"7สหกรณ์"คว้ารางวัลดีเด่นแห่งชาติปี 61

 "7สหกรณ์"คว้ารางวัลดีเด่นแห่งชาติปี 61 ยกเป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ด้านสหกรณ์


 

   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คัดเลือก 7 สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติปี 2561 เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเนื่องในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ ท้องสนามหลวง วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พร้อมยกย่องเกียรติคุณ-เผยแพร่ผลงานดีเด่นของสหกรณ์ หวังสร้างเป็นสหกรณ์ต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรทั่วไป 

 

   พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยถึงผลการคัดเลือกสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2561 ซึ่งจะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเนื่องในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ มีจำนวน 7 สหกรณ์ ประกอบด้วยสหกรณ์การเกษตร ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรขามสะแกแสง จำกัด จ.นครราชสีมา ประสบความสำเร็จจากโครงการรวบรวมผลผลิตข้าวหอมมะลิ ข้าวโพดและมันสำปะหลัง และมีการเพิ่มยอดขายผ่านทางโซเชียลมีเดีย และมีการระดมเงินฝากและหุ้นเป็นทุนภายในของสหกรณ์เอง สหกรณ์โคนม ได้แก่ สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (ลำพญากลาง) จำกัด จ.สระบุรี ได้รับรางวัลจากโครงการอบรมเพิ่มศักยภาพบุคลากรสหกรณ์และเสริมสร้างองค์ความรู้การเลี้ยงโคนมให้แก่บุตรลูกหลานของสมาชิกสหกรณ์ ส่งเสริมให้สมาชิกมีแม่โครีดนมทดแทนที่มีคุณภาพ ช่วยประหยัดต้นทุนและมีรายได้เพิ่ม และส่งเสริมสมาชิกให้ปลูกพืชอาหารสัตว์ให้ได้มาตรฐาน

    นอกจากนี้ยังมีประเภทสหกรณ์นิคม ได้แก่ สหกรณ์นิคมคลองสวนหมาก จำกัด จ.กำแพงเพชร ได้รับรางวัลจากการใช้เครื่องมือแอพพลิเคชั่นในการสื่อสารกับสมาชิก ทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสารของสหกรณ์อย่างทั่วถึงและสะดวกรวดเร็ว และโครงการให้เงินกู้ยืมแก่สมาชิก การให้บริการด้านเงินรับฝาก การจัดหาสินค้ามาจำหน่าย การรวบรวมผลผลิตและแปรรูปผลผลิตมันสำปะหลังเป็นเฟรนช์ฟรายส์ จนประสบผลสำเร็จและเจริญเติบโตก้าวหน้า สหกรณ์ผู้ผลิตยางพารา ได้แก่ สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านเสม็ดจวนพัฒนา จำกัด จ.นครศรีธรรมราช ส่งเสริมให้สมาชิกใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา แก้ปัญหาโรคพืชในแปลงเกษตร เพื่อนำมาใช้ในการรักษาโรคพืชในแปลงเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดต้นทุนในการผลิต โครงการส่งเสริมและพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารประเภทเครื่องแกง เพื่อเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่ายให้แก่สมาชิกและสามารถนำไปจำหน่ายสร้างมูลค่าเพิ่ม และโครงการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตในการจัดหาปุ๋ยพร้อมตรวจวิเคราะห์สภาพดิน เพื่อลดต้นทุนและก็เพิ่มผลผลิตในเรื่องของยางพารา

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เผยต่อว่าในส่วนสหกรณ์นอกภาคการเกษตร 3 ประเภท ประกอบด้วย สหกรณ์ออมทรัพย์ ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จำกัด จ.กาฬสินธุ์ ได้รับรางวัลจากโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน เป็นลักษณะของการส่งเสริมอาชีพสมาชิกสหกรณ์ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการกู้เงินวนซ้ำ และโครงการพัฒนาบุคลากรชั้นผู้น้อยให้มีโอกาสไปดูงานที่ต่างประเทศ สหกรณ์ร้านค้า ได้แก่ ร้านสหกรณ์โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับรางวัลจากโครงการบัตรซื้อสินค้าของสมาชิก และโครงการอาหารปลอดภัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นการให้ตรวจสอบสินค้าของสมาชิกก่อนนำมาจำหน่ายในสหกรณ์ และโครงการบริหารจัดการคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายสหกรณ์บริการ ได้แก่ สหกรณ์สี่ล้อเล็กภูเก็ต จำกัด จ.ภูเก็ต ได้รับรางวัลจากโครงการการระดมทุนเรือนหุ้น เงินออมทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้รู้จักพอเพียงและปล่อยเงินกู้ให้สมาชิกเพื่อนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวและโครงการช่วยเหลือสังคม เช่น การช่วยเหลืออุทกภัยภาคใต้ กิจกรรมปลูกป่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของสมาชิก

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้คัดเลือกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่น เพื่อประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานให้เป็นสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติเป็นประจำทุกปี โดยเกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน แบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้ 1.ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 2.ความสามารถในการบริหารและการจัดการสหกรณ์ 3.บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อสหกรณ์ 4.ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจของสหกรณ์ และ 5.การทำกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  

  “ลดภาระหนี้-มีธรรมาภิบาล” เสียงสะท้อนสหกรณ์ดีเด่น  

         จักรวาล กิ่งจันทร์ ประธานกรรมการสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (ลำพญากลาง) จำกัด อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กล่าวกับ “คม ชัด ลึก” ถึงสาเหตุที่สหกรณ์ได้รับรางวัลดีเด่นในปีนี้ น่าจะมาจากการบริหารจัดการที่ยึดหลักธรรมาภิบาล สนับสนุนสมาชิกให้เข้าถึงแหล่งทุน ไม่มีปัญหาในเรื่องทุจริตหรือการร้องเรียนจากสมาชิก มีการยกระดับให้เป็นสหกรณ์สีขาว นอกจากนี้ยังมีส่งเสริมให้บุตรหลานของสมาชิกให้ยึดอาชีพเลี้ยงโคนมต่อจากรุ่นพ่อแม่เพื่อคงไว้ซึ่งอาชีพพระราชทานต่อไป ปัจจุบันสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (ลำพญากลาง) มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 394 ราย ครอบคลุมพื้นที่ใน 2 อำเภอ คือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี และ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ส่วนปัญหาที่ผ่านมา จักรวาลยอมรับว่าการเก็บภาษีของกรมสรรพากรถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับสมาชิกสกรณ์โคนม เนื่องจากจะทำให้มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น เพราะรายได้ของสมาชิกหลังหักลบกลบหนี้แล้วก็ไม่มีกำไรมากนัก บางรายขาดทุนเป็นหนี้ด้วยซ้ำ ที่ผ่านมามีการจ่ายภาษีอยู่ที่ร้อยละ 15 แต่ระเบียบใหม่เป็นร้อยละ 40 ซึ่งตอนนี้อนุโลมให้ใช้แบบเดิมไปก่อน

   “อย่างของผมถ้าจ่ายภาษีแบบเดิม ปริมาณน้ำนมดิบ 300 กิโลกรัมต่อวัน ต้องจ่ายภาษีปีละ 1.3 หมื่นบาท แต่ถ้าเป็นกฎหมายใหม่ผมต้องจ่าย 1.1 แสนบาท แต่ตอนนี้ให้ชะลอไว้ก่อนและภาษีนี้จะเก็บเฉพาะทางภาคกลาง ส่วนภาคอื่นผมได้สอบถามแล้วไม่มีการเสียภาษีแต่อย่างใด จึงมองว่าไม่มีความเป็นธรรม” ประะานกรรมการสหกรณ์คนเดิมกล่าว

 เช่นเดียวกับ แฉล้ม แก้วตะพาน ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรขามสะแกแสง จำกัด อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สหกรณ์ที่ได้รับรางวัลสหกรณ์ดีเด่นในปีนี้ เผยว่า สหกรณ์ขามสะแแสง สมาชิกส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีทั้งทำนาปลูกข้าว ทำไร่ข้าวโพด ทำไร่อ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 3,018 ราย ส่วนใหญ่ยังมีฐานะยากจน สหกรณ์จึงเน้นสมาชิกให้รู้จักการออม โดยฝากเงินไว้ที่สหกรณ์ซึ่งแต่ละรายจะมีสมุดเงินฝากอย่างน้อย 3 บัญชี คือ ฝากประจำ ฝากเพื่อถอนและฝากรายเดือน นอกจากนี้ยังรณรงค์ให้สมาชิกนำเงินเหลือจ่ายในแต่ละวันมาหยอดกระปุก เมื่อถึงวันสหกรณ์แห่งชาติวันที่ 26 กุมภาพันธ์ สมาชิกจะนำเงินในกระปุกดังกล่าวมาฝากที่สหกรณ์โดยเงินส่วนนี้แต่ละปีจะมีไม่ต่ำกว่า 3-4 ล้านบาท

   “วันที่ 26 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันสหกรณ์แห่งชาติสมาชิกจะมารวมตัวกันที่สหกรณ์แล้วก็นำเงินที่หยอดกระปุกตลอดทั้งปีมาแกะและฝากไว้ที่สหกรณ์ อย่างปีนี้สหกรณ์ได้รับเงินฝากจากเงินส่วนนี้กว่า 4 ล้านบาท ส่วนปัญหาไม่ค่อยมีนอกจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหายเพราะที่ขามสะแกแสงไม่มีแหล่งน้ำจากที่อื่น ต้องอาศัยฝนอย่างเดียว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรดีหรือไม่ดี” แฉล้มกล่าวย้ำ

  ขณะที่ ดรุณ สุกใส ประธานกรรมการสหกรณ์สี่ล้อเล็กภูเก็ต จำกัด อ.เมือง จ.ภูเก็ต กล่าวรู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติในปีนี้ ก่อนหน้านี้ได้รับรางวัลระดับจังหวัดและระดับภูมิภาคมาแล้ว โดยเหตุผลสำคัญที่ได้รับการคัดเลือกคงจะมาจากการมุ่งช่วยเหลือสวัสดิการแก่สมาชิกและการทำประโยชน์เพื่อสังคมในด้านต่างๆ ปัจจุบันสหกรณ์สี่ล้อเล็กภูเก็ตมีสมาชิกจำนวน 200 คน ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาในเรื่องการร้องเรียนการให้บริการแต่อย่างใด แต่ที่เป็นปัญหาส่วนใหญ่มาจากภาพรวมมากกว่าทำให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสหกรณ์เราด้วย

    “รู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลในปีนี้ จุดเด่นสหกรณ์เรามีการระดมทุน ส่งเสริมสมาชิกให้รู้จักการออม ยึดแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต ไม่ฟุ้งเฟ้อ ภูเก็ตมีค่าครองชีพค่อนข้างสูง หากไม่รู้จักประหยัดและออมจะลำบากแล้วเราก็ยังมีโครงการช่วยเหลือสังคมต่างๆ มากมายที่สมาชิกทุกคนพร้อมมาช่วยกันด้วยใจ เช่น การช่วยเหลือประชาชนกรณีการเกิดอุกทกภัย พวกเราสี่ล้อเล็กก็ระดมช่วยกันอย่างเต็มที่ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น” ประธานสหกรณ์สี่ล้อเล็กกล่าว พร้อมย้ำว่าคณะกรรมการทุกคนจะจัดเต็มการแต่งกายในการขึ้นมารับรางวัลวันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคมนี้ด้วย

  

Share: