Columnist

คิด-วิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศกับ Blaise Pascal (1623 - 1662)

19 มีนาคม 2020 เวลา 7:00
คิด-วิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศกับ Blaise Pascal (1623 - 1662)
เปิดอ่าน 475
คิดไม่รวบยอด
ศุภมิตร ปิติพัฒน์

เพื่อแก้ปัญหาการวางเดิมพันเรื่องพระเจ้า ปาสกัลเสนอให้ใช้การกระทำมาเปลี่ยนความคิดจิตใจ

บทความสำหรับคอลัมน์ คิดไม่รวบยอด ตอนนี้จะว่าได้มาเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ก็ว่าได้   เพราะเมื่อมหาวิทยาลัยขอให้ย้ายการเรียนมาเรียนกันทางไกลนั้น ชั้นเรียนหนึ่งของผมกำลังจะเริ่มหัวข้อการตัดสินใจเลือกแบบใช้เหตุผล หรือ rational choice พอดี

การเรียนหัวข้อการตัดสินใจเลือกแบบคิดด้วยเหตุผลนั้น ประเดิมด้วยการพาคนเรียนทำความรู้จักกับแนวคิดสำหรับใช้เป็นเกณฑ์ประเมินทางเลือกของผู้ตัดสินใจอย่าง expected value และ expected utility  

เพื่อให้คนเรียนเข้าใจหลักเบื้องต้นของ expected value ในการคำนวณทางเลือกต่างๆ ได้ไม่ยาก คนสอนก็ใช้ตัวอย่างที่นิยมยกกันในเรื่องนี้เกี่ยวกับการพนันขันต่อ  แต่พอเห็นตัวอย่างการพนันปั่นเหรียญออกหัวได้เท่าไร ออกก้อยจะจ่ายเท่าไรแบบนั้นเข้า คนเรียนที่ช่างคิดก็ถามขึ้นมาว่า expected value นี้มีต้นตอวิธีคิดได้มาจากวงพนันหรือเปล่าครับ?


ในจังหวะที่ผมกำลังคิดจะเขียนตอบนิสิตด้วยการเล่าเรื่อง Pascal’s Wager ให้เขาฟัง  ก็พอดีกับอาจารย์ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือส่งข้อความมาทางไลน์พร้อมกับแนบเรื่องมาให้อ่านด้วย  เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้  และเกี่ยวกับการตัดสินใจเหมือนกัน  แต่เป็นการตัดสินใจของคนเลิกเชื่อถือศรัทธาในพระเจ้าไปแล้ว คนเขียนเรื่องดังกล่าว (ไม่ใช่อาจารย์ผู้ใหญ่ท่านนั้นนะครับ) ท้าทายให้คนที่ยังมีศรัทธาอยู่ตอบคำถามเขาว่า ถ้าพระเจ้าและความกรุณาของพระเจ้าเบื้องบนมีอยู่จริง ทำไมพระเจ้าจึงปล่อยมนุษย์ให้ต้องเจอกับโรคระบาดระดับ pandemic แบบนี้ และโรคระบาดใหญ่ขนาดนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก

เรื่องที่อาจารย์ผู้ใหญ่ส่งมาให้อ่านในจังหวะที่ผมกำลังเขียนตอบนิสิตเรื่องปาสกัล ทำให้ผมนึกถึงนักคิดผู้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้อีกคน นั่นคือ  Voltaire (1694 - 1778) และรู้สึกคล้ายกับว่าความประจวบเหมาะที่เกิดขึ้นนี้ถูกส่งมาชวนผมให้ตอบคำถามว่า ในความแตกต่างในท่าทีที่นักคิดทั้ง 2 มีต่อพระเจ้า ผมเลือกอยู่ฝ่ายใคร

วอลแตร์นำเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ที่ลิสบอนปีค.ศ. 1755 ซึ่งทำให้คนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิต มาตั้งคำถามต่อไลบ์นิทซ์ (1646 - 1716) กับข้อเสนอของเขาที่ว่าพระเจ้าเบื้องบนได้มอบโลกที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้วให้แก่มนุษย์นั้น เห็นทีจะไม่ใช่  ดังที่เขาเขียนตั้งข้อวิจิกิจฉาไว้ในนิยายอิงความคิดทางปรัชญาเรื่อง ก็องดิด (Candide) และในบทกวีที่เป็นที่รู้จักกว้างขวางของเขา คือ “Poem on the Lisbon Disaster”  ผมคิดว่าคนเขียนเรื่องที่อาจารย์ผู้ใหญ่ส่งมานั้นจะชื่นชมวอลแตร์มากทีเดียว

แต่ผมไม่เลือกข้างวอลแตร์ในเรื่องนี้ ส่วนจะเป็นเพราะเหตุใดนั้น ก็ช่างผมเถิด 

แต่สำหรับคนที่ชอบการตัดสินใจด้วยเหตุผล ปาสกัลเขาได้เสนอวิธีคิดสำหรับการเสี่ยงเดิมพันในเรื่องโลกนี้โลกหน้ากับพระเจ้าไว้ ว่ามีพระเจ้าไหม เราจะเชื่อ หรือเราจะไม่เชื่อว่ามีพระเจ้าดี ข้อเสนอของเขาในเรื่องนี้ถือเป็นต้นแบบสำคัญในการนำการคิดอย่างมีเหตุผลหรือ rational choice กับ expected value มาใช้ตัดสินใจในเรื่องของศรัทธา

ปาสกัลเสนอให้พิจารณาเกี่ยวกับ expected value ในการเชื่อ/ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า แบบนี้ครับ

ถ้าหากว่าเราศรัทธาในพระเจ้าและพระเจ้ามีจริง ผลตอบแทนที่เราจะได้ในชีวิตหลังความตายจะมีนับเนื่องเป็นอนันต์อย่างแน่แท้  แต่ถ้าหากว่าเราไม่เชื่อไม่ศรัทธาในพระองค์ และพระเจ้ามีจริง เราก็ต้องตกขุมนรกอันเลวร้ายไม่มีที่สิ้นสุดเลยทีเดียว

แต่ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ถ้าเราเชื่อและศรัทธาในพระเจ้า  แล้วพระเจ้าเกิดไม่มีจริง  เราจะเสียก็เพียงโอกาสที่จะบันเทิงสุขในโลกนี้ไปบ้างเพราะต้องครองตนตามบทบัญญัติของศาสนา ในขณะที่ถ้าเราไม่เชื่อในพระเจ้า และในที่สุดก็พบว่าพระเจ้าก็ไม่มีอยู่จริง เราก็จะได้เปรียบตรงที่ว่าการปล่อยตัวตามความสุขสำราญของเราอย่างเต็มที่โดยไม่ให้ธรรมบัญญัติอะไรมาเหนี่ยวรั้งเราไว้นั้น ไม่มีราคาที่ต้องจ่ายคืนจากการถูกลงโทษในโลกหน้า

ถ้ามูลค่าผลตอบแทนอันหวังได้ในโลกหน้าตามการจัดข้างต้นของปาสกัลถูกต้อง ระหว่างการเชื่อถือศรัทธา กับการไม่เชื่อ คนที่บวกลบคูณหารถึงผลดีผลร้ายที่จะเกิดกับทางเลือกต่างๆ ในกรณีที่พระเจ้ามีหรือไม่มีพระเจ้า ก็จะตัดสินใจได้ไม่ยากว่า ระหว่างศรัทธากับไม่ศรัทธา ควรต้องเชื่อควรต้องศรัทธาไว้ก่อนจึงจะปลอดภัย และการเชื่อการศรัทธาในพระองค์ก็ไม่ถึงกับจะเสียหายหรือไม่เสียหลายอะไรมากนัก ถ้าหากว่าในที่สุดแล้วพระเจ้าจะไม่มีจริง

แต่ปาสกัลก็รู้เกี่ยวกับธรรมชาติความเชื่อถือศรัทธาของมนุษย์ดีว่า การจะใช้วิธีคิดสะระตะในแบบ rational choice เช่นนี้มาก่อความศรัทธาให้เกิดขึ้นมาในใจนั้น เป็นไปไม่ได้  เพราะความศรัทธาก่อตัวมาจากคุณสมบัติของใจอีกแบบหนึ่ง  คำแนะนำของปาสกัลสำหรับคนที่ยังไม่ศรัทธาแต่อยากเดิมพันข้างที่ขอเชื่อไว้ก่อนก็คือ ให้ลงมือปฏิบัติเหมือนกับคนที่มีศรัทธาในพระเจ้า  ไม่ว่าเขาทำสิ่งใด ไม่ว่าเขาปฏิบัติอย่างไร ก็ให้พาตนเองลงมือทำลงมือปฏิบัติตามอย่างนั้นทุกประการ  เมื่อได้ลงมือทำลงมือปฏิบัติด้วยตนเองแล้ว  จากที่ไม่เคยเชื่อในพระเจ้ามาก่อน การทำการปฏิบัติก็จะพาจิตใจให้เริ่มเชื่อ และเมื่อเริ่มเชื่อ ความศรัทธาก็จะก่อตัวขึ้นมาจนเต็มเปี่ยมได้เอง

สรุปได้ว่าเพื่อแก้ปัญหาการวางเดิมพันเรื่องพระเจ้า ปาสกัลเสนอให้ใช้การกระทำมาเปลี่ยนความคิดจิตใจไปเป็นความศรัทธา 

Richard E. Nisbett ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน  อธิบายว่าข้อเสนอของปาสกัล ซึ่งเป็นนักคณิตศาสตร์และนักฟิสิกส์ สะท้อนว่าเขามีความเข้าใจในด้านจิตวิทยาอยู่ด้วย นิสเบ็ตชี้ว่าทฤษฎีจิตวิทยาในปัจจุบันที่ช่วยยืนยันข้อเสนอของปาสกัลได้ก็คือ Cognitive Dissonance Theory ที่อธิบายว่า ถ้าสิ่งที่เราทำไม่ตรงกับสิ่งที่เราเชื่อ  หรือถ้าจะแปรคำพูดสำคัญในหนังไทยเรื่อง 15 ค่ำเดือน 11 มาใช้ ก็คือ ถ้าไม่ได้เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด และไม่ได้เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ การต้องฝืนใจแบบนี้ ในที่สุดจะทำให้ ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง ถ้าไม่ความเชื่อ ก็ต้องเป็นการกระทำ ที่จะต้องเปลี่ยนหรือยอมหลีกทางให้แก่อีกด้าน เพื่อให้สองส่วนนี้กลับมาสอดคล้องลงตัวกัน 

นิสเบ็ตบอกว่าเมื่อทำสิ่งใด แม้ในตอนแรกเริ่ม  จะไม่เชื่อในสิ่งที่ทำ แต่เมื่อได้ทำต่อไป หรือถ้าต้องทำสิ่งนั้นต่อไปเรื่อยๆ  ในที่สุดจะทำให้ “Our beliefs move into line with our behavior.”


ครั้นมาถึงเวลาที่พระเจ้าจากโลกเบื้องบน ย้ายลงมาเป็นพระเจ้าในโลกมนุษย์อย่างในปัจจุบัน หรือพูดให้ชัดสุดทางก็คือว่าเมื่อ “ประชาชน”  ได้เคลื่อนเข้ามาแทนที่พระเจ้าเบื้องบนในฐานะผู้ครองอำนาจอธิปไตยสูงสุด  หลักการเดิมพันแบบปาสกัลก็น่าจะยังคงใช้ได้  นั่นคือจะเดิมพันข้างศรัทธาหรือข้างไม่เชื่อศรัทธาในพระเจ้าองค์ใหม่

ในอนาคตข้างหน้า ถ้าหากพระเจ้าองค์ใหม่ปรากฏขึ้นมาจริงๆ ประชาธิปไตยประชาชนจะอำนวยผลดีสุดขั้ว แก่ผู้ที่เชื่อมั่นศรัทธาในประชาธิปไตยประชาชนเพียงใด และมันจะร้ายสุดกู่เพียงใดต่อผู้ที่ไม่เชื่อไม่ศรัทธา แล้ววันข้างหน้า จะมีประชาธิปไตยประชาชนปรากฏขึ้นมาแน่ หรือว่าไม่มี

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ปาสกัลของยุคสมัยนี้ก็จะกระตุ้นให้เราลงมือกระทำและเคลื่อนไหวเสมือนหนึ่งว่ามีประชาธิปไตยประชาชนรอเราอยู่ในวันข้างหน้าจริงๆ  และวาดผลอันเลวร้ายให้เห็นว่ามีรออยู่อย่างแน่นอนสำหรับผู้ที่ไม่เชื่อไม่ศรัทธาในประชาธิปไตยประชาชน  คนเหล่านี้แม้ตายไปแล้ว ก็ยากจะจากไปอย่างสงบสุข  ส่วนถ้าวันข้างหน้าหากประชาธิปไตยประชาชนไม่มีจริง การกระทำตามอย่างคนที่เชื่อว่ามี ก็มิใช่ว่าจะเสียหายอันใด กลับจะได้มิตรสหายมากหน้าหลายตาในเส้นทางศรัทธาเดียวกัน   แต่การเลือกกระทำตามอำเภอใจด้วยความย่ามใจแบบคนที่ไม่เชื่อในประชาธิปไตยประชาชนน่าจะเป็นการเสี่ยงมากไปสักหน่อย

แต่ปาสกัลของยุคสมัยนี้ ผมว่าพวกเขาไม่ได้เป็นนักจิตวิทยา นักคณิตศาสตร์ หรือนักฟิสิกส์ดอกครับ แต่จะเป็นนักอะไรบ้าง  ขอท่านทั้งหลายได้โปรดตริตรองดู.



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน