ชมรมหมอนวด โวยนักเลงคีย์บอร์ดโพสต์ข่าวทำวงการเสื่อมเสีย

ชมรมหมอนวด บุกยื่นหนังสือร้อง สตช.โวยนักเลงคีย์บอร์ดโพสต์ข่าวนวดตายคาร้าน ทำวงการเสื่อมเสีย แนะออกมาขอโทษและแก้ข่าว แต่กลับเงียบเฉย เตรียมแจ้งความหมิ่นประมาท


 

          เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2561 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) น.ส.กันยากร กฤษฎากรณ์ แอดมินเพจชมรมหมอนวดดี พร้อมตัวแทนผู้ประกอบการกว่า 10 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ ต่อศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ พรรธน์นภา อุดหนุน โพสต์คลิปวีดีโอ พร้อมข้อความทำนองว่า เพื่อนของตนไปนวดที่จังหวัดชลบุรีแล้วเสียชีวิต ทำให้วงการนวดแผนไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง และสร้างความเข้าใจผิดกับชาวต่างชาติ โดยมี พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน ผกก.1 บก.ทท.3 เป็นผู้รับหนังสือ

 

          น.ส.กันยากร กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตไม่ได้เข้ารับบริการที่ร้านนวดแผนไทย แต่เหตุเกิดที่ร้านขายของฝาก ซึ่งมีการขายลูกประคบ น้ำมันนวด สมุนไพร ซึ่งคนขายได้ชักชวนให้ผู้เสียชีวิตทดลองนวด โดยผู้ที่นวดให้ไม่มีความรู้เรื่องการนวดแผนไทยและไม่มีใบอนุญาตตามพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ดังนั้น การที่ผู้โพสต์กล่าวหาว่าเสียชีวิตที่ร้านนวดนั้น เป็นการโพสต์ที่ไม่ได้กลั่นกรอง และไม่ทราบเรื่องราวที่แท้จริง และเมื่อตนทักท้วงไปทางผู้โพสต์ให้ออกมาขอโทษและแก้ข่าว กลับเงียบเฉย จึงต้องเดินทางมาร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และข้อหานำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพราะข้อความในเฟซบุ๊กสามารถแปลเป็นภาษาต่างประเทศ และอาจถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ซึ่งอาจจะทำให้ชาวต่างชาติเข้าใจผิด กระทบผู้ประกอบอาชีพนวดแผนไทยได้ รวมถึงอาจจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาของยูเนสโก ที่จะยกให้การนวดแผนไทยเป็นมรดกโลก ที่จะทราบผลในปลายปีนี้

  


          ด้าน นายธนวรรธน์ บุญพลอย นักศึกษาแพทย์แผนไทย กล่าวว่า ผู้ที่จะให้บริการนวดจะต้องอบรมมาไม่น้อยกว่า 150 ชั่วโมง หรือประมาณ 1 เดือน และจะต้องได้รับใบอนุญาต ซึ่งจะทราบอยู่แล้วว่าผู้ที่มีภาวะเสี่ยง อาทิ มีบาดแผลฟกช้ำ ความดันสูง กระดูกหัก เบาหวาน มะเร็ง เป็นต้น ซึ่งหากมีอาการลักษณะนี้ผู้ให้บริการจะไม่นวดให้เด็ดขาด พร้อมยืนยันว่าการนวดที่ถูกวิธีถือว่าเป็นการรักษาโรคได้ ส่วนภาวะลิ่มเลือดอุดตันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะจากการนวดเท่านั้น.

 

 

          พ.ต.อ.ดุสิต กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับเรื่องและมีการสอบสวนเบื้องต้น เพื่อพิจารณาในเรื่องของข้อกฎหมายว่า สามารถเอาผิดเรื่องอะไรได้บ้าง และจะดำเนินการต่อไป.
 

 

 


 

Share: