เดินหน้าไทยนิยม ! กรมชลจ้างงานทะลุหมื่นราย

"ไทยนิยมฯ"สร้างความมั่นคงทุกพื้นที่เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทาน รับซื้อน้ำยางเกษตรกรแล้วจำนวน 848.59 ตันจ้างงานภาคเกษตรกรรมทะลุเป้าเกือบหมื่นราย


 

 

 

              6 ธันวาคม 2561 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการไทยนิยมยั่งยืนของกรมชลประทานว่า ขณะนี้ ได้ทำการเบิกจ่ายงบประมาณแล้วร้อยละ 42 

 

 

              หรือประมาณ 5,700 ล้านบาท โดยนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทาน การส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ และการจ้างแรงงานชลประทาน ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบประชารัฐ โดยการวิเคราะห์ปัญหาความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

 

              สำหรับการนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทานนั้น จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การพัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการฟื้นฟูแหล่งน้ำชลประทานเพื่อบรรเทาเหตุอุทกภัยและภัยแล้ง โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดพื้นที่รับประโยชน์ทั้งสิ้นจำนวน 2.1 ล้านไร่ ครัวเรือนได้รับประโยชน์ 361,704 ครัวเรือน และปริมาตรน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น 14 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์แล้วจำนวนกว่า 1.01 ล้านไร่ มีครัวเรือนรับประโยชน์จำนวน 224,519 ครัวเรือน ได้พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น 60 ไร่

 

              ในส่วนการส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐนั้น กรมชลประทานได้ดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร โดยการนำน้ำยางพาราข้นมาเป็นส่วนผสมเพื่อซ่อมแซมปรับปรุงถนนคันคลองชลประทาน ซึ่งผลการวิจัยเราพบว่า การใช้น้ำยางพารามีความเหมาะสมทั้งในแง่คุณสมบัติด้านวิศวกรรม ทำให้ถนนลูกรังที่ผสมน้ำยางมีความแข็งแรงมากขึ้น สภาพผิวถนนเป็นที่พึงพอใจของเกษตรกรที่ใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตรหรือใช้สัญจรทั่วไป 

 

              อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ภายในปีนี้เฉพาะงบไทยนิยม ยั่งยืน กรมชลประทานมีแผนซ่อมแซมปรับปรุงถนนคันคลองชลประทาน ที่เป็นถนนลูกรังรวมระยะทางทั้งสิ้น 999.65 กิโลเมตร ต้องการใช้น้ำยางพาราประมาณ 3,509.5 ตัน ขณะนี้สนับสนุนน้ำยางพาราจากเกษตรกรไปแล้วจำนวน 848.59 ตัน ได้ระยะทาง 419 กม.

 

              สำหรับการจ้างแรงงานชลประทานเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิต ได้ดำเนินการทั่วประเทศยกเว้นกรุงเทพมหานคร พบว่า ผลการดำเนินงานการสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จาก 7,520 คน เป็น 8,918 คน เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว 149 ล้านบาท จาก 188 ล้านบาท คาดว่าเมื่อสิ้นโครงการฯ จะช่วยจ้างแรงงานมาซ่อมแซมระบบชลประทาน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทยได้อีกหลายร้อยคน

 

              “เป้าหมายของการทำงานครั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน เพิ่มพื้นที่การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ พัฒนาประสิทธิภาพแหล่งน้ำของชลประทาน นำสู่การพัฒนา แก้ไขปัญหาในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง และการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศครั้งนี้ยังได้เสริมสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เสริมสร้างความมั่นคงของชาติไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป”อธิบดีกรมชลประทานกล่าว

 

 

 

Share: