กีฬา / ธรรมศักดิ์ มีแสงเงิน thammasak@nationgroup.com

บทสรุป 5 อันดับแรก พรีเมียร์ชิพ

แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี หนแรกของ เชลซี ในรอบ 50 ปี มาจากการลงตัวของความร่ำรวยและ ผู้จัดการทีม ที่เหมาะสม โจเซ มูรินโญ เป็นเสาหลักที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าเงินของ โรมัน อับราโมวิช เจ้าของสโมสร ชาว รัสเซียน ที่ใช้ความรวย คุณสมบัติที่มีสร้างรากฐานให้กับทีม โดยเฉพาะกับการนำเข้า ปีเตอร์ เช็ก นายทวาร ทีมชาติเช็ก ที่เหมือนกับการเลือกเพชรเม็ดบ้า โดยแท้

เมื่อบวกเข้ากับ จอห์น เทอร์รี กองหลังกัปตันทีม และ แฟรงค์ แลมพาร์ด กองกลาง 2 ผู้เล่นที่ถือเป็นเกียรติยศของ ทีมชาติอังกฤษ ขณะนี้ ทำให้เชลซีเดินยืดอกได้อย่างสง่าเมื่อทั้งคู่นำเหรียญตรานักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลจาก 2 องค์กร เข้าสู่ถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

รวมถึงการใช้แผนโจมตีจากกราบซ้าย-ขวา ด้วยขุนพลอย่าง อาร์เยน ร็อบเบน และ เดเมียน ดัฟฟ์ เพราะหากทั้งคู่ลงสนามได้พร้อมกัน ถือเป็นลางร้ายของคู่ต่อสู้ก็ว่าได้

ฤดูกาลแข่งขันใหม่ มูรินโญ่ ยังสามารถสร้างกองทัพ 'สิงโตน้ำเงินคราม' ได้เพิ่มอีกมาก เพราะตัวเลขบัญชีรายรับจากโรมัน เพื่อมาเป็นรายจ่ายของเขา ยังคงสวยงามเช่นซีซั่นที่ผ่านไป

เพราะอย่างน้อย มูรินโญ่ ก็ทำให้ดูว่า เงินไม่ใช่ทั้งหมด หากแต่จะเป็นแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศ ต้องใช้กึ๋นมากกว่านั้น ทว่า ต้องไม่ลืมด้วยว่า มูรินโญ่ก็ถูกซื้อมาด้วยเงินเช่นกัน

อาร์เซนอล 'แชมป์เก่า' ที่ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่ 'รองแชมป์' เท่านั้น พวกเขาดูเป็น 'ปืนโต' แต่เปราะบางพังง่ายเกินไป หลังจากถูกหยุดสถิติ 'ไร้พ่าย' ไว้ที่เลข 49 เมื่อกระบอกปืนแตก ในเกมพ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2 ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งแทนจะช่วยกันปรับศูนย์ปืน ทว่า กลับไปหาทางออกด้วยสงคราม 'พิซซ่าบิน' ในเดือน ตุลาคม 2004

แม้ในรังปืน จะมีกระสุนรุ่นใหม่ชั้นดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, เชซ ฟาเบรกาส และ โรบิน ฟาน เปอร์ซี ทว่า พวกเขาอัดแน่นไปด้วยพลังหนุ่ม ยังไม่ได้ปรับศูนย์ กว่าจะมาเข้าเป้าได้ก็เกือบท้ายซีซั่น พวกเขาต้องแข็งแกร่งกว่านี้ ถ้าจะยิงเชลซีให้ร่วงในฤดูกาลใหม่

ขณะที่ เซอร์ อเลกซ์ เฟอร์กูสัน นำ 'ผีแดง' ย่ำรอยทางเก่า เหมือนซีซั่นก่อนหน้านี้ แทบจะทุกกระเบียดนิ้ว เมื่อจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3, ได้เข้ารอบ ชิงชนะเลิศ ถ้วย เอฟเอ คัพ และตก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลสโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

