|
บทบรรณาธิการ ภาพลักษณ์ผู้นำไทย...ขาลง!?สัปดาห์นี้ขอว่าต่อถึงกรณีเรื่องการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด (CTX 9000) มูลค่า 35.8 ล้านดอลลาร์ ของสนามบินหนองงูเห่าอีกวันนะครับ เพราะดูท่าว่าเรื่องจะไม่จบง่ายๆ เสียแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือยิ่งออกมา 'ดิ้น' หรือด่วนสรุปเพื่อจะให้เรื่องจบเร็วเท่าไหร่? ก็ยิ่งเพิ่มข้อสงสัย ข้อกังขาให้กับผู้คนในสังคมมากขึ้นเท่านั้น... ตรงกันข้าม ก็ยิ่งจะทำให้เรื่องอื้อฉาวรายนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นด้วย สัปดาห์ก่อนไปงานแถลงข่าวที่โรงแรมใหญ่แห่งหนึ่ง และได้มีโอกาสพบปะเพื่อนพ้องน้องพี่กลุ่มใหญ่ในหลายแวดวง แต่ประเด็นสนทนากันก็ยังวกวนอยู่แต่ในเรื่องดังกล่าว เฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของฝ่ายเกี่ยวข้องต่างๆ ตั้งแต่ผู้นำรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือกระทั่งผู้บริหารบริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) ทุกคนบอกตรงกันว่า รู้สึกคาใจมากเกี่ยวกับการออกมารับหน้าเสื่อ 'เคลียร์' ปัญหาต่างๆ ของนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ทั้งที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวว่า 'อะไร' เป็นอะไร? ด้วยซํ้า ล่าสุดยังไปงัดเอาหนังสือยืนยันของบริษัท จีอี-อินวิชั่นฯ ที่บอกว่าไม่มีนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐของไทยรับสินบนข้ามชาติเสียอีก...เหมือนว่าคนอื่น?กินแกลบกันซะยังงั้น เพราะจีอี-อินวิชั่นฯ ก็แค่บริษัทที่ต้องการขายสินค้า แต่ทำไม? ไม่ไปขอกับหน่วยงานราชการอย่างกระทรวงยุติธรรม หรือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สหรัฐโดยตรง ยิ่งอ่านรายละเอียดต่างๆ ของหนังสือ ผมก็ว่า นี่! มันนั่งเทียน 'คิดเอง-ทำเอง' ทั้งนั้น เพราะมันเริ่มส่อตั้งแต่ขึ้นต้นที่โยนบาปให้สื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวแล้ว...ผมจึงค่อนข้างจะเห็นด้วยกับ ดร.มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานรัฐสภา ที่ตอบคำถามในเว็บไซต์มีชัยไทยแลนด์ ว่า "จะชั่วดีอย่างไร ฝรั่งก็ไม่เหมือนคนไทยที่อาจยอมอะไรรัฐง่ายๆ เพื่อตัดความรำคาญ ถ้าไม่มีมูลอะไรที่จะทำให้เขาเสี่ยงต่อการถูกลงโทษทางอาญา เขาย่อมไม่ยินยอมที่จะคล้อยตามข้อเสนอของรัฐได้ง่ายๆ เพราะเขารู้ถึงสิทธิและหน้าที่ของเขาอย่างแท้จริง และไม่ใช่ว่า จู่ๆ ผู้บริหารของบริษัทจะตัดสินใจยอมอะไรโดยลำพัง เขาต้องผ่านการปรึกษาหารือกับนักกฎหมายที่เชี่ยวชาญในด้านที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบแล้วว่าเขาไม่มีทางสู้ได้ และโดยปกติ ถ้าคำแนะนำของฝ่ายกฎหมายเป็นไปในทางลบ เขาก็จะไม่เชื่อถือในทันทั เขาจะต้องตรวจสอบกับสำนักกฎหมายอื่นอีกชั้นหนึ่งก่อน "ด้านเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นเขาก็ไม่ใช่ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะถ้าพลาดพลั้ง เขาอาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหานจำนวนมหาศาลได้ ดังนั้น ในทุกกรณีเขาจึงรวบรวมหลักฐานจนแน่นหนาพอเพียงที่จะทำให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดเช่นที่เขากล่าวหาจริง เขาจึงจะดำเนินการ เขาไม่ทำอะไรเพียงเพื่อให้ได้ผลงานอย่างที่มักจะปรากฏในบ้านเราบ่อยๆ..." ทีนี้ ลองพลิกไปดูข้อความในหนังสือที่ระบุว่า "อินวิชั่นฯ ได้รายงานผลการตรวจสอบภายในให้แก่เจ้าหน้าที่บังคับกฎหมายของสหรัฐทราบ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงกับเจ้าหน้าที่บังคับกฎหมายของสหรัฐว่าอินวิชั่นฯ จะรับผิดชอบต่อการกระทำของลูกจ้าง ตัวแทนและผู้จำหน่ายของบริษัท และยอมรับข้อความที่ระบุไว้ในข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการซื้อขายในไทย จีนและฟิลิปปินส์มีความถูกต้อง ถึงแม้ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐสรุปว่าอินวิชั่นฯ ได้ละเมิดกฎหมายการทุจริตในต่างประเทศของสหรัฐ (the U.S.Foreign Corrupt Practices Act-FCPA) ก็ตาม แต่การละเมิดกฏหมาย FCPA นั้นไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้รับหรือยอมรับข้อเสนอรับเงินที่พึงมิชอบ..." ไม่ว่าจะ 'เล่นลิ้น' ด้วยการใช้ภาษาว่าอย่างไร แต่ก็ยอมรับว่ามีการทำผิดกฎหมายคอร์รัปชันข้ามชาติอย่างที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาจริง เพียงแต่ไม่ต้องมีการพิสูจน์ให้รัฐบาลสหรัฐเห็นว่า 'ไอ้โม่ง' ที่รับสินบนเป็นใคร? ชื่ออะไร? เท่านั้น ไหนๆ ก็ไหนๆ เพราะได้เขียนเรื่องนี้ต่อเนื่องมาเป็นสัปดาห์ที่สี่แล้ว ผมก็อยากเพิ่มเติมด้วยว่า ไม่ว่าซื้อตรง ซื้ออ้อม หรือจะไปยกเอาเครื่องแบบเดียวกันนี้จากที่ไหน? ถึงวันนี้ ชื่อเสียงประเทศไทยก็เสียหายป่นปี้ไปแล้ว และอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ก็ยังจะมีการประชุมร่วมกัน ระหว่าง International Labour Organization (ILO), Organization for Economic Co-operation and Development (OECD), และ Global Pact ในหัวข้อ 'การค้าข้ามชาติที่เกี่ยวกับสินบน และการค้าข้ามชาติเกี่ยวกับการหนีภาษี' ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วย หัวข้อนี้...แม้จะเป็นการกำหนดล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปี แต่ก็เป็นการกำหนดขึ้นในช่วงเดียวกับที่กระทรวงยุติธรรม กับ ก.ล.ต.สหรัฐ กำลังมีการตรวจสอบเรื่องสินบนของบริษัทอินวิชั่นฯ พอดี ที่น่าสังเกตก็คือ การประชุมครั้งนี้ทำให้เหมือนกับว่าสหรัฐต้องการให้มีกรณีตัวอย่างที่จะนำไปขยายความต่อ เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองจริงใจในการปราบปรามเรื่องคอร์รัปชันและการจ่ายเงินสินบน นอกจากนี้ มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ILO จะใช้เวทีนี้ประณามประเทศไทยที่เป็นเด็กเกเร จากกรณีที่ไม่ยอมรับรองคำประกาศอนุสัญญาที่ออกโดย ILO ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้แทนไทยบางคนที่ถูกส่งไปร่วมประชุม ที่ไม่ได้รายงานให้รัฐบาลปฏิบัติหรือดำเนินการอะไรให้สอดรับข้อตกลงที่ชาติสมาชิกได้ร่วมลงนามก็อาจจะเป็นได้...ซึ่งผมก็ว่าน่าที่รัฐบาลจะรีบเข้าไป 'เคลียร์' หรือทำความเข้าใจกับ ILO เนื่องเพราะสำนักงานประจำประเทศไทยก็ตั้งอยู่ที่อาคารสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนี่เอง
|