|
ผู้สื่อข่าวพิเศษ 'ขาประจำ' เต็งหนึ่ง!การเมืองเรื่องสงครามขาอ่อน แม้การพนันเป็นสิ่งไม่ดี แต่ถ้าหากเซียนพนันตกลงใจจะเล่นแล้ว เรื่องไหนๆ ก็ย่อมเปิดโต๊ะแทงกันได้ทั้งนั้น ทุกที่-ทุกเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่ความงามระดับมิสยูนิเวิร์ส 2005 จะมีอัตราต่อรองตามไปด้วย ยิ่งใกล้รอบชิงชัยว่าใครจะได้ครองมงกุฎมูลค่า 10 ล้านบาทในปีนี้เข้าไปทุกที อัตราการต่อรองก็ยิ่งเข้มข้นตามไปด้วย โดยเฉพาะบ่อนพนันออนไลน์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจรับแทงพนันอย่างถูกกฎหมายในต่างประเทศ อย่าง centrebet.com จากดินแดนจิงโจ้ ที่เคยมีข้อมูลในช่วง 1 สัปดาห์แรกของการเก็บตัวว่า 1 ใน 15 อันดับนั้น มีมิสไทยแลนด์ของเราอยู่ในกลุ่มด้วย แต่ปรากฏว่าในสัปดาห์ที่ 2 เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว โดยตัวเก็งอันดับหนึ่งที่มาแรงยังคงเป็น ซินเธีย โอลาวาร์เรีย มิสเปอร์โตริโก ตามด้วยอันดับ 2-15 เป็น มิสโดมินิกัน, มิสแคนาดา, มิสเซาท์แอฟริกา, มิสเวเนซุเอลา, มิสโคลัมเบีย, มิสกรีซ, มิสเม็กซิโก, มิสเปรู, มิสคูราเซา, มิสนอร์เวย์, มิสเซอร์เบียฯ, มิสยูเอสเอ, มิสเดนมาร์ก และมิสเจแปน ส่วนนางงามไทยอยู่อันดับที่ 25 ด้าน bestbetting.com มี 4 ประเทศที่มีอันดับสูสีกัน ก็คือ แคนาดา, โดมินิกัน, เปอร์โตริโกและเซาท์แอฟริกา โดยมีไทยแลนด์อยู่อันดับที่ 20 สำหรับ sportingbet.com.au นำโด่งโดย มิสแคนาดา และมิสเปอร์โตริโก ตามด้วย มิสเซาท์แอฟริกา, มิสโดมินิกัน, มิสยูเอสเอ, มิสเจแปน, มิสเม็กซิโก สูสีกับ มิสคูราเซา, มิสเวเนซุเอลา แม้จะต่างที่กัน แต่ข้อน่าสังเกตก็คือ มิสเปอร์โตริโกยังคงนำลิ่วอยู่ทุกเวบไซต์ โดยมี มิสเวเนซุเอลา, มิสเจแปน และมิสนอร์เวย์ ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ ก็ไม่เคยตกไปจากความสนใจของเซียนพนันเช่นกัน แต่ความเห็นจาก missosology.org กลับแตกต่าง แม้จะมีมิสเปอร์โตริโกนำ และตามด้วย มิสโคลัมเบียก็ตาม เพราะอันดับสามยกให้ Asli Bayram มิสเยอรมนี ส่วนอันดับสี่เป็นมิสไทยแลนด์ หรือน้องน้อด-ชนันภรณ์ รสจันทร์ ตัวแทนประเทศไทยเรานั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีประเทศที่อาจจะเรียกว่า 'ม้ามืด' ก็ได้ ที่ติดใน 10 อันดับก็เช่น เอลซาวาดอร์, เอธิโอเปีย, โคเอเชีย, เจแปน, เม็กซิโก เป็นต้น โดยเฉพาะ Rychacviana Coffie มิสคูราเซา ถูกกล่าวขวัญมากเป็นพิเศษ อาจมาแรงแซงโค้งสุดท้ายก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม อันดับเหล่านี้ย่อมผันแปรได้ทุกเมื่อ!! 0 0 0 จากอันดับข้างต้นนั้น จะพบว่าสาวงามที่ติดอันดับนั้นมักจะมาจากฝั่งละตินอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ (อีกแล้ว) ต่อเรื่องนี้ ปกรณ์ ตันศิริ บรรณาธิการ FHM นิตยสารที่ได้รับการโหวตว่าเป็นสุดยอดขวัญใจคนหนุ่ม จึงบอกทันทีว่าไม่เห็นจะน่าแปลกใจเลย เพราะสาวงามฝั่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความงามอยู่แล้ว "ปกติผมชอบอยู่แล้วสาวฝั่งละตินอเมริกา เพราะรูปลักษณ์เขาจะออกผมดำ หน้าจะออกเอเชียบ้างเป็นบางคน แต่หน้าจะคมๆ โครงหน้าจะเป็นฝรั่งคิ้วเข้มแต่จะไม่ออกทางยุโรปแบบผมบลอนด์ แล้วมี texture ของผิวที่ดี เป็นสีแทนๆ หน่อย แล้วรูปร่างก็ดี ซึ่งรวมๆ แล้วก็คือเป็นสาวที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบในทุกๆ อย่างของร่างกาย" บรรณาธิการหนุ่ม บอกถึงระดับความงามที่น่าต้องตาต้องใจมากเพียงใด แต่ถ้าจะให้เชียร์กันแล้ว คงไม่ใช่มิสเปอร์โตริโกอย่างคนอื่นๆ แน่ เพราะคนที่อยู่ในใจเวลานี้ กลับเป็นมิสเวเนซุเอลา มากกว่า ว่าแล้วจึงจัด 4 ตัวเต็งในมุมมองคนหนุ่มให้ได้รู้กัน แน่นอน, ก็คือ โมนิกา สเปียร์ (Monica Spear) มิสเวเนซุเอลา นำอันดับหนึ่ง ตามด้วย อาร์ติกา สาหรี เดวี (Artika Sari Devi) มิสอินโดนีเซีย น้องน้อด-ชนันภรณ์ รสจันทร์ นางงามไทย และตบท้ายด้วย ยูคาริ คุซูยะ (Yukari Kuzuya) มิสเจแปน "ที่เชียร์คนไทยไม่ใช่ว่าจัดที่เมืองไทย แต่คิดว่าน้องน้อดเขามีศักยภาพที่จะได้คือ ลุคส์เขาเวลาเรามองเขานี้มันจะได้ฟีลของมิสยูนิเวิร์สเลยล่ะ" แต่ที่ให้เป็นรองอินโดนีเซีย ก็เพราะ 'ขาด' อะไรบางอย่างไป "ดูแล้วอาจจะขาดความเบ่งบานไปสักนิด ถ้าเทียบกับ ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์สมัยก่อน คนนั้นเขาจะมีรัศมีแรง เรียกว่าเปล่งออกมาเลย คือยืนบนเวทีนี่เรารู้ว่า-ใช่เลย แต่ตอนนี้ดูแล้วน้องเขายังโดนคนอื่นกลบอยู่นิดๆ แต่ยังไงคนไทยก็ไม่น่าแพ้นะในปีนี้" ส่วนที่ให้มิสอินโดนีเซียติดอันดับด้วย ก็เนื่องจาก อาร์ติกา สาหรี เดวี นั่นสวยถูกใจค่อนข้างมาก นั่นเอง ทางด้านมิสเจแปนที่คนอื่นชอบทั้งบ้านทั้งเมือง แต่ปกรณ์กลับเห็นว่าผมเผ้าไม่ค่อยเรียบร้อยนัก "มิสเจแปนก็สวยนะ แต่รู้สึกผมจะกระเซิงไปนิดหนึ่ง คือมิสยูนิเวิร์สนี้ผมคิดว่ามันจะมีแพทเทิร์นอะไรบางอย่างของเขา เช่น ผมเผ้าต้องเรียบร้อย พูดจาดี บอดี้ได้ แต่ผมไม่เข้าใจว่าในงานกาลาดินเนอร์ เธอเดินออกมาแล้วผมกระเซิง ผมคิดว่ามันจะดูเป็นเวทีที่เด็กกว่านี้ ดูแล้วยังไม่เนี้ยบเท่ากับสาวๆ ฝั่งละติน เพราะเวทีมิสยูนิเวิร์สเป็นเวทีที่เรียบร้อย ไม่ใช่ฉูดฉาดเหมือนมิสทีนหรือเวทีอื่น" อย่างไรก็ตาม ปกรณ์ก็ได้แต่ลุ้นว่า พอเกล้าผมขึ้นแล้วจะดูสวยแค่ไหน แต่ตอนนี้เรื่องรูปร่างและความน่ารักมีชีวิตชีวานั้น สู้สาวงามฝั่งละตินได้สบายๆ "จริงๆ มิสเจแปนก็ถูกตานะ เพราะมีทั้งความสวยความน่ารักอยู่ในตัวอยู่แล้ว คิดว่าถ้าเกล้าผมหรือปล่อยผมแล้วทำให้เรียบกว่านี้นิดหนึ่ง ก็อาจจะแซงโค้งมาก็ได้ เพราะเวทีนี้คนที่ได้ครองมงกุฎจะต้องเป็นตัวแทนของคนทั้งโลกหากออกมาแล้วผมยังกระเซิง ก็คงยังไม่ใช่" ส่วนแฟน FHM ที่อยากจะติดตามภาพสาวงามในเล่มนั้น ปกรณ์บอกว่าคงไม่มีสกู๊ปภาพเด็ดๆ มาให้ชมกันแต่อย่างใด เพราะดูแล้วนางแบบ FHM กับนางงามนั้น ระดับความเปรี้ยวต่างกันอยู่แล้ว จึงขอให้เชียร์วงนอกไปพร้อมๆ กันดีกว่า!! ทางด้าน เอกชยา สุขศิริ บรรณาธิการบริหารนิตยสารวอลลุ่ม กล่าวถึงตัวเต็งว่า ยังไงปีนี้เอเชียน่าจะมาแรงในรอบ 15 คน แต่ในรอบลึกๆ แล้ว ก็ยังเป็นเวทีของ 'ขาประจำ' เหมือนเดิม "ผมเชื่อว่าก็คงเป็นประเทศเดิมๆ แต่ถ้าเป็นเหตุผลทางการเมืองแล้ว ผมเชื่อว่าการประกวดมีเหตุผลการเมืองด้วยอย่างนี้ ก็คิดว่าคงเป็นประเทศในโซนเอเชีย และน่าจะไม่พ้นจีนที่ต้องเข้ารอบ และอาจจะได้มงกุฎ ยังไงก็ตามถ้ามีเหตุผลการเมืองก็คงจะได้แค่รอบ 15 คนเท่านั้นแหละ หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับการให้คะแนนของคณะกรรมการ" 'ขาประจำ' ของเอกชยา ที่ว่านี้ หมายถึง กลุ่มประเทศละตินอเมริกาและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะประเทศหลังนี้เข้ารอบสุดท้ายแน่ๆ ซึ่งปีนี้มิสยูเอสเอที่มีชื่อว่า เชลชี คูลีย์ (Chelsea Cooley) วัย 21 ปี ที่ขอฝันเล็กๆ ว่าให้ตัวเธอเองติดแค่ 1 ใน 5 ก็พอใจแล้ว "ยังไงก็ตามคิดว่า คงไม่พ้นประเทศขาประจำโดยมีเหตุผลของการเมืองทำให้โซนเอเชียสอดแทรกเข้าไปได้ แต่จะคว้ามงกุฎได้หรือไม่นั้นอีกเรื่องหนึ่ง ห้าคนรอบสุดท้ายก็คงเหมือนเดิม แต่อาจจะมีม้ามืดเกิดขึ้นก็ได้เหมือนเมื่อตอนที่ไทยเป็นเจ้าภาพประกวดครั้งแรก" เอกชยาวิเคราะห์ประหนึ่งตลาดหุ้น ซึ่งจากข้อมูลของนางงามจักรวาลที่ผ่านมา 53 คนนั้น พบว่า เปอร์โตริโก และเวเนซุเอลานั้น ต่างเคยครองมงกุฎมาแล้วประเทศละ 4 คน ส่วนสหรัฐอเมริกานั้น ทำสถิติครองมงกุฎมากที่สุด เป็นมิสยูนิเวิร์สมาแล้ว 7 คนด้วยกัน โดยเฉพาะมิสเวเนซุเอลานั้น เธอช่างตกเป็นข่าวบ่อยครั้งกว่าใคร เช่น โนบรามาร่วมงานในกิจกรรมสร้างสรรค์สัญลักษณ์ประดับบนประติมากรรมแท่นน้ำดื่มสาธารณะแท่นแรกในประเทศไทย ที่ดิ เอ็มโพเรียม หรือแม้แต่ในงานรอยัลแชริตี้กาลาไนท์ ก็มีสาวงามคนนี้ร่วมประมูลสร้อยร้อยอัญมณีจน (ปั่น) ราคาพุ่งจาก 1 แสนบาทเป็น 1.7 แสนบาท (ผู้ที่ควักกระเป๋าประมูลไปก็คือ วิลักษณ์ โหลทอง บิ๊กบอสของ FHM) จึงไม่น่าแปลกใจที่เธอจะโดดเด่นกว่าคนอื่นในแต่ละกิจกรรม ทั้งนี้ ต้องไปวัดกันที่กึ๋นในรอบสุดท้ายอีกทีหนึ่ง ถึงจะบอกได้ว่างามอย่างฉลาดและมีทัศนคติที่ดีต่อโลกดังภาพที่ปรากฏหรือไม่ ส่วนที่ว่ากันว่าเทรนด์สาวเข้มจะมาแรงในปีนี้ ก็คงไม่เกี่ยวกับกระแสแฟชั่นทั้งสิ้น เพราะเทรนด์แฟชั่นนั้นล้วนแล้วมาจากดีไซเนอร์และผู้ผลิตสินค้าต่างๆ มากกว่าว่าจะไปทิศทางใดในแต่ละฤดูกาล หาใช่ถูกกำหนดจากเวทีนางงามแต่อย่างใด "สำหรับน้องน้อดตัวแทนของไทยเราก็สวย คิดว่าคงเข้ารอบ อย่างที่ติด 12 ใน 15 ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร ยังไงผมคิดว่าคนไทยก็ต้องเข้ารอบเหมือนกันนะ เพราะได้รับความสนใจเยอะเหมือนกัน" เอกชยากล่าวอย่างมีความหวัง พร้อมกับกำชับว่าวอลลุ่มฉบับวันที่ 5 มิถุนายนที่จะถึงนี้รับรองมีสกู๊ปทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังเวทีประกวดอย่างละเอียดให้อ่านกันแน่นอน ถึงเวลานั้นคงรู้ผลกันทั่วหน้าแล้ว และคงต้องลุ้นต่อไปอีกเฮือกว่า 'คุ้ม' หรือไม่? ที่จัดประกวดบนผืนแผ่นดินไทย เพราะใช้งบประมาณในการจัดประกวดครั้งนี้ 265 ล้านบาท โดยมีเงินภาษีของประชาชนไทยทั้งชาติถูกดึงออกมาลงทุนด้วย มันเป็นเดิมพันค่อนข้างสูงมากว่า Miss Universe จะปลุกกระแสการท่องเที่ยวให้ฟื้นคืนกลับมาได้หรือไม่ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวแถบชายฝั่งอันดามัน เป็นเกมที่ต้องลุ้นไม่แพ้เกมพนันตำแหน่งนางงามจักรวาลในบ่อนนอกและในประเทศ!
|