|
ในประเทศ / ทีมข่าวการเมือง บทพิสูจน์บารมี 'เนวิน'ฤๅถึงบทสรุปทุจริตกล้ายาง? อย่าว่าแต่ความสามารถในการผลักดันให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรนอกสถานที่ ที่อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเขาพนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนมีผลสำเร็จอย่างสูง อันสะท้อนทั้งในแง่บารมี และผลงาน เนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสายตาของชาวบุรีรัมย์ ความสามารถในการพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคไทยรักไทย มานอนบ้านตัวเอง ยังสะท้อนความสนิทชิดเชื้อ สายสัมพันธ์อันไม่ธรรมดา ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับ 'เนวิน' จนกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่า 'เนวิน' คือสายตรง 'วังจันทร์ส่องหล้า' ของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร มีน้ำหนักยิ่งขึ้นมาโดยพลัน แม้แต่ผลงานริเริ่มสร้างสรรค์ของ 'เนวิน' ก็ยังโดนตาโดนใจ พ.ต.ท.ทักษิณ อะไรจะปานนั้น? โดยขณะตรวจเยี่ยมศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการอาชีพเกษตรกรบุรีรัมย์ หรือโรงเรียนแก้จนแบบคนบุรีรัมย์ ที่ อ.ชำนิ ซึ่งเป็นศูนย์อบรมแบบผสมผสานครบวงจร บนเนื้อที่ 124 ไร่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงกับออกปากชม ว่าเป็นการบูรณาการด้านการเกษตรที่จะกลายเป็นกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ ตนมีแนวคิดที่จะให้มีศูนย์ฯ ในลักษณะนี้ อำเภอละ 1 แห่งทั่วประเทศ โดยใช้งบประมาณศูนย์ละ 250 ล้านบาท และจะหารูปแบบที่ลงตัวอีกครั้ง... "ศูนย์นี้ ผมประทับใจและชอบมาก ถ้ามีทุกจังหวัดจะเป็นการบูรณาการด้านการเกษตรร่วมกัน ส่วนเจ้าหน้าที่เข้ามาอบรมจะมีรายได้จากผลผลิตของศูนย์ จะได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน เรื่องแหล่งเงินทุนไม่น่ามีปัญหา หาก ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์) เห็นโครงการก็น่าจะให้การช่วยเหลือ ส่วนด้านคมนาคม ผมมีแนวคิดเชื่อมเส้นทางจากพัทยา และ จ.ระยอง มายังอีสาน ให้ได้เส้นทางที่สั้นที่สุด เพราะภาคอีสานถือว่าเป็นตลาดสำคัญ สามารถขนส่งสินค้าไปที่ท่าเรือแหลมฉบังและแหล่งท่องเที่ยวด้วย ขอให้กระทรวงคมนาคมไปดูเส้นทาง แม้ลงทุนสร้างใหม่ก็ต้องทำ ส่วนการจัดการบริหารเรื่องน้ำ หากทำแบบเดิม 3 ชาติไม่สามารถแก้ได้ คงต้องนำเทคโนโลยีมาช่วย" นี่ไม่ว่า 'ทักษิณ' จะจงใจให้ค่า 'เนวิน' หรือไม่ก็ตาม? อันเป็นการเดินเกมถ่วงดุลภายในพรรค กับขุนพลคนสำคัญทั้งหลาย ไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งมีอำนาจต่อรองอย่างสูง แต่ภาพลักษณ์นี้เอง น่าสนใจอย่างยิ่ง หากหวนกลับไปดูปัญหาที่รุมเร้า 'เนวิน' อยู่ก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 'ปัญหาทุจริตกล้ายางพารา' ที่เคยอยู่ในกำกับดูแลของ 'เนวิน' สมัยรัฐบาล 'ทักษิณ 1' เรื่องของเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ และสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เดินทางไปตรวจเยี่ยมองค์การสวนยางและสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2546 เพื่อมอบนโยบายแก่คณะกรรมการบริหารและคณะผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบงานยาง คือ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) และองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) สังกัดกระทรวงเกษตรฯ และเห็นชอบการขยายพื้นที่ปลูกยางในภาคเหนือและภาคอีสาน ตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอ ต่อมา 'เนวิน' ได้ทำเรื่องเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอ ครม. คณะที่ 2 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม โดยให้กรมวิชาการเกษตร รับผิดชอบการกำหนดเขตปลูกยางที่เหมาะสม การตรวจสอบ ควบคุม และจัดหาพันธุ์ยาง และให้ สกย. รับผิดชอบการฝึกอบรม การควบคุม กำกับการตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการปลูกยางของโครงการ และให้กระทรวงการคลังรับผิดชอบจัดหาสินเชื่อ และครม.อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2546 สำหรับโครงการปลูกยางพาราเพื่อยกระดับรายได้และความมั่นคงให้แก่เกษตรกรในแหล่งปลูกยางใหม่ระยะที่ 1 (2547-2548) เป้าหมาย 1 ล้านไร่ จำนวน 90 ล้านต้น แบ่งเป็นภาคอีสาน 700,000 ไร่ และภาคเหนือ 300,000 ไร่ มีเกษตรกร สมัครเข้าร่วมโครงการฯ 142,877 ราย เนื้อที่ 2,052,294 ไร่ อนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ 142,300 ราย เนื้อที่ 995,386 ไร่ โดยบริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด เป็นผู้ชนะประมูลกล้ายาง และส่งมอบกล้ายาง จำนวน 90 ล้านต้น มูลค่า 1,440 ล้านบาท แต่หลังจากดำเนินโครงการได้ไม่นาน กลุ่มเกษตรกรผู้เดือดร้อนก็ร้องเรียนว่า กล้ายางไร้คุณภาพและการส่งมอบล่าช้า ทำให้กล้ายางตายกว่า 50% เหนืออื่นใด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ขานรับในทันที ไม่เพียงเท่านั้น ยังให้ความสนใจอย่างจริงจังด้วย โดยเรียก 'เนวิน' พร้อมด้วย บรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหากล้ายางไม่ได้คุณภาพ จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งการให้ เนวิน, บรรพต, ฉกรรจ์ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รายงานปัญหาข้อเท็จจริงตั้งแต่เริ่มโครงการ รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามีมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากโครงการนี้จะสร้างปัญหาให้กับเกษตรกรในอีก 7 ปีข้างหน้า หากยางไม่ได้คุณภาพ และยังมอบหมายให้หามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะจะครบกำหนดการแจกจ่ายกล้ายางปีที่ 2 ภายในเดือนพฤษภาคมนี้แล้ว "ดิฉันได้ย้ำกับทุกคนว่า การรายงานข้อมูลนั้น ทุกอย่างจะต้องเป็นความจริง และขอให้ทุกคนรับผิดชอบต่อข้อมูล หากพบว่าข้อมูลเป็นเท็จจะถือว่าบกพร่อง ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับจะต้องรับผิดชอบไป" ขณะเดียวกัน เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง 'เนวิน' ในฐานะกำกับดูแลกรมวิชาการเกษตรสมัยรัฐบาลที่แล้ว และเป็นผู้ที่กำกับดูแลโครงการโดยตรง 'เนวิน' ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด โดยกล่าวเพียงว่า ไม่ได้กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตรแล้ว พูดอะไรไปคงไม่เหมาะสม หากต้องการรายละเอียดต้องไปถามอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผู้ที่กำกับดูแลโดยตรง (คุณหญิงสุดารัตน์) ทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า 'เนวิน' พูดอย่างนี้ก็ไม่ถูก เพราะโครงการปลูกกล้ายาง 1 ล้านไร่นั้น เริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว และ 'เนวิน' เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง (ผู้จัดการ รายวัน ฉบับวันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2548) จากเหตุการณ์ที่ทำท่าว่าจะบานปลาย กลายเป็นความขัดแย้งของสอง 'ขุนพล' ข้างกาย พ.ต.ท.ทักษิณ ในที่สุด พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องยื่นมือเข้ามาแก้ไข โดยคุณหญิงสุดารัตน์ อ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นห่วงเรื่องนี้มาก และเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้เรียกตนกับ 'เนวิน' ไปสอบถาม และเร่งให้ดำเนินการแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด โดยได้ให้แนวทางว่า หากพบว่าความบกพร่องเกิดจากต้นกล้ายางไม่ได้คุณภาพ และการส่งมอบล่าช้า ก็ให้เอาผิดกับบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) อย่างถึงที่สุด ส่วนในเรื่องที่ตนให้หลักการไปว่า ภายใน 1 สัปดาห์ ต้องรายงานข้อเท็จจริงมายังตนนั้น เรื่องนี้ได้มอบหมายให้ 'เนวิน' ไปดูแลตรวจสอบแล้ว รอให้ครบกำหนดระยะเวลาก่อน จึงค่อยสอบถามไป แทบไม่ต้องสงสัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คิดอะไรอยู่? ที่สำคัญ เหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาอันใกล้เคียงกับการลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรที่บุรีรัมย์ และพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ประทับใจในผลงานของ 'เนวิน' อย่างยิ่งด้วย ปัญหาทุจริตกล้ายาง ที่คุณหญิงสุดารัตน์ ทำท่าว่าจะเอาจริง วันนี้มันคนละเรื่องเดียวกันไปแล้ว ไม่รู้ก็จงรู้เอาไว้เสียด้วย..ไผเป็นไผ!
|