สุทธิชัย หยุ่น

อย่าโกรธผิดคน

หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่านายกฯ ทักษิณ ชินวัตร 'หงุดหงิด' สื่อ กรณีที่ตามจี้เรื่องแก้ปัญหาคอร์รัปชันเครื่องตรวจระเบิดที่สนามบินสุวรรณภูมิ

บอกว่าปัญหานี้หมักหมมมานานแล้ว ขอเวลาแก้ไขบ้าง

ข่าวชิ้นเดียวกันบอกว่า นายกฯ 'อัดพาดหัวข่าวไม่สร้างสรรค์ ลดดีกรีรัฐบาล' (กรณีธนาคารโลกบอกว่าธรรมาภิบาลของรัฐไทยเสื่อมถอยลง)

ความจริงนายกฯ โกรธหรือหงุดหงิดหรือ 'ยัวะ' เรื่องที่ควรโกรธควรหงุดหงิด และ 'อาละวาด' ในเรื่องที่ควรจะโกรธและควรจะอาละวาดนั้น เป็นเรื่องถูกต้อง ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง

เพราะจะว่าไปแล้ว คนไทยยอมรับเรื่องที่ไม่ควรยอมรับมากเกินไปด้วยซ้ำ เรื่องที่ควรโกรธ, ควรจะต้องลุกขึ้นประณามคนไทยกลับเฉยเสีย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน คิดเสมอว่าเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องของคนอื่น ไม่ใช่เรื่องของตน

เพราะเหตุนี้คอร์รัปชันจึงเต็มบ้านเต็มเมือง

นายกฯ ควรโกรธรัฐมนตรีที่โกงกิน และไม่ควรจะแค่โกรธหรือหงุดหงิดเท่านั้น แต่ควรจะ 'อาละวาด' กับคนรอบข้างอย่างจริงจัง

อาละวาดด้วยวาจาไม่พอ นายกฯ จะต้องโกรธอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ถึงขั้นที่จับมาลงโทษให้สาสมเพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่านายกฯ 'โกรธจริง'

แต่นายกฯ โกรธพาดหัวข่าว หรือหงุดหงิดกับการที่สื่อมวลชน 'จี้' เรื่องการตรวจสอบเรื่องโกงกินในรัฐบาลนั้นเป็นความโกรธที่ผิดเป้าหมาย และเป็นความหงุดหงิดที่ไม่เกิดประโยชน์

ตรงกันข้าม, นายกฯ ควรจะขอบใจสื่อที่ช่วยให้เรื่องเลวร้ายทั้งหลายอยู่ในความสนใจของประชาชน

ท่านโกรธนักข่าวที่ถามเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ก็เท่ากับท่านหงุดหงิดกับคนที่เลือกท่านเข้ามาเป็นรัฐบาลอย่างท่วมท้น

ท่านหงุดหงิดพาดหัวหนังสือพิมพ์ว่า 'ธนาคารโลกบอกว่าธรรมาภิบาลรัฐไทยเสื่อม' ก็หงุดหงิดผิดที่ผิดทางอีก

ท่านควรจะหงุดหงิดกับธนาคารโลก ถ้าตัวเลขหรือการประเมินของธนาคารแห่งนี้ไม่ตรงกับความเป็นจริง

แต่ถ้าเขาประเมินว่ากลไกการปราบคอร์รัปชันของเราอยู่ที่ร้อยละ 49 (สอบตก) เมื่อปีที่ผ่านมาเปรียบกับร้อยละ 42 ของปีก่อนหน้านั้น นายกฯ ต้องตัดสินใจเองว่าเห็นพ้องกับเขาหรือเปล่า

ถ้าไม่เห็นพ้อง ก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันว่ารัฐบาลเองประเมินตัวเองว่าสอบได้กี่เปอร์เซ็นต์

ถ้าตรงกับของ World Bank ก็แปลว่ารัฐบาลยอมรับว่าสอบตก เพราะไม่ว่าจะสอบได้ 42 หรือ 49 เปอร์เซ็นต์ในประเด็นนี้ ก็ต้องถือว่าสอบไม่ผ่านอยู่ดี

หรือนายกฯ ควรจะหงุดหงิดกับคนในคณะรัฐบาลเองมากกว่า? เพราะนักข่าวเพียงแค่ถามเรื่องทุจริต แต่คนที่มีตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการ ซึ่งเป็นลูกน้องของท่านเองกลับไปทำให้เกิดเรื่องอื้อฉาวอย่างนี้

โกรธสื่อที่พยายามไปค้นหา 'ข้อมูลข่าวสาร' มารายงานเรื่องไม่ชอบมาพากล ก็เท่ากับเป็นการโกรธความจริง

หงุดหงิดกับสื่อที่ขอทราบความคืบหน้าในการสอบสวนเรื่องโกงกินประชาชน ก็เท่ากับหงุดหงิดกับความร่วมมือในอันที่จะช่วยกันปราบความเลวร้ายไปจากสังคมไทย

ถ้านายกฯ หงุดหงิดสื่อที่ไม่รายงานเรื่องเบาะแสของความฉ้อฉลให้ถูกต้อง ท่านก็ควรจะไปหาข้อมูลอันเกี่ยวกับเรื่องทุจริตนั้นๆ มาบอกกล่าวกับประชาชนเสีย

ถ้านายกฯ รู้ดีกว่าสื่อ, สื่อก็หน้าแตก หมดความน่าเชื่อถือ

แต่ถ้านายกฯ บอกว่าไม่มีอะไร, ไม่มีใครโกง, ทุกคนในรัฐบาลล้วนสุจริตทั้งสิ้น แต่สื่อไปขุดคุ้ยให้ข้อมูลที่แสดงไปทางทิศทางตรงกันข้าม

นายกฯ ก็ควรจะโกรธตัวเอง และควรจะหงุดหงิดกับรัฐมนตรีของตัวเองมากกว่า

โกรธมากๆ เถอะครับท่าน แต่โกรธพวกโกงกินนะครับ อย่าได้โกรธผู้ส่งสารเลย เพราะอย่างนี้เรียกว่าโกรธผิดคน, โกรธผิดที่

พวกโกงกินบ้านเมืองก็นั่งหัวเราะท้องแข็งซิครับ