้วยการรัฐประหารและการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

ในรอบ 1 ปีแรกของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์มีผลงานที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะความกล้าตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ การรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและเมื่อนำมาผสมผสานกับความหวังของคนไทยที่จะเห็นประเทศไทยดีขึ้นทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ทำให้การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการดำรงตำแหน่งครบ 1 ปีของพลเอกประยุทธ์ (ดำเนินการสำรวจโดย นิด้าโพล) ในเดือนสิงหาคม ปี 2558 มีผลในทางบวกต่อพลเอกประยุทธ์ โดยประชาชนมากกว่า 80 % มีความรู้สึกที่ดีต่อผลงานของนายกประยุทธ์


 

แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ในช่วงห้าปีหลังการรัฐประหาร นักวิชาการ นักการเมือง สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปเริ่มประเมิน วิเคราะห์และตั้งคำถามเกี่ยวกับสัญญาประชาคมที่พลเอกประยุทธ์และ คสช. เคยให้ไว้

 

พลเอกประยุทธ์และ คสช. ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้แล้วหรือยังและผลเป็นอย่างไร? ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตามพันธสัญญาที่ให้ไว้แค่ไหน?

 

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าตลอดระยะเวลาห้าปี ประชาชนทยอยหมดหวังกับสัญญาประชาคมที่ได้รับทำให้ความนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์ลดลงเรื่อย ๆ ในแต่ละปี จากการสำรวจของนิด้าโพล และ อาจรวมถึงโพลอื่น ๆ ด้วย

 

หลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ประชาชนมีความหวังว่าประเทศจะเดินหน้าไปได้ดีขึ้นภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง  

 

ถึงแม้ว่าจากการสำรวจ ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนให้สมาชิกรัฐสภาเลือกพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย แต่ก็มีอัตราส่วนของผู้สนับสนุนประมาณ 39 % เท่านั้น ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับคะแนนนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์หลังการรัฐประหารที่มีมากกว่า 80 %

 

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา นิด้าโพลได้ทำการสำรวจในโอกาสครบรอบ 6 เดือนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พบว่าผลที่ได้ไม่ค่อยส่งผลที่ดีต่อพลเอกประยุทธ์เท่าใดนักเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในปี 2558 เช่น ในการสำรวจปี 2558 ผู้ที่บอกว่า พลเอกประยุทธ์ทำงานได้ดีมากและค่อนข้างดีรวมกันแล้วมีถึง 85.3 % แต่ในปี 2562 เหลือเพียง  39.05 %  

 

ในปี 2558 ประชาชนประมาณ 85 % มองว่าพลเอกประยุทธ์มีอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อชาติและประชาชนและมีความกล้าตัดสินใจในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ แต่ในปี 2562 ประชาชนประมาณ 47.73 % มองว่าพลเอกประยุทธ์มีอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อชาติและประชาชนและ ประมาณ 47.12 % บอกว่าพลเอกประยุทธ์มีความกล้าตัดสินใจในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ

 

ในประเด็นประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ ก็ลดลงจาก 79.9 % เหลือเพียง 34.35 %

 

ในส่วนของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการทำงานนั้น พลเอกประยุทธ์ที่เคยได้รับการสนับสนุนถึง 70.8 % ในปี 2558 ก็เหลือแค่ 35.45 %

 

อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ดี อย่างน้อยก็มีประชาชนประมาณหนึ่งในสามให้การสนับสนุนพลเอกประยุทธ์และรัฐบาล ซึ่งก็น่าจะเพียงพอต่อการชนะการเลือกตั้งหากมีการยุบสภาในวันนี้!!!

 

ใครบ้างที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์?

 

เมื่อแตกข้อมูลของผลการสำรวจออกมาพบว่ากลุ่มที่ส่วนใหญ่ยังคงยืนเคียงข้างพลเอกประยุทธ์ตลอดมาคือ ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มพ่อบ้าน แม่บ้าน ผู้ที่เกษียณอายุ และผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน (ดูเหมือนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะทำงานได้ผลดี)

 

ใครบ้างละที่ไม่ค่อย happy กับพลเอกประยุทธ์?

 

ส่วนใหญ่คือกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน (มนุษย์เงินเดือนไง) เจ้าของธุรกิจ อาชีพอิสระ นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่มีอายุระหว่าง 18 – 35 ปี

 

สำหรับกลุ่มอื่น ๆ เช่น เกษตรกร ข้าราชการ ผู้มีรายได้มากกว่า 10000 บาทต่อเดือน หรือกลุ่มผู้มีอายุ ระหว่าง 36 – 59 ปี เป็นต้น ผลของการสำรวจและแตกข้อมูลออกมาพบว่าแกว่งตัวไปมาตามแต่ละประเด็นไม่ยืนหยัดในความคิดเหมือนสองกลุ่มข้างต้น ที่ส่วนใหญ่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์หรือไม่ค่อย happy กับพลเอกประยุทธ์ในทุกประเด็น

 

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เวลาผ่านไป 5 ปี คะแนนนิยมลดลงขนาดนี้?

 

ประเด็นแรกคือความเป็นนักการเมืองที่มีมากขึ้นในตัวพลเอกประยุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2 ปี หลังจากรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติ และมีสัญญาณบ่งบอกว่าพลเอกประยุทธ์ต้องการดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไปอีก พลเอกประยุทธ์เริ่มที่จะมีการเจรจาต่อรอง ประนีประนอมกับพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองต่าง ๆ มากขึ้นทำให้ประชาชนเริ่มมองว่าพลเอกประยุทธ์กำลังขาดความเด็ดขาดในการตัดสินใจในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นรัฐบาลปัจจุบันที่มีพรรคร่วมหลายพรรคทำให้ต้องถ่วงดุลยอำนาจอยู่ตลอดเวลาจนทำให้บางคนมองไกลไปถึงว่า พลเอกประยุทธ์ทำทุกอย่างเพื่อให้รัฐบาลอยู่รอดเท่านั้น (งูเห่าเริ่มโผล่มาแล้ว)

 

ประเด็นที่สองคือความไม่มีประสิทธิภาพของทีมเศรษฐกิจ ทั้ง ๆที่หลายคนเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ยุค คสช. มาจนถึงยุครัฐบาลจากการเลือกตั้ง ทีมเศรษฐกิจกลุ่มนี้ดูเหมือนว่า วัน ๆ เอาแต่เร่ขายฝัน สร้างนโยบายประชานิยม (แจกแหลก) แต่ก็ไม่สามารถทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น การบอกว่าเป็นรัฐบาลที่ประกอบด้วยหลายพรรคทำให้ขาดความเป็นเอกภาพในการจัดการปัญหาเศรษฐกิจนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะเมื่อประชาชนให้โอกาสเป็นรัฐบาลแล้ว ทั้งนายก ฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจมีหน้าที่ต้องประสานความร่วมมือกันในการทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดีมากขึ้นและเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าไปได้ ประเด็นในข้อนี้ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน เจ้าของธุรกิจ อาชีพอิสระ ถึงไม่ค่อยชอบรัฐบาลนี้ (แน่ละสิ เงินในกระเป๋ามีไม่เพียงพอ ใครจะชอบละ)

มีแต่พลเอกประยุทธ์คนเดียวเท่านั้นที่จะตอบคำถามนี้ได้...Wait and See นะพี่น้องครับ


 

ประเด็นที่สามเกิดจากการปั่นกระแสวาทกรรม “สืบทอดอำนาจ” “รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย” ของกลุ่มผู้ต่อต้าน คสช. กองทัพ และ พลเอกประยุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปั่นกระแสในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุไม่ เกิน 35 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหนุ่มสาวที่มีพฤติกรรมขี้เบื่อ และอาจเริ่มเบื่อกับการดำรงตำแหน่งนายกฯ อันยาวนานห้าปีของพลเอกประยุทธ์และเริ่มมองหาคนใหม่ ๆ ที่คิดว่าอาจเป็นนายกฯ ดีกว่าพลเอกประยุทธ์ (แน่ใจหรือ...ระวังหนีเสือปะจระเข้นะ)

 

พลเอกประยุทธ์ควรจะทำอะไรในอีก 6 เดือนข้างหน้าเพื่อให้คะแนนนิยมสูงขึ้นก่อนการสำรวจ ครั้งต่อไป?

 

...ไม่มีคำตอบในนี้ 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน