รวบ "จ่าหมี" แพร่ภาพสื่อลามกอนาจาร

รวบ "จ่าหมี" แพร่ภาพสื่อลามกอนาจาร ทีมสืบสวนขยายผลจากพยานหลักฐานรูปถ่ายเพียงใบเดียวใช้เวลา 6เดือนก่อนรวบตัวได้ พบภาพ-คลิปลามกเพียบ กองปราบฯขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง


 

          ทีมเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายประเทศไทย โดย กองบังคับการปราบปราม กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมการปกครอง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บูรณาการร่วมกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย AFP (Australian Federal Police) รวบตำรวจตุ๋ยเด็ก โดยเมื่อประมาณเดือนมกราคม 2561 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับแจ้งจากตํารวจสหพันธ์ออสเตรเลีย AFP (Australian Federal Police) กรณีเกี่ยวกับภาพการล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายจํานวนหนึ่ง ซึ่งต้องสงสัยว่าสถานที่เกิดเหตุจะอยู่ในประเทศไทย

 

          โดยรูปภาพดังกล่าวถูกตรวจพบในประเทศออสเตรเลีย ด้วยระบบเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่ง ตรวจจับการกระทําความผิดครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กโดยเฉพาะของสํานักงานองค์การตํารวจ สากล (INTERPOL) ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับภาพดังกล่าวมาจากบุคคลที่ใช้นามแฝงว่า Jaa Mee “จ่าหมี” ซึ่งรู้แต่ เพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร หรือตํารวจ อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ต่อมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จึงได้ประสานข้อมูลทางการสืบสวนกับกองบังคับการปราบปราม เพื่อดําเนินการสืบสวนตามกฎหมาย

 

 

          พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. รรท. ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ. สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ภาดล จันทร์ดอน รอง ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.กริช วรทัต สว.กก.6 บก.ป. และ พ.ต.ท.ปิยะพล แป้นแก้ว สว.กก.6 บก.ป. ร่วมดําเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทําความผิดจาก พยานหลักฐานเพียงรูปภาพหนึ่งใบ และได้ลงพื้นที่หาข่าวอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน จนกระทั่งทีมสืบสวน ทราบว่า บุคคลต้องสงสัย ผู้ใช้นามแฝงว่า Jaa Mee “จ่าหมี” คือ ด.ต.ประภาศ เม่าทอง ทํางานอยู่ทางภาคใต้ของ ประเทศไทย โดยบ้านพักของ ด.ต.ประภาศฯ มีลักษณะตําหนิพิเศษที่คล้ายกับที่เกิดเหตุตามภาพถ่ายที่กองบังคับการ ปราบปราม ได้รับจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)       

 

 

          ต่อมาวันที่ 6 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายประเทศไทย โดย กองบังคับการปราบปราม กรม สอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมการปกครอง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานจากตํารวจสหพันธ์ออสเตรเลีย AFP เข้าดําเนินการจับกุมข้าราชการตํารวจ คนดังกล่าว ตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐานกระทําชําเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี, กระทําอนาจารแก่เด็กอายุไม่ เกิน 13 ปี และให้การช่วยเหลือเหยื่อเด็กชาย ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยของกลางที่ตรวจยึดในที่เกิดเหตุ ได้แก่ หมวกซึ่งเป็นใบเดียวกับที่อยู่ในภาพถ่าย โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยจากการตรวจสอบพบภาพและคลิป วีดีโอที่ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ขาตั้งกล้อง และคอมพิวเตอร์ พีซี 1 เครื่อง ทั้งนี้ กองปราบปรามกําลังอยู่ระหว่างการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ

 

          ทั้งนี้ ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนทุกท่าน การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก และการนําเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งมีลักษณะลามกอนาจารเด็ก โดยการครอบครองนั้น มีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ แต่ถ้ามีการส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็ก ไม่ว่าจะเป็นภาพโป๊หรือคลิปโป๊เด็ก ต้องระวางโทษจํา คุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ แต่หากกระทําไปเพื่อการค้า ต้องระวางโทษจําคุก ตั้งแต่ 3-10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-2000,000 บาท ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนต้องช่วยกันดูแลสอดส่อง เพราะปัญหา ความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็กมีผลโดยตรงต่อสถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศไทย.

 

Share: