|
ลั่นทม..จำปา..ลีลาวดีไม้ประดับมีค่าราคาเศรษฐี ไม้ดอกไม้ประดับอย่าง 'ลีลาวดี' อันหมายถึงต้นดอกไม้ที่มีท่วงท่าสวยงามอ่อนช้อย กลายเป็นพรรณไม้ที่คุ้นตาให้คนไทยได้สัมผัส ในหลากหลายสถานที่ สร้างภูมิทัศน์ที่สวยงามทั้งโครงการหมู่บ้านจัดสรร รีสอร์ท สปา บ้านพักตากอากาศตามชายทะเล สวนสาธารณะกันมากขึ้น จากเดิมพรรณไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดแถบอเมริกาใต้ คนไทยรู้จักกันในชื่อ 'ลั่นทม' แม้ไม่เกี่ยวกับ 'ระทม' ที่มีความหมายว่าเป็นความทุกข์ เพราะลั่นทมหมายถึงดอกไม้ใหญ่ 'ลั่น' แปลว่าใหญ่, ดัง 'ทม' แปลว่าดอกไม้ ดังนั้นลั่นทมคือดอกไม้ใหญ่ แต่ในภาคอีสาน หรือดินแดนล้านช้าง เรียกว่า 'ดอกจำปา' ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติลาวไปแล้วในวันนี้ ขณะที่คนไทยกลับมองว่าชื่อไม่เป็นมงคล จึงทำให้ต้นลั่นทมถูกปลูกอยู่ ตามวัด ตามวัง หลายคนไม่กล้านําไปปลูกในบ้าน เพราะกลัวจะเกิดความระทมตามชื่อที่เข้าใจกันผิดๆ แต่กาลเวลาได้ทำให้ความเชื่อของพรรณไม้ชนิดนี้แปรเปลี่ยนไป จากลั่นทมที่เราไม่ค่อยไม่ได้เห็นกันตามบ้าน เมื่อเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า 'ลีลาวดี' กลายเป็นไม้ดอกไม้ประดับบ้านยอดฮิต เกิดการนำเข้าสายพันธุ์ใหม่ๆ มากมาย เพื่อสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบไม้ดอก ไม้ประดับ ความสวยงามของลำต้นที่มีลีลาอ่อนช้อย ใบสวย ดอกงามหอมตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนที่ไม้งามชนิดนี้จะให้ดอกดกมาก ด้วยเหตุนี้ต้นลั่นทมเป็นต้นไม้ที่เหมาะจะปลูกประดับบ้านที่สุด เพราะใบเป็นมันสวย ดอกดก ลำต้นก็สวย ไม่ใหญ่โตเกะกะ แถมเป็นต้นไม้ที่แข็งแรงทนนานที่สุด ไม่ว่าดินเหนียว ดินทราย กรวด หรือมีแต่หินก็ขึ้นได้ แม้จะร้อนแล้ง ไม่รดน้ำ ลั่นทมก็ไม่เฉา ลีลาวดีจึงเป็นที่ต้องการของตลาด และกำลังได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น ลีลาวดีจึงถือเป็นไม้ทำเงิน ที่มีลูกค้าทั้งกลุ่มลูกค้าต่างชาติชาวตะวันตก ที่มักนิยมซื้อนำไปประดับตามสถานที่ต่างๆ สามารถพบเห็นได้ทั่วไป วิษณุ รูปสม เกษตรกรแห่งบ้านเขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายก เป็นคนหนึ่งที่ปลูกต้นลั่มทมขายโดยเหตุบังเอิญเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ระหว่างที่เขารับจ้างขับรถแทรกเตอร์ปรับหน้าดินให้เจ้าของที่ ก็เห็นต้นลั่นทมที่เปลี่ยนชื่อใหม่แล้วกำลังออกดอกบานสะพรั่ง จึงขอซื้อมาปลูกในที่ดินของตัวเอง 5 ต้น หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนมาติดต่อขอซื้อต้นไปปลูก จึงมองเห็นช่องทางการทำมาหากิน ในที่สุด เขาจึงหันมาปลูกลีลาวดีอย่างเป็นทางการในพื้นที่ 2 ไร่ และขยายเต็มพื้นที่ 10 ไร่ในปีถัดมา ซึ่งเวลานั้นต้นลีลาวดีขายดีมาก จึงมีผู้นิยมปลูกเพื่อขายต้นกันมากขึ้น ต่อมาธุรกิจปลูกต้นลีลาวดี ก็ขยายจากเกษตรกรอิสระไปสู่การจัดการในรูปบริษัท ดั่งกรณีของบริษัท ลีลาวดี เทรดดิ้ง จำกัด รุจินันท์ นันทพันธ์ นักวิชาการเกษตรของบริษัท กล่าวถึงโอกาสของจุดเริ่มต้นในการหันมาจับธุรกิจเกษตรของบริษัท เกิดจากแนวคิดผู้บริหารท่านหนึ่งในกลุ่มบริษัท โมสเพลส จำกัด ที่ชื่นชอบต้นลีลาวดีเป็นการส่วนตัว จึงได้สะสมสายพันธุ์ โดยในขณะนี้ลีลาวดีมีประมาณ 500 สายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์จากในและต่างประเทศ สำหรับวิธีของการขยายพันธุ์ไม้ชนิดนี้ ซึ่งกลายมาเป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง ด้วยคุณสมบัติของลีลาวดี โดยส่วนใหญ่ปลูกง่าย โตเร็ว ปลูกได้บนดินแทบทุกชนิด ชอบแสงแดด น้ำน้อย ให้ดอกตลอดทั้งปี มีหลายพันธุ์หลายสี สีขาว ชมพู เหลือง แดงก่ำ นอกจากดินเค็มและดินชื้นแฉะ ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง ตอน และเพาะเมล็ด โดยในช่วงกุมภาพันธ์-กันยายนของทุกปี จะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการตัดกิ่งลีลาวดีจำหน่าย ซึ่งแต่ละสายพันธุ์จะตัดได้ไม่เท่ากัน อย่างพันธุ์แดงกำมะหยี่ ที่บริษัทมีจำนวนมากสามารถตัดขายได้ราว 5,000 กิ่งต่อฤดูกาล ราคากิ่งละ 300 บาท (1 กิ่งยาว 30 เซนติเมตร) สำหรับกิ่งที่ส่งขายต่างประเทศ จะชุบแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วห่ออย่างดี จากนั้นส่งไปตรวจที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อขอใบรับรองตามมาตรฐานของกรมวิชาการเกษตร ทั้งนี้ หากเป็นพันธุ์ใหม่ๆ ที่ยังขยายพันธุ์ได้ไม่มากนัก ฤดูกาลหนึ่งจะตัดกิ่งได้ประมาณ 10 กิ่งเท่านั้น ในส่วนนี้เธอจะนำกิ่งเหล่านี้ไปเสียบยอด โดยลีลาวดี 1 กิ่ง สามารถเสียบยอดได้ถึง 3 ครั้ง จากนั้นรออีกประมาณ 5-6 เดือน ก็สามารถขายต้นไม้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบระหว่างลีลาวดีสายพันธุ์จากเมืองไทย กับต่างประเทศ เธอยอมรับว่าไม้ไทยสวยกว่าเยอะ เพราะสีจัด ดอกใหญ่ กลิ่นหอม แต่เราก็ต้องสั่งพันธุ์ไม้จากเมืองนอกเข้ามา เพื่อสร้างความหลากหลาย นอกจากนี้เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าบางส่วนที่นิยมของนอก ด้าน มนัส สมมิตร เจ้าของสวนลุงนัสลีลาวดี เล่าว่า มีพื้นที่ปลูกลีลาวดี 15 ไร่เศษ โดยปลูกลีลาวดีชนิดต่างๆ กว่า 50 ชนิด นับจำนวนต้นที่ปลูกไว้ขณะนี้ราว 17,000 ต้น "พันธุ์ขาวพวงจะขายดีมาก ราคาจำหน่ายถ้าต้นใหญ่อยู่ที่ 1,800-2,000 บาทต่อต้น วันหนึ่งหักรายจ่าย ค่าขนส่ง ค่าแรงลูกน้องแล้วเหลือประมาณ 7,000-8,000 บาทต่อวัน" เจ้าของสวนลุงนัสลีลาวดี ระบุว่า ในช่วง 3 ปีมานี้ ลีลาวดีมีความต้องการของตลาดสูงมาก โดยเฉพาะบรรดารีสอร์ทชั้นนำ เกสต์เฮ้าส์ บ้านคนมีฐานะ สถานประกอบการสปา นิยมนำไปตกแต่งประดับสถานที่ ทำให้ต้นลีลาวดีขนาดใหญ่ค่อนข้างหายาก เพราะกว่าจะได้แต่ละต้นต้องใช้เวลาในการดูแลยาวนาน "ลุงเป็นเจ้าแรกๆ ของตลาดไม้ประเภทนี้ที่ปลูกลงแปลงเกษตร ซึ่งตลาดจำหน่ายหลักอยู่ที่คลอง 15 ที่กลุ่มผู้ค้าไม้ดอกไม้ประดับในย่านนั้นซื้อไปขึ้นแผงจำหน่ายต่อ เจ้าละ 9-10 ต้นทุกวัน โดยเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ลูกค้าจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว" มนัส ยังกล่าวอีกว่า ที่สวนแห่งนี้มีลีลาวดีพันธุ์หายากปลูกไว้เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์สีม่วง ราคาจำหน่ายสูงถึง 15,000 บาท พันธุ์สีแดงที่เรียกว่า แดงสยาม ราคา 7,000 บาทต่อต้น หากเป็นชนิดพันธุ์ดอกสีดำแล้วราคาจะสูงนับล้านบาทเลยทีเดียว และยังหาได้ยากมากด้วย ในขณะที่ไม้ตลาดจำพวกพันธุ์ขาวพวง ราคาปกติขายที่สวนในราคา 1,800-2,000 บาทต่อต้น หรือชนิดอื่นๆ เช่น ขาวพวงแคระ แดงอุดร เหลืองกาฬสินธุ์ เหลืองกาญจน์ ฯลฯ ซึ่งที่สวนในขณะนี้ขายได้กว่า 1,000 ต้น พร้อมกันนั้นยังขายกล้าพันธุ์ที่เพาะจากเมล็ดต้นละ 15 บาทขึ้นไปอีกด้วย ส่วนการตัดจากกิ่งพันธุ์จะขายในราคากิ่งละประมาณ 100-150 บาท "แต่ละวันรายได้จากการขายกิ่งพันธุ์ลีลาวดีตกประมาณ 7,000-8,000 บาท ถ้าเป็นเสาร์และอาทิตย์รายได้สูงถึงวันละ 2-3 หมื่นบาท เคยขายได้สูงสุดถึง 4 หมื่นบาท อย่างตลาดต่างประเทศนั้นตอนนี้ก็เริ่มเข้ามาเรื่อยๆ เช่น เนเธอร์แลนด์ ขณะนี้มีลูกค้าสั่งนำเข้าพันธุ์แดงอุดรเป็นจำนวนมาก" จึงไม่น่าแปลกใจที่ว่า ณ วันนี้ ทั้งนักธุรกิจและเกษตรกรได้หันมาสนใจปลูกลีลาวดีเป็นพรรณไม้เศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว ยังถือว่าเป็นไม้มงคลอีกด้วย สำหรับบ้านใครที่มีพื้นที่ภายในบ้าน ต้นลีลาวดีก็ให้ได้ทั้งร่มเงาและหอมสดชื่นกันได้ทุกบ้านเลยทีเดียว
|