จดหมาย

เพื่อบ้านที่แสนดี?

(อีกครั้ง)

สัปดาห์ก่อน เขียนเกริ่นๆ ไปทำนองว่าสถานการณ์ 'ไฟใต้' จะคลี่คลายไปในทางที่ดี หลังจากคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ได้เริ่มทำงานจริงๆ จังๆ วันที่ 'เนชั่นสุดสัปดาห์' วางแผง ก็มีระเบิดตูมๆๆ ขึ้นหลายจุด และยังต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน... ภาพรถจี๊ปทหารถูกระเบิดที่เคยเห็นแต่ในอิรักทางทีวี.นั้น ก็เริ่มเกิดขึ้นในบ้านเราบ้างแล้ว ต่อไปจะมีอะไร? เกิดขึ้นอีกไม่มีใคร? รู้ พอดีสัปดาห์นี้มีจดหมายแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าว ผมเองคัดมาลงเพื่อแลกเปลี่ยนกับผู้อ่านท่านอื่น? ตามนี้

เรียน บรรณาธิการเนชั่นสุดสัปดาห์ ที่นับถือ

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวเล็กๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเพื่อนบ้านเราเรื่องหนึ่ง กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูในมาเลเซีย เกี่ยวกับความแตกต่างทางเชื้อชาติ และศาสนา หลังจากที่รัฐมนตรีเชื้อสายจีนผู้หนึ่งของมาเลเซียออกมาวิจารณ์ว่า ในปัจจุบันโรงเรียนของรัฐให้ความสำคัญเรื่องการศึกษา 'ศาสนาอิสลาม' ในโรงเรียนมากเกินไป และอดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลีกวน ยิว ที่อยู่ระหว่างการเยือนมาเลเซีย ได้ถามความเห็นเรื่องนี้ต่อนายอับดุลเลาะห์อาหมัด บาดาวี นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ว่ามาเลเซียกำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้นำมุสลิมหัวรุนแรงหรือไม่

จะเท็จจริงอย่างไร เอเอฟพี ก็ได้เสนอข่าวนี้ไปทั่วโลก โดยอ้างรายงานข่าวของสำนักข่าวเบอร์นามา ของมาเลเซีย เมื่อ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ต่อไปว่า นายบาดาวี ได้โต้ตอบนายลีกวน ยิว ว่า "มาเลเซียเป็นประเทศมุสลิมสายกลางที่ปฏิเสธแนวคิดหัวรุนแรง และไม่เห็นด้วยกับการก่อการร้ายทุกรูปแบบ เรายังเคารพคนที่ไม่ใช่มุสลิม เราได้ให้ทุกเชื้อชาติ และทุกศาสนาเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ ซึ่งระบบการแบ่งส่วนอำนาจเช่นนี้ เราจะไม่สามารถเห็นได้จากที่อื่นๆ ในโลก..."

จากข่าวนี้พิเคราะห์ได้ว่า

1.ในมาเลเซีย เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ถึงความวิตกกังวลที่รัฐบาลส่งเสริมการศึกษาศาสนาอิสลามในโรงเรียนมากเกินไป (หรือมากกว่าเดิม)

2.เป็นหลักฐานยืนยันว่า นายบาดาวี ได้ประกาศให้ทั่วโลกรู้ว่ามาเลเซียปฏิเสธแนวคิดหัวรุนแรงและการก่อการร้ายทุกรูปแบบ

3.มาเลเซียเป็นประเทศมุสลิมสายกลาง ที่เคารพคนเชื้อชาติอื่นๆ ที่ไม่ใช่มุสลิมด้วย

จากผลพิเคราะห์ข้างต้น น่าจะทำให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและพันธมิตรอื่นๆ หายกังวลใจต่อพฤติกรรมและท่าทีของผู้นำใหม่ของมาเลเซียลงได้บ้าง เพราะที่ผ่านมามาเลเซียทำให้ชาวไทยส่วนใหญ่กังขาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ให้ความร่วมมือแก้ไขปัญหาบุคคล 2 สัญชาติบริเวณชายแดน การให้ที่พักพิงแก่แกนนำกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดนภาคใต้ของไทย การพยายามเสนอเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทยเข้าสู่ที่ประชุมอาเซียนที่ลาว การนำเหตุการณ์ที่กรือเซะ (28 เมษายน 47) และตากใบ (25 ตุลาคม 47) เสนอให้องค์กรมุสลิมโลก (โอไอซี.) ทำแถลงการณ์ประณามประเทศไทย รวมทั้งไม่ยอมส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่เป็นแกนนำกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดนตามคำเรียกร้องของไทย

แต่คำพูดดังกล่าวของผู้นำมาเลเซียหาทำให้ชาวไทยคลายความกังวลไม่ เนื่องเพราะมีรายงานข่าวจากสื่อมวลชนไทยหลายฉบับเมื่อ 10 พฤษภาคม 2548 ระบุว่ามีการเผยแพร่แผ่นซีดีเพลงภาษามลายู และภาษาอาหรับ พิมพ์ปกด้วยภาษารูมี ของมาเลเซีย มีเนื้อหาปลุกระดมให้ร่วมกันกอบกู้รัฐปัตตานีแพร่ระบาดอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่นไทย ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งซีดีเพลงดังกล่าวมีขายอย่างเสรีในเขตประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย

มาเลเซียเองคงปฏิเสธไม่ได้ ว่า มีการทำและเผยแพร่แผ่นซีดีเพลงปลุกระดมให้กอบกู้รับปัตตานีของไทยในพื้นที่ประเทศมาเลเซีย เพราะแม้แต่สื่อมวลชนไทยที่อยู่ห่างไกลยังรู้เรื่องนี้ แต่เหตุใดมาเลเซียปล่อยให้มีการทำและเผยแพร่แผ่นซีดีเพลงที่บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศไทยเช่นนี้ในเขตมาเลเซีย...

นี่คืออีกคำถามหนึ่ง ของประชาชนคนไทยที่ยังคาใจในท่าทีของมาเลเซีย และยังคงคอยคำตอบจากผู้นำประเทศมาเลเซีย ที่ประกาศว่าให้ความเคารพคนเชื้อชาติอื่นปฏิเสธแนวความคิดหัวรุนแรง และไม่เห็นด้วยกับการก่อการร้ายทั้งปวง!?

หากทางการมาเลเซียประเทศเพื่อนบ้านของไทย ไม่ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ต่อประชาชนคนไทยแล้ว ชาวไทยทั้งประเทศก็ยังคงค้างคาใจอยู่ต่อไป ว่าคำพูดของผู้นำมาเลเซียข้างต้นเชื่อถือได้เพียงใด

ข้อสำคัญ อย่าปล่อยให้ประชาชนคนไทยต้องรอนาน จนคิดว่ามาเลเซียเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่จัดอยู่ในประเภท 'เพื่อนเราเผาเรือน'? เลย

คนไทย

เรียน บก.ที่นับถือ

ดิฉัน...ขอใช้ชื่อแทนตัวเองว่า 'ครูพยาบาล' นะคะ ปัจจุบันอายุ 69 ปี เรื่อง 'โรคสะเก็ดเงิน' ที่ส่งมานี้เป็นเรื่องจริง ลูกสาวคนเล็กเป็นอยู่ 8-9 เดือน รักษาที่สถาบันโรคผิวหนัง รพ.ใหญ่มา 2-3 แห่งไม่หาย ทายาจนเลือดออกซิบๆ เข้าใจว่ายาคงกัดมาก (ยาชื่อ Clobet Cream) หลังจากหยุดทายา ดิฉันจัดไวตามิน, โปรตีนจากพืชให้กิน สองเดือนเศษก็หายเกลี้ยง

0 0 0

"หมอบอกเป็นโรคสะเก็ดเงิน ต้องทายา เช้า-เย็น"

ลูกสาวคนเล็กบอกดิฉัน หลังไปรับการตรวจจากแพทย์ทางผิวหนัง ด้วยมีอาการ ฝ่ามือ ปลายนิ้ว และใต้ฝ่าเท้า ใต้นิ้วเท้าลอกเป็นขุย คันนิดๆ เป็นมาเกือบเดือนจึงไปหาหมอ

หลังจากนั้น หลังจากทายาทมีหมอให้มาจนหมด ไปหาหมอรับยามาทาอีก 2-3 เดือน ไม่หาย ลูกจึงเปลี่ยนจากสถาบันเป็นไปรักษาที่โรงพยาบาล พบแพทย์ผิวหนัง ก็ให้ยามาทาอีก

ตั้งแต่รู้ว่าลูกเป็นโรคสะเก็ดเงิน (PSORIASIS) ดิฉันก็เอาสำลีแผ่นใส่ขวดสะอาดใส่แอลกอฮอล์ 70% บอกให้ลูกเช็ดพื้นรองเท้าก่อนสวมทุกครั้ง เพราะโรคนี้ปิดแผลไม่ได้ ห้ามอบอ้าว ห้ามสวมรองเท้าทึบ สวมแต่รองเท้าโปร่ง ห้ามสวมถุงน่อง

บางวันลูกนอนหลับไปโดยไม่ได้ทายา ดิฉันก็สวมถุงมือสะอาดป้ายยาจากหลอดทาฝ่าเท้าให้ เห็นรอยผิวหนังลอกเลือดออกซิบๆ ดูแล้วไม่ดีขึ้นเลย

อีก 3 เดือนต่อมา ลูกไปโรงพยาบาลใหญ่อีกแห่ง พบแพทย์ทางผิวหนังคนใหม่ก็ได้ยาทามาอีก ก็ทาทุกวัน ที่ฝ่าเท้าเลือดก็ยังออกซิบๆ

ดิฉันมาคิดดู ทำไม?รักษามา 8-9 เดือนไม่หายซักที ลูกคนนี้ทำงานเกี่ยวกับการอ่านหนังสือมาก เขียนหนังสือมาก กินข้าวนอกบ้านเกือบทุกวัน แน่ใจว่าเขาต้องกินอาหารไม่ครบหมู่แน่ๆ

ดิฉันเรียนวิชาพยาบาลเมื่อ 40 ปีก่อน แล้วเรียนต่อวิชาครูพยาบาลเมื่อ พ.ศ.2510 แต่ไม่เคยเจอโรคสะเก็ดเงิน แต่โชคดีที่มีโอกาสได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับโภชนศาสตร์ที่เขียนโดย ดร.เกย์ลอร์ด ฮอเซอร์ ซึ่งท่านเขียนเรื่อง 'Look Younger Live Longer' และ 'จุฑามาศ' แปลเป็นภาษาไทย ชื่อเรื่อง 'ชีวิตวัฒนา' เป็นเรื่องที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการกินอาหารและไวตามินชนิดใดที่จะเป็นประโยชน์กับส่วนต่างๆ ของร่างกายและป้องกัน-รักษาโรคได้ด้วย

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังเกิดจากเชื้อไวรัส ผสมกับความเครียดมีพยาบาลรุ่นน้องเล่าให้ฟังว่า เธอเคยเฝ้าไข้ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่เป็นมาขนาดผิวหนังลอกทั้งตัว น่าสงสารคนไข้รายนี้ คงทรมานมาก

ดิฉันบอกลูกให้หยุดทายาที่ฝ่าเท้า เพราะยาคงจะกัดจนเลือดออกซิบๆ แต่ทาที่ปลายนิ้วที่มีอาการหนังลอกเฉยๆ ได้

แล้วดิฉันก็จัด (ไม่อยากเรียก 'ยา') ไวตามินต่างๆ ให้ลูกดังนี้

ทุกๆ วัน หลังอาหารเย็น ให้กิน

- บริวเวอร์ส ยีสต์ (Brewers Yeast) 300 มิลลิกรัม 5 เม็ด

- ไวตามิน ซี 500 มิลลิกรัม 1 เม็ด (ธรรมชาติ)

เฉพาะจันทร์, พุธ และศุกร์ให้กิน ไวตามินอี 100 ยูนิต (ธรรมชาติ) 1 เม็ด เฉพาะอังคาร และพฤหัส ให้กินไวตามิน เอ 25,000 ยูนิต 1 เม็ด

ดิฉันซื้อกล่องใส่ยาพลาสติกที่เป็นช่องๆ มีฝาปิด บนฝามีตัวหนังสือบอกวัน จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.

ทำให้สะดวกในการจัดใส่ไวตามินที่เราต้องการกินหรือเวัน ลูกสาวเชื่อและปฏิบัติตามที่แม่บอก เวลาผ่านไปสองเดือนเศษ แผลหนังลอกที่นิ้วมือ นิ้วเท้า ฝ่าเท้า หายเกลี้ยง ไม่มีอาการหนังลอกอีกเลย จนบัดนี้

หายเป็นปลิดทิ้ง ปีเศษแล้ว

อย่างไรก็ตามดิฉันรู้ว่าลูกกินอาหารไม่ครบหมู่ จึงยังคงจัดไวตามิน ดังต่อไปนี้ ให้กินสม่ำเสมอ

ทุกๆ วันหลังอาหารเย็น

- บริวเวอร์ส ยีสต์ 300 มก. 2 เม็ด

- ไวตามิน ซี 500 มก. 1 เม็ด

เฉพาะวันพุธ ไวตามิน อี 100 ยูนิต 1 เม็ด และไวตามิน เอ 25,000 ยูนิต 1 เม็ด

สังเกตได้ว่า หลังจากจัดไวตามินและโปรตีน (บริวเวอร์สยีสต์=โปรตีนจากพืช) ให้ลูกกินมาปีเศษ ผิวพรรณของลูกเปล่งปลั่ง สุขภาพดีไม่มีเจ็บป่วยอะไรเลย

0 0 0

อยากให้ผู้ที่ป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงินได้อ่านค่ะ คงเป็นประโยชน์บ้าง

จาก 'ครูพยาบาล'

ขอบคุณแทนผู้ป่วยที่กำลังทรมานอยู่กับโรคสะเก็ดทุกคนที่ 'ครูพยาบาล' ได้เขียนประสบการณ์มาเป็น 'วิทยาทาน' นะครับ

พบกันใหม่สัปดาห์-หน้า.