"พาณิชย์"ชี้โอกาสส่งออก "มาร์กหน้า" เจาะตลาดตี๋หมวยในจีน

"พาณิชย์"ชี้โอกาสส่งออก "มาร์กหน้า" เจาะตลาดตี๋หมวยในจีน


 

               กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเผย "มาร์กหน้า" มาแรงในตลาดจีน วัยรุ่น วัยทำงานทั้งหญิงและชายชื่นชอบ หลังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและเสริมสวยเสริมหล่อกันมากขึ้น คาดมีโอกาสเติบโตอีกเพียบ แนะผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทยศึกษาวางแผนเจาะตลาด และควรใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซเปิดทาง รวมทั้งแนะนำสินค้าผ่านโลกโซเซียล เพื่อสร้างการรู้จัก  

 

             น.ส.เกษสุรีย์ วิจารณกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว ประเทศจีน เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดมาร์กหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิวเพิ่มเติมจากการทาครีมบำรุง มีคณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างสดใส กระชับรูขุมขน ทำให้สีผิวเรียบเนียนและชุ่มชื้นในจีนมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานการวิจัยโอกาสของผลิตภัณฑ์มาร์กหน้าในช่วงปี 2561 ของสถาบันวิจัยธุรกิจและอุตสาหกรรมจีนระบุว่าในปี 2558 ตลาดมาร์กหน้าจีนมีมูลค่า 16,000 ล้านหยวน และเพิ่มเป็น 20,000 ล้านหยวนในปี 2560 และคาดว่าในปี 2561 จะเพิ่มเป็น 22,600 ล้านหยวน   

              "จากแนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์มาร์กหน้าที่เติบโตเพิ่มขึ้น เป็นเพราะคนรุ่นใหม่ของจีน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้า และไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นที่นิยมใช้ แต่ผู้ชายก็เรี่มหันมาสนใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มาร์กหน้าเพื่อบำรุงผิวด้วยเช่นกัน ซึ่งมีสถิติพบว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การจับจ่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของผู้ชายนับวันจะขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี หากมีการพัฒนาสินค้าสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ ก็จะสร้างโอกาสในการขยายตลาดได้ดี"

            ทั้งนี้ ในปัจจุบันเริ่มมีผลิตภัณฑ์มาร์กหน้าที่มีแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในจีนเพิ่มขึ้น และมีแบรนด์ใหม่ๆ ของจีนเองที่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น แต่สินค้าที่มีการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐาน จะได้รับความนิยมมากกว่า เพราะรายได้ของประชากรจีนสูงขึ้น ทำให้ไม่สนใจเรื่องราคาเหมือนในอดีต แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้ามากกว่า ซึ่งในการเจาะเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการไทยจะต้องคำนึงในจุดนี้ด้วย

              ส่วนช่องทางการเจาะตลาด พบว่า การค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว การโฆษณาสินค้าและการแชร์ข้อมูลสินค้าด้วยการโพสต์ลงบนโลกโซเชียล จึงเป็นช่องทางในการขยายตลาดได้เป็นอย่างดี หากผู้ประกอบการไทยต้องการขยายตลาดในจีน ควรจะพิจารณาเลือกช่องทางดังกล่าว ซึ่งเป็นช่องทางที่สะดวกและมีต้นทุนต่ำในการเข้าสู่ตลาดได้ไม่ยาก

 

             "ทุกวันนี้ ชาวจีนได้หันมาใส่ใจสุภาพและดูแลความสวยความงามกันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ชาย ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้กลายมาเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีการเติบโตต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของไทย เพราะปัจจุบันสินค้าไทยได้รับความนิยมของชาวจีนอยู่แล้ว จากการที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวไทยและซื้อกลับไปทดลองใช้ ซึ่งสำนักงานฯ ขอแนะนำให้ผู้ส่งออกลองศึกษาตลาดจีนให้ดี และหาช่องทางเข้าสู่ตลาดทางอีคอมเมิร์ซ และใช้กระแสโซเชียลเพื่อแนะนำสินค้าให้เป็นที่รู้จัก จะทำให้การเข้าสู่ตลาดจีนทำได้ดีขึ้น"น.ส.เกษสุรีย์กล่าว

Share: