หม่อมศรีรัศมิ์

แห่ง 'พระโอรส' ชาวสยาม

หลังจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะสื่อมวลชนเข้าเฝ้าเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2545 ณ วังศุโขทัย เพื่อพระราชทานสัมภาษณ์เกี่ยวกับ หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

จึงทำให้พสกนิกรรับทราบ 'ข่าวใหญ่' ที่พระองค์ทรงตรัสว่า "อีกไม่นานจะมีข่าวดีจากหม่อมให้ประชาชนรับทราบ"

จวบจนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2548 มีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีครรภ์ (อ่านรายละเอียดในล้อมกรอบ)

จากแถลงการณ์ฉบับดังกล่าว สร้างความปลาบปลื้มปีติแก่ชาวไทยทั้งชาติผู้รับทราบข่าวเป็นล้นพ้น และในวันเดียวกันนั้น บรรดาพสกนิกรชาวไทยก็ได้เห็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ พร้อมหม่อมศรีรัศมิ์ ไปยังห้างสรรพสินค้าเกษรพลาซ่า โดยพระองค์ทรงพาหม่อมศรีรัศมิ์ ชมสินค้าตามร้านต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาหม่อมศรีรัศมิ์ไม่ได้ไปไหนเนื่องจากต้องดูแลครรภ์และดูแลร่างกาย

รายงานข่าวแจ้งว่า หม่อมศรีรัศมิ์ได้ซื้อชุดคลุมท้อง พร้อมทั้งยังซื้อรองเท้าที่สวมใส่สบายๆ ไว้สวมใส่อีกด้วย ซึ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงประทับรออยู่ใกล้ๆ พร้อมทั้งเวลาเดินหม่อมศรีรัศมิ์ได้คล้องพระกรสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

ผู้จัดการร้านแฟชั่นโซไซตี้ ในห้างสรรพสินค้าเกษรพลาซ่า เปิดเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จฯ ที่ร้านพร้อมด้วยหม่อมศรีรัศมิ์ พระองค์ทอดพระเนตรสินค้าในร้าน อีกทั้งหม่อมศรีรัศมิ์ได้เลือกเสื้อยืดแขนยาวสีครีม และหม่อมศรีรัศมิ์ยังได้เลือกซื้อเสื้อคลุมพื้นสีดำลวดลายสไตล์แขก

ด้านหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ผู้ใกล้ชิดหม่อมศรีรัศมิ์ ให้สัมภาษณ์ผ่านเครือหนังสือพิมพ์มติชนว่า ทรงดีพระทัยมากที่รู้ว่าหม่อมศรีรัศมิ์มีครรภ์ ซึ่งในส่วนตัวแล้วประทับใจหม่อมศรีรัศมิ์ เพราะเป็นคนที่อ่อนโยน มีน้ำใจเป็นอย่างมาก

พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ เจ้าของห้องเสื้อ 'พิจิตรา' ที่ทำงานรับใช้หม่อมศรีรัศมิ์ ด้านผ้าไทยในโครงการศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กล่าวว่า "หม่อมศรีรัศมิ์ดูแลตัวเองดีมาก มีสุขภาพพลามัยสมบูรณ์แข็งแรง แต่จะมีอาการเหนื่อยและเมื่อยบ้างหากต้องยืนนานๆ และยังง่วงนอนเร็ว ซึ่งเป็นอาการปกติของคนท้อง หม่อมศรีรัศมิ์จะดูแลร่างกายอย่างดี อย่างเช่นเรื่องการรับประทานอาหาร ก็จะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาหารชีวจิต น้ำผักผลไม้ มีเนื้อสัตว์บ้างเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง โดยอาหารที่รับประทานส่วนใหญ่จะมาจากแปลงผักปลอดสารพิษซึ่งอยู่ภายในวังศุโขทัย ตอนนี้เป็นช่วงที่ครรภ์เจริญเติบโตเร็วมาก ทำให้ร่างกายมีการขยายตัวชัดเจน"

0 0 0

ในวันที่พบกับสื่อมวลชนที่วังศุโขทัย พ.ศ.นั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงประทานสัมภาษณ์ถึงชีวิตส่วนพระองค์ว่า

"ตอนนี้เราอายุ 50 ปีแล้ว คิดว่าควรจะเริ่มทำงานปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว อยากให้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ น่ารัก และถูกต้องในสายตาประชาชน ไม่ใช่การมาหาเสียง หรือทำให้ป๊อปปูลาร์ แต่อยากให้ประชาชนได้สบายใจ

"ตอนนี้อยู่เป็นครอบครัว มีกันอยู่ 4 คน มีเรา หม่อม พระองค์ภา และท่านหญิง อยู่กับหม่อมมาตั้งแต่ปี 2536 อยู่มานาน รู้จักกันมา 9-10 ปีแล้ว ดูใจกันมานานแล้ว โดยปีที่แล้วจดทะเบียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำสังข์

"เราอยากจะสร้างครอบครัวขึ้นมาให้ดี หม่อมมีหน้าที่ดูแลเรื่องต่างๆ ภายในบ้าน ดูแลข้าราชบริพาร รวมทั้งถวายงานสมเด็จฯ เราใช้ชีวิตกันแบบสบายๆ ไม่มีอะไร ถ้าบ้านเสร็จก็อยู่ไป ต่อไปอาจจะมีข่าวดีก็ได้ ซึ่งถ้าโชคดีก็จะมีข่าวดี

"ที่ไปงานโครงการหลวงที่เชียงใหม่ เป็นการใบ้ให้รู้ว่าได้แต่งงานกับหม่อมศรีรัศมิ์ ก็มีติดตามบ้างตามงานใหญ่ๆ หม่อมเป็นคนธรรมดาๆ อยากให้เขาใช้ความสามารถ ดำเนินชีวิตของเขาเอง เพราะผู้ที่จะมาเป็นคู่ชีวิตต้องเป็นคนที่ใช้ได้ เป็นคนที่มีเมตตาต่อคน เข้ากับคนได้ รู้จักชีวิตคนธรรมดา

"หม่อมเป็นคนมีความเมตตา มีความอ่อนโยน เป็นมิตรเข้ากับทุกคน และเข้ากับพระองค์ได้ หม่อมมาจากครอบครัวคนธรรมดาๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ความเป็นคนธรรมดาๆ นี่ก็ดี เพราะเขาเคยใช้ชีวิตมา พ่อแม่เขาก็ไม่ร่ำรวยอะไร ปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เขาไม่ชินกับพิธีรีตอง หรือระบบไฮโซทั้งหลาย เขามีความสงบเสงี่ยมเจียมตัว มีความอดทน ไม่เคยให้ร้ายใคร ใช้ชีวิตเรียบง่าย สบายๆ ที่สำคัญ มีความอบอุ่นในครอบครัว ทำให้บ้านเป็นบ้าน และหน้าตาก็สวยดีด้วย"

0 0 0

เมื่อถึงวาระที่ต้องมีคู่ครองเรือน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ประทานทานสัมภาษณ์ว่า "ดวงของเรา ถ้าทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวมากเกินไปจะพัง วันที่จดทะเบียน เราแก้เคล็ดด้วยการใส่เสื้อยืด กางเกงวอร์ม รองเท้าแตะ อยู่ที่ประทับชั่วคราว นนทบุรี ให้ราชเลขาฯ ถวายหนังสือตามปกติ นั่งอยู่ห้องนั่งเล่น ถึงเวลาก็ให้นายอำเภอเข้ามา เขาก็แต่งตัวธรรมดา บอกให้หม่อมแต่งตัวโทรมๆ แล้วเอากระดาษมาเซ็น พอดีท่านหญิงเข้ามาก็แสดงความยินดี แล้วก็ไปออกกำลังกายธรรมดา

"วันพระราชทานน้ำสังข์ ท่านก็ดูฤกษ์ให้เอง แต่งตัวสากลเข้าไป ไม่บอกใครด้วยซ้ำ องครักษ์นึกว่าเราจะไปบิน พระราชทานน้ำสังข์เสร็จก็ไม่มีแขก พระราชทานเสร็จก็ตามเสด็จฯ เราทำให้เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะตั้งใจเต็มที่แล้วจะเสีย ถ้าตั้งใจทำอะไรมากเกินไปไม่ดี แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่การวางตัวด้วย

"เราอายุ 50 ปีแล้ว ไม่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ อยากได้ครอบครัวที่ดี ที่คนพอใจเป็นประโยชน์ คบได้ ไม่ใช่เป็นการเอาอะไรมาใส่ประชาชน แต่ขอให้ประชาชนยอมรับว่าคนนี้ใช้ได้ ถ้าเป็นหม่อมในพระบรม ทุกคนก็ต้องกราบไหว้ มันก็พัง

"10 ปีก็โอเค พิสูจน์กันพอสมควรแล้ว ชีวิตเขาเข้ามาในวังแรกๆ ก็ไม่ได้สบายนักหรอก เหมือนการปลูกต้นไม้ มันต้องค่อยๆ โต เราอาจจะมีข่าวดีไม่ปลายปีนี้ (2545) ก็ต้นปีหน้า ปู่ ย่าถามว่าเมื่อไรจะมีหลานผู้ชาย ตอนนี้ก็พยายามอยู่ กำลังทำกิ๊ฟต์อยู่ ก็พยายาม อยากได้ลูกผู้ชาย"

ในที่สุดชาวไทยก็ได้รับข่าวดีที่รอคอยมานาน เมื่อสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ และแพทย์ รพ.เจตนิน ผู้หนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะนี้สุขภาพของหม่อมศรีรัศมิ์ สมบูรณ์ แข็งแรงดี และตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนครึ่งแล้ว การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ปกติดีทุกอย่าง คือแข็งแรงทั้งแม่และลูก จากการอัลตราซาวนด์ ผลบ่งชี้ว่าทารกเป็นเพศชาย

นั่นหมายความว่า พสกนิกรชาวไทยจะได้ชื่นชม 'พระโอรส' ตัวน้อยๆ ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ด้วยความตื่นเต้นและปีติยินดียิ่ง