ทุนนิยม 'เซ็กซ์' เบียดขับพุทธศาสนา?

อันเนื่องมาจากข่าวกองประกวดนางงามจักรวาล หรือ 'มิสยูนิเวิร์ส' พาล่องเรือถ่ายภาพผู้เข้าประกวดในชุดบิกินี โดยมีฉากหลังเป็นวัดอรุณราชวราราม อันเป็นกิจกรรมหนึ่งของการประกวดนั้น ก็มีเสียงคัดค้านจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงวัฒนธรรม และพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่

ร้อนถึงรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ และตัวแทนกองประกวดที่เป็นคนไทย ต้องออกโรงแก้ข่าวเป็นพัลวัน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า "บางทีเราซีเรียสมากเกินไป ทางกองประกวดได้ถ่ายภาพขณะล่องแม่น้ำเจ้าพระยา วิวตรงไหนสวย เขาก็ถ่าย เป็นความรู้สึกของเขา เพราะเขาไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งหากเขาไม่เข้าใจ เราก็บอกเขา เขาก็ถอย เพราะเป็นคนละวัฒนธรรม สิ่งสำคัญคือชาวพุทธต้องยึดหลักธรรมของพระพุทธเจ้าดีที่สุด อย่าเพิ่งไปโวยวายอะไรมากเกินไป"

ฝ่ายพระเทพดิลก เลขาธิการศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา กลับมองว่า "เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชาเช่นนี้ ทางพระพุทธศาสนาอยากให้ ลด ละ เลิก และบรรเทาเรื่องลามกอนาจารเหล่านี้ แต่เวทีประกวดนางงามกลับมากระตุ้น จริงๆ แล้วเวลาไม่ค่อยเหมาะสม วิธีการ ความคิดเป็นธุรกิจ มองเฉพาะตัวเองจะได้ แต่ความสูญเสียทางศีลธรรม วัฒนธรรม ไม่ได้คิด"

เช่นเดียวกับพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ที่แสดงทัศนะว่า "อย่าเอาภาพวัดเป็นฉาก แต่งตัวพฤติกรรมอย่างนั้น ถ้าแต่งชุดไทย ชุดเรียบร้อย เชื่อว่าคงไม่เกิดภาพให้เป็นเรื่องราวแบบนั้น เหมือนกับโฆษณาเหล้าที่เอาเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยมาประยุกต์"

ดูเหมือนว่า อุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีวัฒนธรรม จะออกมาหนุนแนวคิดรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ ในการสั่งให้ตัดภาพดังกล่าวออกไป ไม่ให้ปรากฏในช่วงฉายวีทีอาร์บรรดาสาวงามที่เข้าประกวด ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกในวันประกวดรอบสุดท้าย

ตรงประเด็นการถ่ายทอดสดน่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทำให้นายกฯ ทักษิณต้องออกมาเบรกกระแสแอนตี้ภาพฉาวดังกล่าว เพราะการลงทุนด้วยงบประมาณ 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือ 265,000,000 บาท) สนับสนุนการประกวดนางงามจักรวาลในประเทศไทย ก็เพื่อแลกกับการทำสารคดีความยาว 9 นาที ซึ่งจะถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกในระหว่างการประกวดรอบสุดท้าย 2 ชั่วโมง (เช้าวันที่ 31 พฤษภาคม 2548)

เป็นการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยว ที่รัฐบาลต้องตัดสินใจลงทุน เพราะนางงามจักรวาลจะช่วยโฆษณาแหล่งท่องเที่ยวของไทยทั่วประเทศ และข่าวความเคลื่อนไหวระหว่างการประกวดทั้งหมด จะมีการตัดต่อภาพที่ส่งออกไปนอกประเทศ ซึ่งจะมีภาพสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งสำคัญๆ เป็นฉากหลังด้วย

"จะมีการถ่ายทอดสด ซึ่งมีคนชมเป็นพันล้านคนทั่วโลก ใน 170 ประเทศ ถือเป็นงบโฆษณาการท่องเที่ยวที่คุ้มมาก โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์สึนามิแล้ว การจะฟื้นต้องใช้เงินเยอะมากในการโฆษณาสร้างภาพลักษณ์" นายกฯ ทักษิณ กล่าวด้วยความมั่นใจ

สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ ก็กล่าวย้ำถึงความสำเร็จว่า การที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประกวดครั้งนี้ ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะจะมีการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวไทยไปทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 171 ประเทศ ซึ่งมีผู้ชมไม่ต่ำกว่า 800 ล้านคน

ในโอกาสนี้ก็จะเปิดตลาดท่องเที่ยว เพราะขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเดินทางมาลุ้นนางงามของประเทศตัวเอง เดินทางมาประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 5,000 คน จาก 80 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจุดนี้จะถือเป็นการโฆษณาประเทศไทยไปในตัวด้วย

"กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ใช้งบประมาณ 265 ล้านบาท แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผลประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากการโฆษณาประเทศและการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมนางงามในจังหวัดต่างๆ จะมีมูลค่าถึง 3,200 ล้านบาท"

มองตัวเลขที่แสนงดงามจากปากคำของรัฐมนตรีลูกทุ่งสุโขทัยแล้ว คนไทยก็น่าจะดีใจเป็นล้นพ้นที่ได้นางงามมาช่วยกู้วิกฤติธุรกิจท่องเที่ยวไทย