Columnist

การวิจารณ์งานทางวิชาการ

17 ตุลาคม 2019 เวลา 7:00
การวิจารณ์งานทางวิชาการ
เปิดอ่าน 462
คิดไม่รวบยอด
ศุภมิตร ปิติพัฒน์

การเรียนวิชาการเขียนทางสังคมศาสตร์ของนิสิตชั้นปีที่ 1 ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ อาจารย์ผู้วางเนื้อหารายวิชาขอให้คณะผู้สอนช่วยแนะนำหลักกว้างๆ ในการวิจารณ์งานทางวิชาการให้นิสิตพอทราบแนวทางที่จะนำไปใช้ได้ ทั้งในการอ่านบทความหรือเขียนรายงานในการเรียนชั้นสูงต่อไป ชั้นเรียนย่อยของเราจึงต้องพูดถึงการเขียนงานวิจารณ์สักหน่อยพอให้บรรลุวัตถุประสงค์การเรียน

 

ขั้นต้นที่จำเป็นสำหรับการเขียนงานวิจารณ์คือการอ่านงานที่จะวิจารณ์นั้นให้เข้าใจจนตลอด แต่คำว่าเข้าใจจนตลอดนี้ความจริงมีมากน้อยหนักเบาที่จะพูดหรือเขียนออกมาให้เห็นภาพได้ยากเหมือนกัน ว่าต้องเข้าใจถึงขั้นไหนจึงจะลงมือเขียนวิจารณ์ได้ เพราะความนัยที่แฝงอยู่ในเนื้อหางานเขียนนั้น บางทีและในหลายกรณีก็อ่านได้เป็นหลายชั้น  เวลาเรียนจึงต้องหาตัวอย่างมาให้นิสิตอ่าน และเมื่ออ่านแล้วให้กลับมาแลกเปลี่ยนกันว่า ที่อ่านนั้น ใครได้ความความเข้าใจว่าอย่างไร  ด้วยวิธีอย่างนี้เท่านั้นจึงจะพอให้นิสิตเห็นความหมายของการอ่านให้เข้าใจโดยตลอดขึ้นมาได้ และความเข้าใจของคนหนึ่งกับของอีกคนหนึ่งในการอ่านตัวบทเดียวกันอาจเก็บความเข้าใจออกมาได้แตกต่างกัน

 

เมื่ออ่านเข้าใจโดยตลอดแล้ว ขั้นต่อมาก่อนจะเริ่มลงมือวิจารณ์ คือการเขียนสรุปงานที่ต้องการจะวิจารณ์นั้นออกมาให้เห็นองค์ประกอบของความคิดหรือข้อเสนอคำอธิบายของงานนั้นในภาพรวม   รวมทั้งในประเด็นที่เตรียมจะวิจารณ์ ในขนาดความสั้นยาวที่เหมาะสมกับเนื้อที่ที่ถูกกำหนดมา

 


 

การเขียนสรุปเนื้อหางานที่เราจะวิจารณ์นี้ให้ยึดหลักว่า ต้องเขียนให้กระชับจับใจความสำคัญได้ตรง และเป็นธรรมต่อผู้ที่เราจะวิจารณ์  ควรให้ได้ในระดับว่าถ้าเขามาอ่านที่เราเขียนสรุปออกมานั้นแล้ว เขาจะว่าเราไม่ได้ว่าสรุปเพี้ยนหรือเข้าใจงานเขาผิด หรือเราทำให้งานของเขากลายเป็นหุ่นฟางสำหรับโจมตีได้โดยง่าย 

 

แต่เขียนเพี้ยนไปเพราะเข้าใจผิดหรือยังไม่เข้าใจโดยตลอด ก็ยังดีกว่าการตั้งใจจะบิดเบือนไปจากสิ่งที่เขาเขียน ถ้าจะทำกันอย่างนั้น อย่าเสียเวลามาเขียนงานวิจารณ์ทางวิชาการเลย  ไปเขียนโฆษณาชวนเชื่อหรือปฏิบัติการข่าวสารจะได้ผลตรงกว่า 

 

อันที่จริงการเลือกงานใดของใครมาวิจารณ์แสดงถึงการเคารพผลงานนั้นว่ามีคุณูปการบางอย่างให้เรียนรู้ได้ทั้งจากส่วนที่เราเห็นพ้องด้วย และส่วนที่เราจะวิจารณ์เพื่อขยายความรู้ความเข้าใจเรื่องนั้นต่อจากงานของเขาออกไป หรือชี้ให้เห็นข้อจำกัดที่เราพบความขาดพร่องหรือเกินเลยอยู่ในนั้น  และโดยการวิจารณ์ของเรา เราจะมีอะไรเป็นข้อเสนอใหม่ หรือจะเสนอให้พิจารณาแก้ไขข้อจำกัดนั้นอย่างไร 

 

คุณูปการอีกด้านหนึ่งของงานเขียนวิจารณ์ทางวิชาการคือการช่วยชุมชนวิชาการรักษากระบวนการสร้างสรรค์และตรวจสอบความรู้ ที่จะช่วยขยายพรมแดนความรู้ใหม่ในเรื่องนั้นออกไปได้เรื่อยๆ  ทำให้ความรู้ไม่ถูกผูกอยู่กับสถานะ ความมีชื่อเสียง หรืออาวุโสของคนเสนอ แต่อยู่ที่คุณภาพในตัวผลงานที่ทำออกมานั้นเองว่าจะสร้างความรู้ที่สามารถฝ่าด่านการตรวจสอบอย่างเข้มข้นของชุมชนวิชาการจนกระทั่งได้รับการยอมรับและนับว่าเป็นความรู้ได้เพียงใด 

 

แต่ในทางกลับกัน งานวิจารณ์อาจใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมด้วยก็ได้ เพราะเมื่องานวิจารณ์เป็นการตรวจสอบคุณภาพของความรู้ ก็หมายความว่ามันจะต้องมีอะไรที่ชุมชนวิชาการนั้นยึดถืออยู่ร่วมกัน ที่จะเป็นเกณฑ์กำหนดวิธีและแนวทางในการสร้างความรู้อันเป็นที่ยอมรับได้ของชุมชนวิชาการแห่งนั้น  สิ่งที่เข้าเกณฑ์จึงจะนับว่าเป็นความรู้  สิ่งที่ไม่เข้า ไม่เป็นไปตามเกณฑ์  หรือไม่ได้ใช้แนวทางและวิธีการตามเกณฑ์อันเป็นที่ยอมรับของวงวิชาการ ก็จะไม่ถูกนับว่าเป็น  แม้ว่ามันอาจถูกนับว่าเป็นความรู้ตามเกณฑ์อื่นได้ก็ตาม

 


 

เช่น เราจะนับการทายดวงเมืองเป็นความรู้ของสังคมศาสตร์ไทยได้หรือไม่ การทายดวงเมืองมีหลักที่คนทายจะบอกออกมาได้ว่าเขาทายจากการเดินของดาวอะไรสัมพันธ์กับดาวอะไร อย่างไร ที่จะเปิดให้คนที่รู้เรื่องดาวในระบบความรู้เดียวกันตรวจสอบและวิจารณ์กันได้ว่า ที่ทายออกมานั้นตรงตามหลักวิชาเพียงใด และการทายดวงเมืองหรือโหราศาสตร์ไทยก็รับหน้าที่หรือทำงานส่งผลในสังคมไทยได้ในหลายทาง แต่สังคมศาตร์ไทยจะยอมนับโหราศาสตร์เป็นศาสตร์ทางสังคมได้ไหม สำนักที่เปิดสอนทางสังคมศาสตร์สำนักไหนถ้าอยากรู้ฤทธิ์ของการวิจารณ์ในทางที่เป็นการควบคุมแนวทางในการสร้างความรู้  ก็ให้ทดลองเสนอเปิดรายวิชาโท ด้านโหราศาสตร์ศึกษาออกมาดูก็ได้ ว่าท่านจะได้รับดอกไม้หรือก้อนอิฐจากวงวิชาการ 

 

เสียดายว่า มาถึงเดี๋ยวนี้ รัฐคงมีแต่เอกสารยุทธศาสตร์นั้นโน้นนี้ที่เขียนขึ้นมาโดยหน่วยนั้นนี้โน้น แต่เลิกผลิตปูมโหรและเลิกรักษาคนเขียนคนจัดทำปูมโหรไว้ในราชการนานแล้ว แม้ว่าคนเขียนคนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จนถึงเดี๋ยวนี้จะยังคงปรึกษาความรู้จากโหราศาสตร์ในการดำเนินกิจการหรือกิจกรรมสำคัญๆ อยู่ก็ตาม บางคนก็ถึงกับเรียนจนชำนาญ เป็นโหราจารย์ได้ก็มี

 

เมื่อว่ามาถึงตรงนี้ ก็นึกขึ้นได้และบอกคนแรกเรียนว่า แม้งานวิจารณ์จะมีคุณูปการสูงต่อการช่วยรักษาความเป็นมืออาชีพของวงวิชาการ และรักษามาตรฐานการสร้างสรรค์ความรู้ในสาขาวิชาการแขนงนั้นๆ ให้อยู่ในเกณฑ์และให้เป็นไปตามเกณฑ์ก็จริง แต่ชุมชนวิชาการบางแห่งก็อาจไม่ได้ยึดแต่เฉพาะความก้าวหน้าของความรู้เป็นจุดหมายปลายทางแต่เพียงอย่างเดียว เพราะความรู้ใดๆ มันไม่ได้เป็นกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ด้านสังคมศาสตร์ ความรู้ชุดหนึ่งทำงานส่งผลต่อคนต่างกลุ่มไม่เหมือนกัน เพิ่มอำนาจหรือปิดกั้นคนต่างกลุ่มไม่เท่ากัน มองคนเป็นวัตถุประสงค์เป็นเป้าหมายที่จะถูกความรู้หาทางเข้าจัดการแตกต่างกัน งานวิจารณ์จึงมาช่วยทำให้เห็นการทำงานส่งผลของความรู้ในทางปฏิบัติได้ด้วย

 

และในแง่นี้เอง ที่งานวิจารณ์ไม่ได้ทำเพื่อขยายความรู้ แต่ตั้งป้อมมุ่งจะทลายอำนาจของความรู้ที่ทำงานเป็นใหญ่อยู่ในภาคปฏิบัติ

 

- ว่ามาตั้งยืดยาว คนเขียนไม่ได้บอกอะไรสักข้อเลยว่าเมื่อลงมือวิจารณ์ จะวิจารณ์อย่างไร -

 

นี่ล่ะ คือเริ่มวิจารณ์แล้ว.

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน