Columnist

คิด-วิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศกับ Harold และ Margaret Sprout (ตอนแรก)

6 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 7:00
คิด-วิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศกับ Harold และ Margaret Sprout (ตอนแรก)
เปิดอ่าน 671
คิดไม่รวบยอด
ศุภมิตร ปิติพัฒน์

บทความของผมตรงนี้ไม่ได้จะเขียนถึงแนวคิดทฤษฎีโดยตรงแต่มุ่งนำเสนอทางคิด-ทางวิเคราะห์

Rules without Rights: Land, Labor and Private Authority in the Global Economy หนังสือเล่มล่าสุดที่ได้รับรางวัล Harold & Margaret Sprout Award จาก International Studies Association ประจำปี ๒๐๑๙ ที่ผ่านมา เป็นผลงานของ Timothy Bartley   งานของเขาศึกษามาตรฐานแรงงานและสิ่งแวดล้อมขององค์กรธุรกิจภาคเอกชนเจ้าของแบรนด์ระดับโลก ว่าจะสามารถผลักดันให้บริษัทรับจ้างผลิตในประเทศกำลังพัฒนายกระดับมาตรฐานการรักษาสิ่งแวดล้อมและการคุ้มครองสิทธิแรงงานได้ดีขึ้นเพียงใด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางกฎหมาย สังคม การเมือง และพลังของตัวแสดงแต่ละฝ่าย ในแต่ละประเทศเหล่านั้น ซึ่งมีอยู่แตกต่างกัน

ประเด็นศึกษาของงานวิจัยที่ได้รับรางวัลข้างต้น คือ อิทธิพลความสำคัญขององค์ประกอบในสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ว่าทำงานส่งผลแตกต่างกันอย่างไรต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ Harold Sprout (๑๙๐๑ – ๑๙๘๐) และ Margaret Sprout (๑๙๐๓ – ๒๐๐๔) คู่สามีภรรยานักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ศึกษาบุกเบิกไว้ ดังคนที่เรียนพัฒนาการของทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศย่อมมีโอกาสรู้จักแนวคิด man-milieu relationship และ environmental possibilism กับ environmental probabilism ของ the Sprouts กันทั้งนั้น


อย่างไรก็ดี บทความของผมตรงนี้ไม่ได้จะเขียนถึงแนวคิดทฤษฎีโดยตรง  แต่มุ่งนำเสนอทางคิด-ทางวิเคราะห์ของนักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่อาจให้เครื่องมืออันเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายปฏิบัติได้บ้าง  ผมจึงอยากชวนท่านผู้อ่านพิจารณาวิธีของ the Sprouts ในอีกแบบหนึ่ง   ซึ่งผมได้จากครูผู้สอนการประยุกต์ใช้เครื่องมือหาความรู้ด้วยกิจกรรมในภาคปฏิบัติ  ผมเลยมีโอกาสเรียนรู้ทางคิด-วิเคราะห์ของ the Sprouts จากกิจกรรมนี้เอง

ผมจึงขอเริ่มบทความตอนแรกด้วยการนำเสนอกิจกรรมที่ว่านี้ ซึ่งครูของผมเรียกว่า กิจกรรมสำรวจพื้นที่จัดชุมนุมทางการเมือง  ผมคิดว่าเมื่อท่านผู้อ่านทราบวิธีทำกิจกรรมนี้แล้ว ก็คงพอจะเห็นทางคิด-ทางวิเคราะห์ของ the Sprouts ขึ้นมาได้  แต่ถ้าอยากจะให้ได้ผลแน่  ผมแนะนำว่าต้องลองออกสำรวจพื้นที่จริงให้เห็นด้วยตัวเราเองจริงๆ   แล้วบทความตอนหน้า เรามาสรุปทางคิดของ the Sprouts กันอีกทีนะครับ

ก่อนจะลงสำรวจพื้นที่จัดชุมนุมทางการเมือง ครูให้ไกด์ไลน์พวกเรามานิดหน่อยเกี่ยวกับวิธีมองพื้นที่เวลาออกไปสำรวจ  แต่ให้เราเป็นคนขยายนิดหน่อยที่ครูแนะมานั้นต่อยอดออกไปว่าเห็นอะไรอีกบ้างจากการลงไปสำรวจ ไปสังเกตการณ์ในพื้นที่จริง

สิ่งที่ครูแนะคือให้เดินดูพื้นที่ให้ทั่วๆ อย่าเพิ่งปักใจเพ่งเล็งมองหาอะไรเป็นพิเศษ เพราะอาจทำให้มองข้าม ไม่เห็นสิ่งที่พื้นที่ในจุดนั้น และในละแวกนั้น จัดรอให้เราเห็นอยู่ตรงหน้า แต่ให้มองพื้นที่โดยสัมพันธ์กับการเป็นพื้นที่ชุมนุมทางการเมือง  และที่ต้องออกเดินสำรวจ ก็เพราะการชุมนุมทางการเมืองเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้การเดินสำหรับเคลื่อนไหวกันเป็นส่วนใหญ่  เมื่อออกเดินและสำรวจดูทั่วถึงแล้ว จึงพิจารณาตั้งข้อสังเกต ตั้งประเด็นที่เห็นจากพื้นที่ออกมา

พิจารณาอะไรบ้าง? ที่ครูแนะไว้  และยังอยู่ในสมุดโน้ตเล่มเก่าของผม ก็เช่นว่า

๑. ครูให้เราพิจารณากายภาพของมันตรงๆ นี่แหละครับ เช่น ลักษณะที่ตั้ง ขนาด เป็นพื้นที่ปิดหรือเปิด เข้าถึงจากข้างนอก หรือปิดกั้นจากข้างในได้ยากหรือง่ายเพียงใด เป็นต้น  ครูสอนทางด้านความมั่นคงอยู่ด้วย จึงให้ความสำคัญลักษณะทางกายภาพว่า มันมีผลอย่างมากต่อความมั่นคง หรือแปลอีกแบบคือต่อการรักษาความปลอดภัย  สถานที่สำคัญๆ หรือเส้นทางที่ผู้นำจะไป เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเขาต้องอ่านหาความหมายแง่นี้ก่อนเสมอ พื้นที่ใกล้เคียงและละแวกโดยรอบของสถานที่ชุมนุมทางการเมืองก็เช่นกัน  มีความเป็นบวกเป็นลบต่อการจัดการความสะดวกและความปลอดภัย ของผู้ชุมนุมต่างกัน

๒. ซึ่งนำมาสู่การพิจารณาสถานที่กับสภาพแวดล้อมที่ประชิดติดต่อกับมันอยู่  แน่ละว่า ที่ต่างๆ ก็มีอะไรตั้งอยู่ติดต่อกันไปหมด แต่การที่มันประชิดอยู่กับอะไร และมันติดต่อกันอย่างไร ก็เป็นของที่น่าสำรวจออกมาให้เห็นละเอียดอยู่มาก เช่น  อะไรตั้งล้อมรอบจุฬาฯ ทั้ง ๔ ทิศ หรือการที่จุฬาฯ มีอุเทนถวาย  มีโรงเรียนเตรียมอุดมและสาธิตตั้งแทรกอยู่ตรงกลาง  มีศูนย์การค้าขนาบต่อออกไป ทำให้ละแวกของจุฬาฯ ต่างจากของธรรมศาสตร์อย่างไร  และมันเหมาะ/ไม่เหมาะสำหรับการจัดชุมนุมทางการเมืองในแง่ไหน อย่างไรบ้าง

ที่ผมยกจุฬาฯ กับธรรมศาสตร์มาเป็นตัวอย่าง เพราะตอนนั้นครูให้พวกเราออกสำรวจมหาวิทยาลัยทั้ง ๒ แห่ง และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  สมัยโน้น การชุมนุมทางการเมืองมักได้นิสิตนักศึกษาเป็นแกนนำสำคัญในการเคลื่อนไหวชุมนุม ครูเลยอยากให้เราลองสำรวจและเปรียบเทียบพื้นที่มหาวิทยาลัย ๒ แห่งนี้ ในแง่ความเหมาะหรือไม่เหมาะอย่างไรสำหรับการจัดชุมนุมทางการเมือง

แต่ตอนผมนำกิจกรรมของครูมาปรับใช้ ผมเปลี่ยนให้นิสิตสำรวจที่อื่นนะครับ ไม่ได้ให้ไปสำรวจภายในจุฬาฯ หรือธรรมศาสตร์อีกแล้ว  แต่ถ้าท่านผู้อ่านเกิดอยากลองทำกิจกรรมนี้ แล้วต้องการจะย้อนสำรวจพื้นที่จุฬาฯ และธรรมศาสตร์กันใหม่ ก็ได้โปรดอย่าลืมคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ ที่เปลี่ยนไปจากเดิมตามกาลเวลาด้วยนะครับ 


๓. พิจารณาความสัมพันธ์ เช่น ครูยกตัวอย่างตลาดผลไม้มหานาค ว่าเราไปตลาด เราก็มองให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างผลไม้จากต้นทาง กับตลาดที่เป็นกลางทาง และปลายทางที่มันกระจายออกไปถึงไหนๆ  เห็นแล้วจะตั้งประเด็นอะไรนั้นค่อยว่ากัน แต่ให้ติดตามมาก่อนว่าสถานที่แห่งนั้นอยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน หรือความสัมพันธ์ที่ชุมนุมอยู่ในสถานที่นั้นมีอะไรบ้าง นี่เรียกว่าสังเกตความสัมพันธ์ มองละเอียดเท่าใดก็จะเห็นเยอะขึ้นเท่านั้น

๔. พิจารณาหน้าที่หรือประโยชน์ใช้สอยและกิจกรรมทางสังคมต่างๆ กัน ทั้งต่างเวลา และต่างประเภท ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น รวมถึงความพยายามของฝ่ายต่างๆ ที่จะกำหนดหรือเปลี่ยนประโยชน์สอยของพื้นที่นั้นแตกต่างออกไป และการแข่งขันหรือต่อสู้ที่ตามมา

๕. พิจารณากฎและพิจารณาสิทธิเกี่ยวกับพื้นที่นั้น ทั้งที่ชัดแจ้ง เป็นทางการ หรือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ข้อห้ามข้อกำหนดข้อยกเว้นข้อละเว้น ดูมาให้หมด ในแง่นี้ ถ้าใช้ห้องเรียนเป็นตัวอย่าง เราจะเห็นห้องเรียนเหมือนกันแต่เป็นชั้นเรียนที่ต่างกัน ต่างกันเพราะอะไร ต่างกันเพราะใคร

๖. อ่านความหมายชั้นต่างๆ ที่ซ้อนกันหรือชิงกันอยู่ในพื้นที่นั้น จากมุมไกลมุมใกล้ จากภาพกว้างหรือโฟกัสแบบเจาะจง จากชื่อ จากสถาปัตยกรรม จากการจัดแลนด์สเคป จากประติมากรรม จากเรื่องเล่าประวัติศาสตร์และความทรงจำ จากอัตลักษณ์ที่ถูกสร้างถูกนำเสนออยู่ในพื้นที่ หรือจะเป็นความหมายตรงตัว ความหมายนัยสะท้อน ความหมายเชิงอุดมการณ์หรือศีลธรรม เห็นความหมายต่างๆ ชัดแล้วจะตามดูพลังของมันต่อปฏิบัติการทางสังคมแบบไหนก็ค่อยดูต่อได้

๗. สุดท้ายที่ครูแนะคืออ่านอำนาจ อ่านพลัง ซึ่งก็มีหลายชั้นซ้อนหรือชิงกันอยู่ในพื้นที่หนึ่งๆ เช่นกัน พื้นที่บางแห่งก็มีหลายขุมพลังชุมนุมอยู่ที่จะเป็นเบาะแสให้เราใช้อนุมานอะไรต่อไปได้อีก

หลังจากได้ไกด์ไลน์อย่างนี้แล้ว พวกเราก็ออกเดินเท้าสำรวจตามที่ได้รับมอบหมายมา

ท่านผู้อ่านสนใจกิจกรรมนี้ขึ้นมาบ้างไหมครับ?

ถ้าสนใจ จะลองออกเดินเท้าสำรวจสวนสาธารณะ สี่แยก หรือจะไปแถวๆ สถานีรถไฟบางแห่งดูก็ได้ครับ

แล้วเรากลับมาพบกับ the Sprouts กันต่ออีกทีในสัปดาห์หน้านะครับ.



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน