Columnist

ศุภมิตร ปิติพัฒน์ เล่าเรื่อง "ปฏิบัติการลับ"

12 ธันวาคม 2019 เวลา 08:42 น.

เปิดอ่าน 915
คิดไม่รวบยอด
ศุภมิตร ปิติพัฒน์

แต่แน่ละ เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นมาอย่างนี้ คนที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ ก็คือคนที่ตัดสินใจ

 

อาทิตย์ก่อนอ่านพบรายงานข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ของจูเลียน อัสซานจ์ และสุขภาพของเขาซึ่งแย่ลงเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะมีวันได้ออกมาใช้ชีวิตอย่างปกติเมื่อใด  คนวงการทูตและฝ่ายงานข่าวกรองคงไม่ชอบผลงานของเขานัก เพราะเมื่อมีการนำข้อมูลลับออกมาเปิดเผยก่อนเวลาอันควร ก็ย่อมทำให้พวกเขาทำงานกันยากขึ้น  แต่คนที่เห็นประโยชน์ของวิกิลีกส์ก็มีอยู่มาก  ส่วนทางการสหรัฐฯ คงไม่ละเว้นเขาแน่

 

แต่เรื่องปฏิบัติการลับของซีไอเอที่จะเขียนนี้ไม่เกี่ยวกับเขาหรือวิกิลีกส์ เพราะเป็นเรื่องนานมาแล้วตั้งแต่ก่อนอัสซานจ์จะเกิด  แต่นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ก็เพราะรายงานข่าวเรื่องราวของอัสซานจ์ฉบับหนึ่งพูดถึงพาสเวิร์ดอันหนึ่งสำหรับใช้ไขรหัสเข้าไปดูข้อมูลที่วิกิลีกส์ปล่อยออกมาเมื่อปีก่อน คือ รหัสผ่านว่า

 

 SplinterItIntoAThousandPiecesAndScatterItIntoTheWinds

 

รหัสผ่านนี้มีที่มาจากคำบริภาษซีไอเอของประธานาธิบดีเคนเนดี้ เพราะซีไอเอทำเขาเสียหายมากโดยเฉพาะในทางการเมือง เมื่อมาชงเรื่องให้เขาตัดสินใจอนุมัติปฏิบัติการลับในคิวบาที่ล้มเหลวอย่างหมดท่า ซึ่งถ้าหากว่าในสมัยนั้นมีคนอย่างอัสซานจ์และมีวิกิลีกส์  ความล้มเหลวของสหรัฐฯ ในกรณีคิวบา คงไม่แคล้วที่จะปรากฏอยู่ในบัญชีอันดับต้นๆ ที่วิกิลีกส์จะปล่อยออกมา

 

แทนที่จะได้อ่านจากวิกิลีกส์ ผมจึงอ่านพบเรื่องที่จะเล่านี้จากหนังสือชีวประวัติเคนเนดี้ของ Theodore Sorensen แทน

 

เรื่องมีอยู่ว่า

 

ช่วงปลายรัฐบาลไอเซนฮาวร์  ซีไอเอดำเนินการฝึกชาวคิวบาที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ   เพื่อจัดตั้งเป็นกองกำลังเตรียมสำหรับปฏิบัติการที่จะบุกคิวบาเพื่อล้มรัฐบาลคาสโตร พอเคนเนดี้ขึ้นมา ซีไอเอรู้ว่าการจะโน้มน้าวให้เขาอนุมัติปฏิบัติการนี้ไม่ง่าย ยิ่งถ้าพวกเสรีนิยมหลายคนที่อยู่รอบๆ ตัวเคนเนดี้รู้เข้า ไม่มีทางเห็นด้วยแน่ๆ วิธีชงเรื่องของผู้อำนวยการซีไอเอ อัลเล็น ดัลเลส (Allen Dulles) จนทำให้เคนเนดี้คล้อยตามจนได้นี้ เป็นสิ่งที่ใช้เตือนใจคนที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ หมาดๆ ได้เป็นอย่างดี ว่าเมื่อต้องเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจ การถูกชักใยให้ตัดสินใจโดยคนในระบบเป็นสิ่งหนึ่งที่พึงระวัง

 

ผู้อำนวยการซีไอเอใช้วิธีแบบไหนจูงใจให้เคนเนดี้คล้อยตาม

 

 

อย่างแรกเลยคือเขาแยกประธานาธิบดีออกจากบรรดาผู้ช่วยผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ด้วยข้ออ้างว่าเนื่องจากปฏิบัติการในคิวบาเป็นเรื่องความมั่นคงที่มีความละเอียดอ่อนสูง จึงต้องจำกัดคนที่ทราบเรื่องนี้ไว้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เอกสารทุกอย่างถือเป็นความลับสุดยอดที่เมื่อเสนอให้ประธานาธิบดีทราบแล้ว ผู้อำนวยการซีไอเอก็เก็บกลับคืนไปทั้งหมด

 

ประการต่อมา คือการตกเเต่งความจริง เมื่อผู้อำนวยการซีไอเอเห็นว่าเคนเนดี้ยังลังเลไม่แน่ใจ ว่าปฏิบัติการที่จะลงมือทำมีโอกาสสำเร็จแค่ไหน ดัลเลสก็เลือกนำเสนอเหตุผลสนับสนุนเฉพาะแต่ด้านที่ช่วยโน้มน้าวให้เคนเนดี้เห็นชอบ และยอมให้ไฟเขียวแก่ปฏิบัติการที่ซีไอเอเตรียมไว้ เช่น เมื่อเคนเนดี้ถามว่ามั่นใจแน่หรือว่าจะสำเร็จ ดัลเลสตอบว่า เป็นไปไม่ได้ที่ปฏิบัติการณ์นี้จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เมื่อถูกซักว่าจะทำอย่างไรถ้ายกพลขึ้นบกแล้วเกิดยึดหัวหาดไม่ได้ ผู้อำนวยการซีไอเอก็รายงานให้ประธานาธิบดีทราบว่าแผนรองรับมีเตรียมไว้หมดแล้ว ถ้าขึ้นฝั่งแล้วยึดแนวหาดไม่ได้ แผนสำรองคือกองกำลังจะเคลื่อนขึ้นไปยึดที่มั่นบนภูเขาใกล้เคียงนั้นแทน

 

แต่ความจริงมีอยู่ว่า กองกำลังของผู้ลี้ภัยชาวคิวบาที่ซีไอเอใช้เป็นหน่วยปฏิบัติการยกพลขึ้นบกนั้นมีไม่ถึง 1 ใน 3 ที่ผ่านการฝึกสงครามจรยุทธมาอย่างเพียงพอ ในขณะที่สภาพภูมิประเทศของคิวบาในอ่าวที่จะยกพลขึ้นบก ก็ไม่ได้เอื้อที่จะทำตามแผนสำรองที่ว่านั้นได้ เพราะระหว่างชายหาดกับภูเขาที่ซีไอเอว่าจะใช้เป็นแนวล่าถอยมีหนองบึงรกชัฏเข้าถึงยากกั้นขวางอยู่ และที่เด็ดที่สุด สิ่งที่เคนเนดี้ไม่รู้ก็คือ เมื่อปฏิบัติการยกพลขึ้นบกเกิดขึ้น ไม่มีใครสักคนในหน่วยปฏิบัติการรับทราบแผนสำรองของซีไอเอที่ว่านี้ ที่ดัลเลสรายงานต่อประธานาธิบดีเลย

 

นอกจากนั้น  เพื่อให้การตัดสินใจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดโดยไม่มีการประวิงเวลาออกไป ผู้อำนวยการซีไอเอยังหาทางมัดเคนเนดี้ให้รีบอนุมัติปฏิบัติการ ด้วยใช้เหตุผลประเภท "ถ้าไม่ตัดสินใจทำตอนนี้ ก็จะไม่มีโอกาสไหนดีเท่านี้อีกแล้ว" มาเป็นข้อสนับสนุน

 

 

ผู้อำนวยการซีไอเออ้างเหตุผล now or never แบบนี้ให้เคนเนดี้ฟังว่า รัสเซียกำลังสนับสนุนคิวบาในการปรับปรุงกองทัพและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ แล้วถ้าเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ กองกำลังของชาวคิวบาอพยพนี้ไม่มีทางเพียงพอที่จะล้มคาสโตรได้ นอกจากสหรัฐฯจะต้องเติมทหารเข้าไปช่วยอีกมาก ซีไอเอยังอ้างเหตุผล"ตีเหล็กต้องตีตอนกำลังร้อน" โดยบอกเคนเนดี้ว่า จังหวะนี้เป็นจังหวะที่ขวัญกำลังใจและความพร้อมปฏิบัติการของกองกำลังที่ซีไอเอจัดตั้งขึ้นมามีสูงสุด จึงไม่ควรปล่อยเวลาให้เนิ่นช้าออกไป จะไม่เป็นผลดี

 

เคนเนดี้จึงได้ยินแต่เฉพาะข้อมูลและเหตุผลที่เพียงพอจะโน้มน้าวเขาให้ตัดสินใจ ไม่ใช่ข้อมูลและเหตุผลที่เพียงพอสำหรับจะใช้พิจารณาเพื่อการตัดสินใจ   ส่วนผู้อำนวยการซีไอเอก็คงไม่ได้คิดประสงค์ร้ายอยากวางยาประธานาธิบดีให้ตัดสินใจผิดพลาด  แต่เป็นเพราะเขาเชื่อในเป้าหมาย และในวิธีการที่เขาและหน่วยงานของเขาคิดว่าเหมาะกับการบรรลุเป้าหมาย  สิ่งที่เขาทำจึงคือการหาทางโน้มน้าวให้ดีที่สุด เพื่อให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาได้เตรียมการเอาไว้

 

แต่แน่ละ เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นมาอย่างนี้ คนที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ ก็คือคนที่ตัดสินใจ

 

Sorensen เล่าว่าเมื่อปฏิบัติการ Bay of Pigs ล้มเหลว เคนเนดี้ก็ได้แต่โทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าทำไมถึงได้ทำอะไรโง่ๆ ไปอย่างนั้น  ก่อนที่เขาจะเตือนใจตัวเองด้วยคำกล่าวเก่าแก่ ซึ่งเตือนใจเราได้ด้วยเหมือนกัน ว่า  “Success has a hundred fathers, but failure is an orphan.”