ภาคเกษตรไทยได้อะไรจากกลุ่ม"ซีแอลเอ็มวี"ตอน13

โดย - รศ.ดร.พิชัย ทองดีเลิศ drpichai@yahoo.com


 

 

           ในวันนี้เราได้เข้าไปดูพื้นที่ทำการเกษตรในหลวงพระบาง โดยการนำของอาจารย์วิรชัย บันดาวง จากคณะเกษตรและทรัพยากรป่าไม้ของมหาวิทยาลัยสุพานุวง ซึ่งอาจารย์ได้เลือกพื้นที่ที่ไม่ไกลจากตัวเมืองหลวงพระบางมากนัก อาจารย์วิรชัยได้บอกเราว่าระยะทางอาจจะไม่ไกลนัก แต่ถนนค่อนข้างจะไม่ดีเป็นทางราดยางสลับกับทางลูกรังดินแดง ๆ แบบบ้านเรา และเป็นทางขึ้นเขาแต่ไม่ชันมาก ซึ่งลักษณะภูมิประเทศทางหลวงพระบางจะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว 

 

           จริง ๆ ทีมเราค่อนข้างกังวลใจอยู่บ้างเพราะเดินทางโดยรถตู้ ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการขึ้นเขาทางชัน แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ทางพนักงานขับรถบอกว่าไปได้แบบสบายๆ จึงทำให้เราพออุ่นใจมาได้บ้าง พื้นที่ที่เราเข้าไปนั้นจะเป็นหมู่บ้านที่อยู่บนที่สูงเริ่มจากตีนเขาก็จะมีการทำการเกษตรเป็นการปลูกข้าว กล้วย พุทรา และปลูกผัก ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนโดยใช้น้ำฝนและแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไหลลงมาจากยอดเขาทำให้สามารถใช้น้ำได้ตลอดทั้งปีผ่านทางธารน้ำที่ไหลลงมาเหมือนกับน้ำตก 

          จึงทำให้มีลักษณะคล้ายกับแหล่งท่องเที่ยวประกอบกับเป็นที่สูง จึงทำให้มีอากาศเย็นสบาย ด้วยการมีลักษณะเฉพาะแบบนี้ จึงทำชาวบ้านในบริเวณนี้ปลูกผักน้ำ หรือ วอเตอร์เครสกันมากมีให้เห็นแทบจะทุกครัวเรือน ซึ่งทางเกษตรกรในพื้นที่ได้บอกว่าผักน้ำจะเหมาะกับการปลูกในน้ำที่มีการไหลผ่านอยู่ตลอด ซึ่งพื้นที่ตรงนี้จะมีน้ำไหลผ่านมาตั้งแต่ยอดเขาจนถึงตีนเขา ดังนั้นคนในพื้นที่แถบนี้ที่อาศัยอยู่ทั้งหมด ถ้าบ้านใดที่พื้นที่อยู่ติดกับธารน้ำที่ไหลผ่านก็จะกันพื้นที่ไว้ปลูกผักน้ำเหล่านี้ด้วย

           ผลผลิตที่ได้ก็สามารถส่งขายได้ในตัวเมืองหลวงพระบาง ซึ่งคนหลวงพระบางเองก็นิยมบริโภคกันอยู่ นอกจากนี้ก็ยังเป็นอาหารที่นิยมชมชอบของนักท่องเที่ยวอีกด้วย ถ้าถามถึงความปลอดภัยก็คงตอบได้ว่าใช้น้ำจากธรรมชาติที่ไหลผ่านเป็นหลักและพื้นที่การเกษตรที่ใช้สารเคมีก็อยู่ห่างออกไปพอสมควรก็น่าจะถือว่าปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง 

        

       เท่าที่ทีมนักวิจัยเราสังเกตเห็นจะพบว่าจริง ๆ แล้วเกษตรกรบริเวณแถบนี้ยังเน้นการปลูกข้าวเหนียวไว้บริโภคกันเป็นส่วนมาก เพราะจะมีพื้นที่ปลูกข้าวกระจายไปทั่วบริเวณแทบทุกบ้านที่เหลือก็มีแบ่งไปขายบ้าง แต่เป็นปริมาณที่น้อยมาก ส่วนผักน้ำนี่ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้จากการที่มีน้ำไหลผ่านแต่กับเป็นผลิตที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรตลอดทั้งปี เรียกว่าทำไปยิ้มไปมีเงินใช้ได้ตลอดปี 

       ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่แถบนี้ก็ดูมีความสุขกับชีวิตความเป็นอยู่เช่นนี้ ในส่วนของลูกๆหลานๆที่เป็นคนรุ่นใหม่ก็มีส่วนหนึ่งที่เข้าไปทำงานในตัวเมืองหลวงพระบาง ภาพที่เห็นชัดได้อีกมุมหนึ่งในเรื่องของแรงงานภาคเกษตรทั้งลาวเหนือ ลาวใต้ และกัมพูชาเอง ทุกที่จะพบว่าคนรุ่นใหม่จะไม่ค่อยทำการเกษตรชอบไปทำงานในตัวเมือง ที่ทำการเกษตรจริงก็จะเป็นคนรุ่นเก่าที่ยังทำกันอยู่ สำหรับในครั้งหน้าท่านอาจารย์วิรชัยจะพาเราเข้าไปดูการปลูกสะระแหน่ซึ่งถือได้ว่าเป็นพืชยอดนิยมอีกประเภทหนึ่งของคนหลวงพระบางกันครับ!

 

 

 

 

Share: