|
'เสี่ยเช-ลี ล า ว ดี'ลีลาเกือบดีถ้าไม่มี 'ซีทีเอ็กซ์'! ใครบอกว่าดอกไม้ไปกันไม่ได้กับผู้ชาย! สำหรับบางคนอาจใช่ แต่สมการดังกล่าวใช้ไม่ได้กับลูกผู้ชายตัวจริง 'เช-วรพจน์ ยศะทัตต์' กรรมการผู้จัดการบริษัท แพทริออท บิซิเนส คอนซัลแทนส์ จำกัด ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากกรณีสินบนเครื่องตรวจวัตถุระเบิดรุ่นซีทีเอ็กซ์ โครงการสนามบินสุวรรณภูมิคนนี้ บนโลกอันเส็งเคร็งอันเนื่องจากคดีฉาว นอกจากกีฬากอล์ฟแล้ว อีกความรื่นรมย์ที่หล่อเลี้ยงชีวิตเสี่ยหนุ่มในยามนี้ เห็นจะเป็นการได้พูดถึงหรือการได้อยู่ในวงโอบของไม้งามนาม 'ลีลาวดี' ยิ่งถ้าเหนื่อยมาจากนอกบ้าน การได้นอนแช่น้ำเย็นในอ่างจากุชชี่ส่วนตัวที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังไหน เมื่อแม่บ้านรู้ว่าเขาจะแวะเข้ามา ก็จะเตรียมดอกลีลาวดีหลากหลายสีลอยละล่องราวกับจะรอเจ้าภาพไว้ในอ่างนั่นน่ะ เขาบอกว่าถือเป็นโมงยามแห่งความสุขทีเดียว "ผมชอบดอกลีลาวดีทุกสี แต่ที่ชอบที่สุด..สีเหลือง" ลองเสี่ยเชมีใจปฏิพัทธ์สิ่งใด การแสดงออกถึงอาการปฏิพัทธ์ในสิ่งนั้น ไม่เคยธรรมดา ไล่มาตั้งแต่เรื่องพื้นๆ อย่างรถ อย่ามาคุยเรื่องรุ่นหรือราคากับเขาเลย เอาเป็นว่าคันโปรดที่เขาขับประจำตอนนี้เจ๋งแค่ไหนที่มันสามารถทำหน้าที่มากกว่ายานพาหนะ เพราะข้างประตูของม้าเหล็กสายพันธุ์เยอรมันคันนั้นมีป้าย 'Fight to Protect Our Reputation' ไว้ด้วย หันมาเรื่องหนักๆ อย่างงานอาชีพ เป็นที่รู้กันว่าเสี่ยเชเขาทำอาชีพที่คนทั่วไปทำไม่ได้ เช่น ทำเครื่องบินฝนหลวง ทำเก้าอี้ช่วยชีวิตนักบิน รับดูแลรักษาเครื่องบินให้กองทัพอากาศ, เครื่องบินฝนหลวง, เครื่องบินกระทรวงเกษตรฯ แต่ละปีมีมูลค่างาน 1,500 ล้านบาท เป็นนายหน้าซื้อเครื่องบิน เป็นนายหน้าขายกระสุนให้กองทัพ และเป็นนายหน้าค้าเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ เป็นต้น มาถึง 'ลีลาวดี' เสี่ยเชทุ่มทุนสร้างไม้ประดับดอกงามพันธุ์นี้ด้วยเม็ดเงินไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท! ตัวเลขดังกล่าวตรงพอดีกับที่เขาเคยเล่าให้เพื่อนสื่อมวลชนฟังในงานสัมมนาของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเรื่อง 'เกาะติดสุวรรณภูมิ ตอนซีทีเอ็กซ์ สินบนข้ามชาติ' เมื่อ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า แพทริออทฯ เบิกเงินล่วงหน้าจากกลุ่มไอทีโอ จอยท์เวนเจอร์ 600 ล้านบาท และตัวเขานำไปใช้ส่วนตัวบ้างแล้ว ทั้งนี้ 200 ล้านบาทอยู่ในบัญชีธนาคารทหารไทย เพื่อนำไปการันตีในการเปิดแอล/ซื้อสินค้า ส่วนเงินสด 400 ล้านบาท นำไปซื้อที่ดิน 80 ล้านบาท.. ซื้อต้นไม้ ต้นลีลาวดี 50 ล้านบาท.. ซื้อรถยนต์ BMW และรถบรรทุกกว่า 10 ล้านบาท.. เหลือประมาณ 100 ล้านบาท นำไปฝากธนาคารไว้ ก่อนย้ำว่า เงินเหล่านั้นเป็นของเขา ซึ่งเขามีสิทธินำไปใช้อะไรก็ได้ เงิน 50 ล้านบาทจำนวนนั้น ทำให้เสี่ยเชกลายเป็นเจ้าของอาณาจักรลีลาวดีที่มีพื้นที่ปลูกและพักไม้อยู่ทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 100 ไร่ ภายในเวลาไม่นานนัก คำตอบที่ได้ยินจากปากเขาก็คือ เขาตั้งใจปั้นมันขึ้นมาเพื่อรองรับส่วนงานภูมิสถาปัตย์ของโครงการสนามบินสุวรรณภูมินั่นเอง! "ไม่มีแลนด์สเปกสนามบินที่ไหนในโลกใหญ่และสวยงามเท่าที่นี่ คนออกแบบเขากำหนดสเปกไว้แล้วว่าต้องมีต้นลีลาวดี งานนี้ผมมั่นใจว่าใช้นับหมื่นต้น พอผมเอาเงินล้านไปซื้อลีลาวดีมา..โครม! ถือว่าช็อตตลาดเลย ขนาดบริษัทจัดสวนรายใหญ่ที่ได้งานแลนด์สเคปสนามบินหนองงูเห่ายังงง เพราะผมไปซื้อตัดหน้าเขาหลายครั้ง" เสี่ยเชแฮปปี้ที่จะเป็น 'ส่วนหนึ่ง' ของงานตกแต่งภูมิทัศน์ในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 2 หมื่นกว่าไร่ และมีงบประมาณเพื่อการนี้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ด้วยการกำหนดบทบาทตัวเองเป็น 'ผู้รับเหมาช่วง' หรือ Sub-contractor ในการจัดซื้อต้นลีลาวดี ลักษณะงานยังคงเป็นงาน 'นายหน้า' และให้บริการ 'บำรุงรักษา' ท่วงทำนองเดียวกับงานชิ้นผ่านๆ มาที่เขาถนัด หากความไม่ธรรมดาของงานนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนต้นไม้ว่ามหาศาลเพียงไหน แต่อยู่ที่การให้บริการครบวงจร ทั้งการจัดซื้อต้นลีลาวดีที่มีคุณภาพ สวยงาม ขนส่งและดูแลรักษาให้เสร็จสรรพโดยทำสัญญากันปีต่อปี จุดนี้เองทำให้ราคาต้นไม้ที่เขาวางแผนจะขายให้โครงการสนามบินสุวรรณภูมิ จึงสูงกว่าราคาท้องตลาดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะบวกค่าประกันชีวิตให้ต้นไม้ด้วย "สมมติต้นใหญ่ของคนอื่นขาย 7 หมื่น แต่ของผมขายแสนหนึ่ง ของเรามีประกันให้ด้วยว่าต้นไม้ไม่ตาย ถ้าต้นไม้ตายในปีแรกหัก 10-15 เปอร์เซ็นต์ของราคาขาย ถ้าตายปีที่ 2-3 เรายินดีซื้อคืนราคาเดิม ฉะนั้นเรื่องของความรับผิดชอบตรงนี้มูลค่ามหาศาล" อย่างไม่ต้องสงสัย ในเมื่อแพทริออทฯ เกิดปัญหากรณีซีทีเอ็กซ์ โอกาสที่จะเสนอขายต้นลีลาวดีล็อตใหญ่นับหมื่นต้นมูลค่าหลายสิบล้านบาท เป็นอันหยุดชะงัก เป็นโชคร้าย 2 ชั้นที่เกิดกับโครงการสนามบินสุวรรณภูมิโดยที่เขาไม่ทันจดทะเบียนบริษัทจัดซื้อและบำรุงรักษาต้นลีลาวดีด้วยซ้ำ เว้นแต่การประทับรูปดอกลีลาวดีไว้บนนามบัตรให้เป็นที่เตะตาต้องใจของผู้รับ กระนั้น ระหว่างทางกับการปลูกต้นลีลาวดี เขากลับพบความสุข ทั้งๆ ที่โดยตัวเงินผลกำไรที่ได้รับจะไม่มากเท่าการทำธุรกิจอื่นๆ ก็ตาม "ขายต้นไม้ถึงยังไงคุณไม่ได้กำไรเป็นพันล้านบาทหรอก ผมทำด้วยความสุข แต่จะทำอะไรก็แล้วแต่อย่าทำให้เจ๊ง เหมือนผมซื้อที่ดินไว้ 80 ล้านบาทเพื่อทำบ้าน ไม่ใช้ผมทำไว้อยู่เองหรอก ผมจะทำให้เขาเช่าหรือขาย พอบ้านเสร็จ ก็ต้องหาต้นไม้มาลง" นั่นคือก้าวแรกของการระดมเสาะหาต้นลีลาวดี.. เสี่ยเชไม่ยอมบอกว่าเขามีบ้านทั้งหมดกี่หลัง ทว่า นับนิ้วไล่ให้ฟังว่าไม่เกินสิบ อาศัยอยู่เองไม่เกิน 2 หลัง บ้านที่เหลืออยู่และรถที่เหลือใช้ของเขาถูกจัดแพ็คเกจให้ฝรั่งเช่า บางโครงการแถมสมาชิกสนามกอล์ฟให้ด้วย ราคาค่าเช่าไม่แพง แค่หลังละ 1-2แสนต่อเดือน หักค่าผ่อนธนาคารเดือนละ 4-5 หมื่นบาท 10 ปีผ่านไปเหมือนกับได้บ้านฟรี บ้านแต่ละหลัง เขาเป็นคนเลือกสรรไม้ประดับด้วยตัวเอง เพื่อความยิ่งใหญ่ อลังการ และโดดเด่นเป็นสง่า เสี่ยเชบอกว่าไม้ประดับที่เหมาะกับบ้านหลังใหญ่ ย่อมเป็นไม้ใหญ่ "ผมจบ ม.เกษตรฯ นะ แต่ไม่ถึงขนาดชอบต้นไม้หรอก คนเราตอนเป็นเด็กชอบรถ มีรถไว้หลอกสาวว่าตัวมีกะตังค์ พอโตขึ้นเอ๊ะ..บ้านมันดีกว่า ผมเลยซื้อบ้านเรื่อยๆ ทุกปี พอบ้านเสร็จก็ต้องเอาต้นไม้มาแต่ง" กระทั่งช่วงไปทำธุระที่ภาคใต้เมื่อ 2 ปีก่อน ได้เห็นทรวดทรงองค์เอวของลีลาวดี เป็นไม้ใหญ่ ฟอร์มดี แถมออกดอกทั้งปีและหอมอีกต่างหาก คุณสมบัติทุกอย่างล้วนพูดได้คำเดียวว่า-ใช่เลย! ถ้าเปรียบเหมือนหญิงสาว เสี่ยเชยอมรับว่ามันคือ Love at first sight! "ต้นลีลาวดีต้นใหญ่ๆ ในประเทศไทยมีไม่เยอะ แค่หมื่นต้นเท่านั้น ไม่ใช่ล้านต้น เพราะที่ผ่านมาคนไม่นิยมปลูกเนื่องจากชื่อของมันไม่ดี 'ลั่นทม' มันจึงขึ้นตามมีตามเกิด ที่วัดบ้าง โรงเรียนบ้าง ตอนนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะคนซื้อไปหมด เมื่อไม่พอก็ต้องสั่งนำเข้าจากลาว แต่ผมไม่นิยมหรอก เพราะขนส่งไกล ไม้ช้ำ" กล่าวจบเขาก็กลั่นภูมิรู้เกี่ยวกับลีลาวดีออกมาโชว์ ก่อนจะเรียกน้ำย่อยอีกครั้งด้วยการยกตัวเลขต้นลีลาวดีในครอบครองให้ฟังว่า ณ วันนี้เขามีนับหมื่นต้น ประกอบด้วย ต้นเล็กไม่มีพุ่มประมาณ 7-8 หมื่นต้น ราคาซื้อขายขั้นต่ำ ต้นละ 100 บาท ต้นเล็กพุ่มเยอะ และต้นกลางมีกิ่งมีดอก นับ 1,000 แต่ไม่ถึงหมื่นต้น ราคาซื้อขายแพงตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อต้น ต้นใหญ่มีพุ่มมีดอกสูงเท่าตึก 3 ชั้น 1,000 ต้น ราคาตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อต้น ยกตัวอย่าง ไม้พุ่มขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-6 นิ้ว ราคาขายต้นละ 1.5 หมื่นบาท และที่เป็นต้นใหญ่ที่เป็นทั้งพุ่มและตอผสมกัน 1,500 ตอ ราคาตอละหลักแสนบาท อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่า จำนวนต้นไม้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพราะกิ่งที่สมบูรณ์เต็มที่ของแต่ละต้นสามารถแยกตัดออกมาเป็นตอใช้ขยายพันธุ์ได้โดยเอาไปคลุกกับปุ๋ยหรือธาตุอาหารอื่นๆ แล้วฝังดินไว้สัก 1-2 ปีก็มีกิ่ง สวนลีลาวดีของเขาจึงเน้นตอมากกว่าไม้พุ่ม เนื่องจากสะดวกในการขนส่ง แถมยังได้ราคาดีกว่า ไม่เพียงเท่านั้น ราคาของต้นยังขึ้นกับสีของดอกด้วย ในตลาดตอนนี้ดอกสีม่วงราคาแพงที่สุด ถ้าคิดเป็นกิ่ง ขายกันกิ่งละ 4,000 บาท สมมติต้นหนึ่งมี 10 กิ่ง ก็ได้เงินเข้ากระเป๋า 4 หมื่นบาทแล้ว แต่โดยเฉลี่ยราคาต่อดอกตอนนี้อยู่ที่ 2 บาท ขณะนี้ตลาดกำลังต้องการดอกลีลาวดีแฟนซี หมายความว่า มีหลายสีในต้นเดียวกัน "วันนี้ผมมีลีลาวดีต้นใหญ่เป็นพันต้น ปีหน้าผมมี 2 พันต้น ถามว่าขายไหม ผมไม่ขาย เว้นต้นเล็กเป็นพุ่ม ผมขายเพื่อจะเอาเงินมาซื้อปุ๋ยไว้เลี้ยงต้นอื่นๆ อย่างต้นที่ผมหักจากกิ่งเขาที่ขายกันต้นละ 100 บาท เอาไปปักในไร่ 2-3 ปีมันก็ได้เงินพันหนึ่งแล้ว เอาร้อยบาทไปฝากธนาคาร 3 ปีได้กำไรแค่ 6 สลึงต่างกันเยอะ" ลงทุนตั้ง 50 ล้านบาท โอกาสจะคุ้มทุนมีไหม? เสี่ยเชยืดอกบอกว่า ถ้าจะขายเฉพาะต้นไม้ทั้ง 100 ไร่วันนี้ก็ได้กว่า 10 ล้านบาทแล้ว ไหนยังจะมีที่ดินอีก ถูกบ้างแพงบ้าง แล้วแต่ทำเล จะอย่างไร ต่อให้อดีตที่ตั้งใจทำเพื่อสุวรรณภูมิจะไม่สำเร็จ แต่ไม้ลีลาวดีเป็นต้นไม้มีอนาคตและถึงมันจะปลูกกันล้นตลาด ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะต้นไม้ชนิดนี้ดูแลรักษาง่าย ต้นทุนการผลิตต่ำ สำหรับกลุ่มธุรกิจสปาส่วนใหญ่นิยมซื้อดอก ไม่ใช่ซื้อต้น นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มธุรกิจบ้านจัดสรร และช่วงปีสองปีที่ผ่านมานี้หน่วยงานราชการหลายแห่งโดยเฉพาะกรมทางหลวง ได้กำหนดให้ต้นลีลาวดีเป็นไม้ที่ให้ความสำคัญในการปลูกอันดับต้นๆ ดังนั้น เขาจึงไม่ลังเลที่จะเอาแนวคิดการทำตลาดจัดซื้อและบำรุงรักษาต้นลีลาวดีแบบครบวงจรซึ่งเคยวางแผนจะทำกับโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ มาเปิดให้บริการกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นเป้าหมายหลัก จากความพร้อมหลายๆ ด้านที่มี ทั้งฮาร์ดแวร์ ได้แก่ต้นไม้ ที่ดินแหล่งพักไม้ และรถบรรทุก และซอฟต์แวร์ ได้แก่คนงานจำนวน 30-40 คน ซึ่งแต่ละเดือนใช้งบประมาณส่วนนี้หลายแสนบาท พอๆ กับค่าน้ำมันรถในการขนส่งก็ว่าได้ "ปีหนึ่งหาลูกค้าให้ได้สักหลายร้อยราย เราก็จะได้ค่าดูแลสวนหลายสิบล้านบาท หรือร้อยล้านบาทก็ยังทำได้เลยถ้ามารูปแบบนี้ ต่อไปจะต้องมีนักภูมิสถาปัตย์ไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อรองรับการเติบโตของงาน" คุยไปคุยมากลายเป็นว่าเสี่ยเชกำลังจะเปิดบริษัทรับจัดสวนจริงๆ เข้าแล้ว บนเงื่อนไขว่าถ้า ปปง.จะไม่มายึดลีลาวดีอันเป็นที่รักของเขาเสียก่อน!! "ผมถึงไม่ขายไง รอให้ ปปง.มายึด" เสี่ยเชกล่าวเสียดสีตัวเองอีกครั้งและว่า ขอทำธุรกิจนี้อย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องปักป้ายประกาศว่าเป็นลีลาวดีพันธุ์เสี่ยเช เพราะความสุขไม่ได้อยู่ตรงนั้น ที่สำคัญก็คือ เขาได้เรียนรู้เรื่องของความซื่อสัตย์และความไว้วางใจจากการทำธุรกิจต้นไม้นี้มาก ตามระบบการซื้อ-ขาย ผู้ซื้อมักต้องวางเงินก้อนใหญ่ให้ผู้ขายล่วงหน้าสำหรับการซื้อต้นไม้จำนวนมากขณะที่ต้นไม้เพิ่งปักกิ่งโดยไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะได้ต้นไม้ครบตามจำนวนที่สั่งซื้อหรือไม่ แต่อย่างน้อยนอกจากค่าต้นไม้ ยังเป็นเงินไว้ใช้จ่ายในการดูแลรักษาจนกว่ามันจะโต "ผมรู้เลยว่าคนไทยไม่ขี้โกง ยิ่งเป็นชาวบ้านด้วยแล้ว ที่เขาพูดกันว่าชาวบ้านรับเงินซื้อเสียงจากนักการเมืองคนใดก็จะเลือกคนนั้นตามที่รับปากไว้ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ" เสี่ยเชโชคดีที่เจอชาวบ้านแบบนั้น แต่คนไทยทั้งประเทศจะโชคดีอย่างเขาหรือเปล่า? จะอย่างไร ได้แต่เอาใจช่วยให้เขาเป็นผู้ชายคนล่าสุดที่ไปได้กับ 'ดอกลีลาวดี' อย่างตลอดรอดฝั่ง
|