แม้ก่อนหน้านี้จะขอเติมความเฮี้ยน ด้วยการนำเข้า เวย์น รูนีย์ 'ซูเปอร์สตาร์' จาก เมอร์ซีย์ ไซด์ ทว่าลืมเติมความขลังให้กับ นายทวาร ด่านสุดท้าย ที่เป็นจุดอ่อนทำให้หลายทีมไม่ได้กลัวผีฝูงนี้แม้แต่น้อย

ดังนั้น การก้าวเข้ามาควบกิจการของ มัลคอล์ม เกลเซอร์ เจ้าของ แทมปาเบย์ บัคคาเนียร์ส ทีมอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล ก็ยังอาจทำให้ผีตัวนี้ไร้พลัง หากไม่นำเข้ากองกลางมาแทนที่รุ่นพี่ที่โรยรา และ ผู้รักษาประตู ที่เป็นได้มากกว่าแค่มือ 1 จำเป็น

เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม เอฟเวอร์ตัน และลูกทีมของเขา ตอกลิ่มเข้าปากนักวิจารณ์หลายรายที่สบประมาทพวกเขาว่าคงไม่พ้นหนีตายเช่นเดิม ด้วยการยึด อันดับ 4 พรีเมียร์ชิพ โควตาสุดท้ายสำหรับถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แม้ต้องสังเวย รูนีย์ ไปให้ 'เร้ดอาร์มี' และ โธมัส กราเวอเซน ไปให้ รีล มาดริด รองแชมป์ สแปนิช ลา ลีกา

กุนซือที่ค่าจ้างต่ำสุดในพรีเมียร์ชิพ กับเหล่านักเตะที่ได้รับการมองว่าไม่มีคนไหนในทีมที่มีพรสวรรค์อยู่ในตัว ทำให้ดูว่า 'ทีมสปิริต' บางครั้งก็หาซื้อที่ไหนไม่ได้เช่นกัน

ความล้มเหลวในเป้าหมายแรกของ ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล คนใหม่ ที่วางไว้ว่าจะเป็น 'ท็อปโฟร์' พรีเมียร์ชิพ อาจพอทดแทนด้วยการเข้า รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และการเจียระไน เจมี คาร์ราเกอร์ นักเตะท้องถิ่นชนิดจากดินมาเป็นดาว แต่ 'ราฟา' ยังต้องทำงานหนักที่จะทำให้ 'หงส์แดง' บินสูง ในพรีเมียร์ชิพ เหมือนกับเส้นทางบิน 'ยูโรเปี้ยน แอดเวนเจอร์'

เป็นบทสรุป 5 อันดับแรก พรีเมียร์ชิพ ฤดูกาล 2004/2005 ตลอด 38 นัด อย่างคร่าวๆ แม้จะนำมาเป็นบรรทัดฐานสำหรับซีซั่นใหม่ได้ แต่ไม่สามารถวัดความน่าจะเป็นได้อย่างเที่ยงตรง เพราะมิเช่นนั้นเราคงไม่เห็น เอฟเวอร์ตัน อยู่ที่นี่ หากวัดจากฤดูกาลก่อน

*****************************

กิตติ แก้วจินดา

ลุ้นระทึกที่อิสตันบูล

วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ผมคิดว่าสายตาของแฟนลูกหนัง จะต้องโฟกัสไปที่ อตาเติร์ก สเตเดี้ยม ที่เมืออิสตันบูล ประเทศตุรกี ในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง 'ปีศาจแดงดำ' เอซี มิลาน ตัวแทนจากอิตาลี กับ 'หงส์แดง' ลิเวอร์พูล ที่อังกฤษส่งเข้าประกวด

ถือว่าเป็นแมทช์ของทีมใหญ่ มีศักดิ์ศรีทัดเทียมกัน มาเผชิญหน้ากันในเกมที่สำคัญที่สุดของฤดูกาล เพราะนี่คือการเจอกันของแชมป์ถ้วยใหญ่ในยุโรปรวมกัน 10 สมัย

ลิเวอร์พูล คือสุดยอดทีมในยุคทศวรรษ 80 เมื่อหงส์แดง ผงาดยุโรปไล่อัดชาวบ้าน คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ มากอดได้ถึง 4 สมัย มากที่สุดในทีมบนเกาะอังกฤษ

ก่อนที่จะต้อง 'ปีกหัก' จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เฮย์เซลล์ ประเทศเบลเยียม ปี 1985 ในเกมรอบชิงชนะเลิศกับ ยูเวสตุส ที่กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายตะลุมบอนกัน แล้วมีคนตายถึง 39 คน พร้อมกันนั้น ลิเวอร์พูล ที่ปราชัย 0-1 ก็โดนลงดาบซ้ำห้ามเข้าแข่งฟุตบอลยุโรป 5 ปี

ทำให้พวกเขาต้องงมอยู่ในลีกของตัวเอง ทำให้เกมลูกหนังไม่พัฒนา เมื่อกลับมาเล่นใหม่ ก็ไปได้ไม่ไกล จนกระทั่งมาคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ได้เมื่อฤดูกาล 2000-01 และนี่คือการกลับมาเข้าชิงถ้วยใหญ่ของยุโรป เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ขณะที่ มิลาน คือยอดทีมต่อจากยุคของลิเวอร์พูล ก็ว่าได้ เพราะจากปี 1989-94 ปีศาจแดงดำ เข้าชิง 4 หน คว้าแชมป์มาได้ 3 สมัย จากทั้งหมด 6 สมัย ซึ่งครั้งล่าสุดก็คือเมื่อ 2 ฤดูกาลที่แล้ว

มิลาน เป็นทีมที่ยิ่งใหญ่มาเป็นยุคตั้งแต่สมัยของ ลุยจิ ริว่า ต่อมาถึงยุค '3 ทหารเสือ' รุด กุลลิท, มาร์โก ฟาน บาสเทน และแฟรงค์ ไรจ์การ์ด จนกระทั่งในยุคปัจจุปัน ที่เป็นของ เปาโล มัลดินี และอังเดร เชฟเชนโก

หากมองย้อนหลังไป รวมทั้งการทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของทั้งสองทีม ถือว่ามีสิ่งที่คล้ายกันอยู่หลายอย่างเช่นกัน ทั้งสองทีมเคยเจอกับทีมชาติเดียวกัน และทีมจากชาติฝ่ายตรงกันข้าม

ลิเวอร์พูล เอาชนะ ยูเวนตุส รอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนจะมาผ่าน เชลซี ในรอบรองชนะเลิศ

เอซี มิลาน ทุบ แมนฯยูไนเต็ด ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แล้วมาพิชิต อินเตอร์ มิลาน ในรอบก่อนรองชนะเลิศ

นอกจากนั้น ทั้งสองทีมเคยเอาชนะคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ด้วยการดวลจุดโทษมาก่อน ลิเวอร์พูล เคยเอาชนะ โรม่า ในฤดูกาล 1983-84 ขณะที่ มิลาน เฉือน ยูเวนตุส ได้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และทีมที่พวกเขาพิชิตได้คือทีมจากอิตาลีเหมือนกัน

แต่สิ่งที่แตกต่างกันนั้น คือเส้นทางสู่รองชิงชนะเลิศ มิลาน ผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาแบบสบายๆ ด้วยการเป็นที่ 1 ของกลุ่ม มีแพ้นัดเดียวต่อ บาร์เซโลนา เท่านั้น ขณะที่รอบน็อคเอ๊าท์ จะมาลุ้นหนักหน่อยก็คือเกมรอบตัดเชือกนัด 2 เพราะโดน พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ยิงนำ 2-0 แต่มาได้ลูกโขกของ มัสซิโอ อัมโบรซินี ในนาทีสุดท้าย ทำให้ไม่ต้องไปลุ้นในการต่อเวลา หรืออาจยืดเยื้อไปถึงการดวลจุดโทษ

มิลาน คือทีมจอมเขี้ยว ที่แกร่งทั่วแผ่น

ขณะที่ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ามาได้แบบเลือดตาแทบกระเด็น ในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาต้องลุ้นถึงช่วง 5 นาทีสุดท้าย ก่อนที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด จะยิงประตูที่ 3 เอาชนะ โอลิมเปียกอส 3-1 เข้ารอบมาได้ด้วยกฎเฮด-ทู-เฮด ที่เหนือกว่าคู่แข่ง

จากนั้นการเจอกับ ยูเวนตุส หลังจากนัดแรก ลิเวอร์พูล ชนะ 2-1 ในการเล่นที่แอนฟิลด์ พอนัดสองก็ได้ผลเสมอกลับไป แต่ถ้าลูกโหม่งของ ฟาบิโอ คันนาวาโร ไม่ไปชนเสา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น และในรอบตัดเชือกกับเชลซี ใครจะไปรู้ว่าลูกยิงของ ซาบี้ อลอนโซ ผ่านเส้นประตูเข้าไปหรือไม่

เรียกว่าหงส์แดงมีทั้งฝีมือและดวงดาว

ในเกมนัดชิงหากเทียบกัน ปอนด์ต่อปอนด์ บรรดาเดอะค็อป ก็ต้องยอมรับว่าทีมของพวกเขาเป็นรองคู่แข่งอยู่พอประมาณ ชื่อของ ฌิบริล ซิสเซ กับ มิลาน บารอส หรือจะสู้ อังเดร เชฟเชนโก, ซาบี้ อลอนโซ หรือจะสู้ กาก้า, ซามี ฮูเปีย กับ เจมี คาร์ราเกอร์ หรือจะสู้ ยาป สตัม กับ อเลสซานโดร เนสตา

สิ่งหนึ่งที่หงส์แดง ดูจะเทียบเคียงกับ ปีศาจแดงดำ ได้ก็คือ ตำแหน่งโค้ช ด้วยมันสมองของ ราฟาเอล เบนิเตซ ทำให้ทีมเข้ามาถึงจุดนี้ได้ เขาเคยได้แชมป์ยุโรปกับบาเลนเซียมาแล้ว ขณะที่ คาร์โล อันเชล็อตติ ก็พามิลาน ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

หากนักเตะสามารถปฏิบัติตามแผนที่กุนซือส่งลงไปในสนามได้ดีกว่ากัน ทีมนั้นย่อมถือความได้เปรียบในการทำศึก ซึ่งอาจจะหมายถึงตำแหน่งแชมเปี้ยน

แต่แมทช์นี้คือแมทช์เดียวเดิมพันสูงสุดของฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นต่อหรือเป็นรอง รับรองทั้งสองทีมถอดหัวใจมาลุยกันแน่นอน

เตรียมลุ้นอย่างระทึกใจได้เลยครับ

*****************************

เกมส์ สุวิชชา

รวมใจไม่ใช่แค่รวมลีก

เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันไม่รู้จักจบสิ้น สำหรับเรื่องของวงการลูกหนังเมืองไทย หลังจากที่ฟุตบอลไทยแลนด์ ลีก ครั้งที่ 9 จบลงไปพร้อมกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ สโมสรพนักงานยาสูบ

คำถามที่ว่า หลังจาก โปรวินเชียลฟุตบอลลีก หรือ โปรลีก ดิวิชั่น 1 ครั้งที่ 6 ที่กำลังย่างเข้าสู่โค้งสุดท้าย โดยมีทีม 'แชมป์เก่า' เมืองขุนแผน สุพรรณบุรี กำลังแย่งแชมป์กับ 'ฉลามชล' ชลบุรี นั้น หากฟุตบอลรายการนี้จบลง

รายการต่อไปที่จะเกิดขึ้น คืออะไร?

ระหว่าง ไทยแลนด์ลีก ครั้งที่ 10 และ โปรวินเชียล ฟุตบอลลีก หรือ โปรลีก ดิวิชั่น 1 ครั้งที่ 7

หรือจะเป็น ฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ ลีก ครั้งที่ 1 ที่หลายๆ คนฝันถึง

เป็นความฝันของคนส่วนใหญ่ ที่อยากจะเห็นวงการลูกหนังไทยมีการร่วมมือร่วมใจ และมีลีกลูกหนังอันเข้มแข็ง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความฝันของคนทั้งปลายทั้งปวงจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ และเกิดแล้วจะไปรอดหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่เรากำลัง

ท้าพิสูจน์ว่า

ฟุตบอลไทย พร้อมแล้วหรือ กับลีกอาชีพเต็มรูปแบบ??

ตอนนี้เรามีแต่นักวิชาการ มีนักวิเคราะห์มาเขียนโครงการ ร่างวิมานกันอย่างเลิศหรู พยายามล็อบบี้เพื่อหาทางจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล มาช่วยเรื่องการรวมลีกกันอย่างเต็มที่

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ฟุตบอลไทย เราไปไกลแค่ไหน เรามีแต่แผนงาน และเรายังไม่เจาะลึกไปถึงโครงสร้างระยะยาวเลยสักนิด ว่า ลีกอาชีพ ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง จึงจะนำพาไปสู่ความสำเร็จ

แต่ละทีม มีสนามที่เป็นสนามฟุตบอลอย่างแท้จริง (ไม่ใช่สนามกีฬารวมที่มีลู่วิ่งรวมอยู่ด้วย) หรือยัง?

แต่ละทีม มีแฟนคลับเป็นของตัวเอง (ที่พร้อมจะระหกระเหินติดตามไปอย่างเหนียวแน่น และมีจำนวนมาก) หรือยัง?

แต่ละทีม มีระบบบริหารการจัดการที่ดี คือมีทีมสำรอง มีทีมเยาวชน มีโรงเรียนฝึกหัด (อะคาเดมี) หรือยัง?

แต่ละทีม มีทุนรอนที่จะสนับสนุนระยะยาว (กรณีซื้อข่ายนักเตะหรือเข้าตลาดหุ้น) หรือยัง?

แต่ละทีม มีหลักการบริหารเรื่องสิทธิประโยชน์ (หาเงินเข้าสโมสร เก็บค่าผ่านประตู ขายของที่ระลึก) หรือยัง?

แต่ละทีม มีดาราระดับซูเปอร์สตาร์ ที่สามารถดึงแฟนคลับเข้ามาคลั่งไคล้สโมสร (เหมือนกับต่างประเทศ) หรือยัง?

แต่ละทีม มีความพร้อมที่ไปเดินทางไปแข่งขันแบบเหย้า-เยือน โดยไม่มีข้อแม้เรื่องหน้าที่การงาน หรือยัง?

หากทีมที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ยังไม่มีคุณสมบัติตรงตามที่ว่าสักข้อ หรือมีบ้าง แต่ไม่ครบถ้วน ผมว่า ป่วยการที่เราจะดันทุรังให้เกิดขึ้น

เราคงไม่อยากจะเห็นภาพ ลีกพิการ ที่ต้องหาคนมาอุ้มชู จัดแบบขอไปที ปีต่อปี จบฤดูกาลก็วิ่งเต้นผันงบจัดการแข่งขัน หรือแบมือขอกันทุกปี หรือว่าจะเรียกให้โก้หรูว่า 'ลีกอาชีพนำร่อง' อีกครั้ง

หากเรายังทำกีฬาให้เป็นอาชีพคือ เก็บเงินคนดูหรือขายของที่ระลึก เพื่อเจือจุนสโมสรให้ได้ ก็แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมสำหรับลีกอาชีพ

บางคนอาจแย้งว่า ก็ในเมื่อมันยังไม่เกิด แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าจะไปรอดหรือไม่ ก็ให้ย้อนไปดูคำถาม ที่เควสชั่นมาร์คไว้ ถ้าเรายังไม่มีนักเตะระดับแม่เหล็ก เหมือนสมัย 'เดอะตุ๊ก' ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน รุ่งๆ ที่ขนาดซ้อมยังมีคนเกือบสองหมื่นแห่กันเข้าไปชมได้ ก็อย่าหวัง

ตราบใดที่เรายังไม่หล่อหลอมจิตใจคนไทย ให้มีวินัยในการเสียเงินดูกีฬา หรือไม่กล้าพอที่จะดึงนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ของโลก มาร่วมทีมได้ เหมือนกับที่ญี่ปุ่นทำได้ หรือยังสามารถไม่ปลูกฝังให้แฟนบอลชาตินิยม รักบอลไทย เชียร์บอลไทย และเข้าไปดูบอลไทย (แบบเสียเงิน) ได้

หากจะตั้งคำถามว่า เราพร้อมที่จะรวมลีกหรือยัง ผมว่า ก็น่าจะได้คำตอบเดิมๆ นะครับ เชื่อเถอะ